“คลัง” ชี้หนี้ครัวเรือน 12.97 ล้านล้านบาทไม่น่ากังวล เพราะเป็นหนี้สินทรัพย์มีหลักประกัน


หนี้ครัวเรือนไทย ณ สิ้นไตรมาสที่ 1 ของปี 2562 อยู่ที่ 12.97 ล้านล้านบาท แม้จะเป็นจำนวนตัวเลขสูงแต่ ก.คลัง ชี้ไม่น่ากังวล เนื่องจากหนี้ส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์ที่มีหลักประกัน

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่าหนี้ครัวเรือนของประเทศไทย ณ สิ้นไตรมาสที่ 1 ของปี 2562 อยู่ที่ 12.97 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 78.7 ต่อ GDP แต่ถือว่าลดลงเมื่อเทียบกับกับหนี้ครัวเรือนที่เคยสูงสุดถึงร้อยละ 81.2 ต่อ GDP เมื่อปี 2558

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจำนวนตัวเลขของหนี้ครัวเรือนไทยจะอยู่ในระดับสูง แต่ยังไม่ใช่ประเด็นที่ต้องน่ากังวล เนื่องจากเหตุผลดังต่อไปนี้

• หนี้ส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่มีสินทรัพย์เป็นหลักประกัน เช่น ที่อยู่อาศัย, รถยนต์ โดยเหล่านี้เป็นหนี้ที่สะสมความมั่งคั่งในรูปแบบของสินทรัพย์ และเพื่อการลงทุนทำธุรกิจเพื่อหารายได้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อความมั่นคงทางทรัพย์สิน และรายได้ครัวเรือน

• หนี้ครัวเรือนบางส่วนใช้เพื่อประกอบธุรกิจครัวเรือน ซึ่งถือเป็นสินเชื่อที่สร้างรายได้ให้กับครัวเรือน และเมื่อหักสินเชื่อธุรกิจนี้ออก ระดับหนี้ครัวเรือนของไทยจะลดลงอยู่ที่ร้อยละ 65.8 ของ GDP

• สัดส่วนหนี้ครัวเรือนเพื่อการบริโภค เช่น สินเชื่อบุคคลและบัตรเครดิต อยู่ในระดับต่ำเพียงร้อยละ 6.3 ของหนี้ครัวเรือนทั้งหมด

• สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ของหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับที่ต่ำอยู่ที่ร้อยละ 3.3 ณ สิ้นไตรมาสที่ 1 ของปี 2562

ทั้งนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลังยังคงมีการเฝ้าติดตาม และประเมินสถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทยอย่างใกล้ชิด โดยไม่ให้จำนวนตัวเลขหนี้ครัวเรือนสูงมากจนเกินไปจนอาจส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจได้