วันที่ธุรกิจ เจ๊ง! ไม่เหลือแม้เงินจะจ่ายค่าชดเชยพนักงาน นายจ้างควรทำยังไงดี?


ในฐานะของลูกจ้างที่ทำงานประจำในบริษัทเอกชน ย่อมได้รับการคุ้มครองแรงงาน ตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ว่าจะเป็นการลาหยุด ลาป่วย ลากิจ ลาคลอด ได้ค่าตอบแทนในการทำงาน โดยเฉพาะเมื่อลาออก ลูกจ้างก็ยังมีสิทธิได้รับค่าชดเชย หากนายจ้างเลิกจ้างโดยลูกจ้างไม่มีความผิด

แต่ในมุมของผู้ประกอบธุรกิจ หรือผู้จ้างงานของเรา ธุรกิจเกิดสะดุดหรือมีอันต้องเลิกกิจการแบบไปต่อไม่ได้ จะทำอย่างไรดี ที่จะเป็นทางออกให้ทั้งลูกจ้างที่ต้องตกงานมีเงินต่อชีวิตก่อนมองหางานที่ใหม่ รวมถึงให้นายจ้างผ่านช่วงเวลาวิกฤติไปให้ได้ 

ล่าสุด สมาชิกพันทิป รายหนึ่งได้ตั้งกระทู้ถามถึงกรณีที่ธุรกิจเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวจนไม่มีเงินมาจ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้างได้ โดยระบุว่า 

ตอนนี้ครอบครัวเรากำลังจะเจ้งงค่ะแต่ก็มีพนักงานประมาน 5 คนได้ซึ่งทั้งหมดนี้ก็อยู่กับที่ทำงานเรามาประมาณเกือบ 6ปีได้ แต่ตอนนี้ไม่มีตังจ่ายเลยค่ะ
เศรษฐกิจแย่มากไม่รู้จะทำไงดี ปิดร้านก็ไม่รู้จะทำไรต่อ เพื่อนๆมีวิธีแนะนำไหมค่ะที่ จะให้จ่ายค่าชดเชยน้อยลงหรือไม่ต้องจ่ายเลย
เพราะถ้า้จ่ายคงเป็นหนี้แน่นอนTT

 

 

ซึ่งเหล่าสมาชิกพันทิปได้ตอบกระทู้ดังกล่าวไว้ในหลากหลายมุมมอง เช่น

 

  • ไม่รู้เรื่องที่จะปิดร้านแล้วจะทำไรต่อนะคะ แต่เรื่องค่าชดเชยพนักงานควรจ่ายนะคะ ถือว่าเป็นความรับผิดชอบ เรื่องหนี้คุณต้องแก้ปัญหาเองเพราะพนักงานเขาไม่เกี่ยวด้วยค่ะ
  • เป็นความรับผิดชอบครับ เป็นหนี้ก็ต้องยอม คราวหน้าจะได้คิดให้รอบครอบก่อน ส่วนจ่ายได้แค่ไหน ลองคุยกับพนักงานดูก่อน
  • ตามระเบียบบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก ถ้าบริษัทจะเจ๊งเพราะอะไรก็ตามแต่ เงินชดเชยและค่าแรงพนักงานคือลูกหนี้ลำดับแรกครับ
  • ผมทำกิจการค้าขาย การระวังการจ้างลูกจ้างมาทำงานเป็นสิ่งที่ผมให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เพราะผมคิดว่าการจ้างลูกจ้างเหมือนเป็นการรับผิดชอบชีวิตของเขาหรือเป็นการรับผิดชอบชีวิตครอบครัวของเขาด้วย ฉะนั้น เวลาที่จะจ้างลูกจ้างจะต้องคิดให้รอบคอบเสียก่อนหรือใช้ลูกจ้างให้น้อยคนที่สุดเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
  • ค่อยๆลดคนลง จ้างออกบางคนที่ทำงานไม่ดีที่สุด เหลือ บางคนที่ดี ลูกน้องดี ก็ช่วยเราได้เยอะนะ เผื่อจะสู้ต่อได้ กับลูกน้องที่น้อยลง
  • เห็นใจเจ้าของกระทู้ค่ะ เพราะตอนนี้คงทุกข์ใจเรื่องกิจการจะปิดตัว ไหนจะเงินที่ต้องชดเชยให้พนักงาน ไหนจะความทุกข์ที่ว่าหลังจากนี้ชีวิตจะเป็นอย่างไร คนที่ไม่เคยสร้างกิจการและเห็นมันพังไปต่อหน้าต่อตา เขาย่อมไม่เข้าใจหรอกค่ะว่า คุณจะเจอวิบากกรรมอะไรในชีวิตบ้าง ถ้าเป็นเรา เราคงเจรจากับลูกน้องค่ะ อาจจะช่วยหางานให้แลกกับการเซ็นใบลาออก เพื่อให้เขาไม่ตกงานและคุณก็จะไม่ต้องลำบากไปกว่านี้ อาจจะมีสินน้ำใจเล็กน้อยตามกำลังที่เหลืออยู่

ทั้งนี้ กฎหมายแรงงาน กำหนดการคุ้มครองแรงงานเรื่องค่าชดเชย ไว้ว่า

1. ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชย หากนายจ้างเลิกจ้างโดยลูกจ้างไม่มีความผิด ดังนี้

1.1 ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน
1.2 ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 90 วัน
1.3 ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 3 ปีแต่ไม่ครบ 6 ปี มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 180 วัน
1.4 ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเท่ากับอัตราค่าจ้างสุดท้าย 240 วัน
1.5 ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 10 ปีขึ้นไป มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 300 วัน

2. ในกรณีที่นายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้างเพราะเหตุปรับปรุงหน่วยงาน กระบวนการผลิตการจำหน่าย หรือการบริการอันเนื่องมาจากการนำเครื่องจักรมาใช้หรือเปลี่ยนแปลงเครื่อง จักรหรือเทคโนโลยี ซึ่งเป็นเหตุให้ต้องลดจำนวนลูกจ้างลง นายจ้างต้องปฏิบัติดังนี้

2.1 แจ้งวันที่จะเลิกจ้าง เหตุผลของการเลิกจ้าง และรายชื่อลูกจ้างที่จะถูกเลิกจ้าง ให้ลูกจ้างและพนักงานตรวจแรงงาน ทราบล่วงหน้าไม่ น้อยกว่าหกสิบวันก่อนวันที่จะเลิกจ้าง

2.2 ถ้าไม่แจ้งแก่ลูกจ้างที่จะเลิกจ้างทราบล่วงหน้า หรือแจ้งล่วงหน้าน้อยกว่าระยะเวลาหกสิบวัน นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่ลูกจ้างเท่ากับค่า จ้างอัตราสุดท้ายหกสิบวัน หรือเท่ากับค่าจ้างของการทำงานหกสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่า จ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย