ขั้นตอนสำคัญทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม


การทำความสะอาดสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ต้องคำนึงถึงการกำจัดการฆ่าเชื้อโรค เชื้อรา ที่เราอาจมองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่าเป็นสำคัญ การสัมผัส หรือหายใจเอาเชื้อเหล่านี้เข้าไปเท่ากับเราอยู่กับภัยร้ายโดยไม่รู้ตัว

นายแพทย์วิศิษฎ์ ตั้งนภากร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ยังวิกฤต ใน 10 จังหวัด ได้แก่ สกลนคร ร้อยเอ็ด นครพนม นครราชสีมา กาฬสินธุ์ ยโสธร หนองคาย อำนาจเจริญ อุบลราชธานี และพระนครศรีอยุธยา ประชาชนได้รับผลกระทบ 101 อำเภอ ประชาชนได้รับผลกระทบ 323,571 ครัวเรือน ซึ่งกรม สบส.ได้ระดมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านทั่วประเทศ ลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือดูแลสุขภาพผู้ประสบภัย โดยเฉพาะผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ เด็กเล็ก และหญิงตั้งครรภ์เบื้องต้น

นายแพทย์วิศิษฎ์ กล่าวถึง ข้อปฏิบัติในการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยอย่างปลอดภัย ดังนี้ 1.การฆ่าเชื้อรา ให้ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรค หรือคลอรีน ผสม 1 ต่อ 500 หรือ 1000 หรือใช้น้ำส้มสายชู เช็ดถู ฉีดพ่น หลังจากนั้นประมาณ 10-20 นาที เช็ดถูทำความสะอาดอีกครั้งด้วยน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป 2.การกำจัดกลิ่นเหม็น ควรใช้น้ำหมักชีวภาพ EM ราดลงพื้นหรือฉีดพ่น จะช่วยกำจัดกลิ่นได้ 3.คราบสกปรก ใช้น้ำยาทำความสะอาด เช็ดถูหรือขัดตามปกติ สามารถใช้เครื่องขัดพื้นช่วยได้

สำหรับพื้นที่ด้านนอกใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงร่วมกับน้ำยาจะทำความสะอาดได้เร็วขึ้น และ 4.ความชื้น ให้เปิดประตู หน้าต่าง และพัดลม เพื่อให้อากาศถ่ายเทพัดพาเอาความชื้นออกไป ห้ามเปิดเครื่องปรับอากาศ เพราะเครื่องปรับอากาศ จะดูดเอาความชื้นและเชื้อโรค ทำให้เกิดโรคและภูมิแพ้ได้ ในส่วนของระบบไฟฟ้า ให้สำรวจสายไฟ เต้าเสียบ สวิตช์ อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่แช่น้ำ โดยช่างไฟฟ้าที่ชำนาญงานเท่านั้น ห้ามเปิดใช้งานทันที ทั้งนี้การทำความสะอาดควรสวมถุงมือ รองเท้ายาง ผ้าปิดจมูกทุกครั้ง เพื่อป้องกันการสูดดม สัมผัสกับเชื้อโรคต่างๆ และความปลอดภัยจากกระแสไฟฟ้ารั่ว

ทั้งนี้ ห้ามใช้น้ำยาซักผ้าขาว ผสมกับน้ำยาทำความสะอาดชนิดที่เป็นกรด หรือด่าง เพราะทำให้เกิดไอ ที่เป็นอันตรายได้ รวมถึงห้ามนำทรายที่ใช้แล้วในการกั้นน้ำท่วมมาใช้ในสนามเด็กเล่น และห้ามทำความสะอาดโดยไม่สวมถุงมือ รองเท้าบูทยางและหน้ากากอนามัย เพราะอาจได้รับเชื้อโรคที่กระจายอยู่ในอากาศได้