ไม่ช่วย อย่าซ้ำเติม! กองปราบเตือนลักทรัพย์ในพื้นที่น้ำท่วม รับโทษหนักกว่าปกติ


จากกรณีน้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่ทางภาคอีสานที่ส่งผลให้บ้านเรือนของชาวบ้านหลายพื้นที่ได้ถูกน้ำท่วมจนมิด จนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ซ้ำร้ายบางบ้านที่เป็นผู้ประสบภัยอาจจะโชคร้ายคูณสองหากโดนมิจฉาชีพที่อาศัยช่วงจังหวะที่เกิดอุทกภัย น้ำท่วม เข้าไปลักทรัพย์ตามบ้านเรือน เพราะเป็นช่วงที่ไม่มีใครอยู่บ้าน

 

ซึ่งสิ่งที่ผู้คิดจะกระทำผิดโดยการซ้ำเติมผู้ประสบภัยที่ได้รับความเดือดร้อน ไม่เพียงแค่ได้รับโทษตามกฎหมายทั่วๆ ไป ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก กองปราบปราม ได้โพสต์ข้อความเตือนถึงกรณีดังกล่าวโดยระบุว่า

 

#เตือน มิจฉาชีพที่จะอาศัยช่วงจังหวะที่เกิดอุทกภัย น้ำท่วม เข้าไปลักทรัพย์ตามบ้านเรือนผู้ประสบภัย
กรณีนี้ผู้กระทำต้องรับโทษหนักขึ้น เพราะถือเป็นการไปซ้ำเติมผู้ที่กำลังเดือดร้อน แถมยังเป็นการเข้าไปลักทรัพย์ในเคหสถานอีกด้วย
ต้องระวางโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี โทษปรับสูงสุด 140,000 บาท
ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335
#ลักทรัพย์ #น้ำท่วม #กองปราบปราม #กองปราบ #CSDPolice

 

 

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ได้รับรายงานจากตำรวจพื้นที่ว่า จังหวัดร้อยเอ็ด และอุบลราชธานี ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ส่วนระดับน้ำมูลที่เขื่อนปากมูลสูงกว่าระดับแม่น้ำโขงที่ห้วยสะคาม อ.โขงเจียม อยู่ที่ 2.12 ม. ทำให้น้ำมูลไหลลงแม่น้ำโขงได้สะดวกยิ่งขึ้น

ขณะที่สะพานข้ามแม่น้ำมูลอำเภอพิบูลมังสาหาร ติดตั้งเครื่องดันน้ำ 60 เครื่อง และอำเภอโขงเจียม 100 เครื่อง รวม 160 เครื่อง เกิดความคล่องตัวของระบบระบายน้ำที่จะสามารถดึงน้ำจากทุ่งลงสู่ลำน้ำ และปริมาณฝนที่ยังตกลงมายังไม่มาก จะส่งผลให้น้ำไหลลงแม่น้ำโขงได้มากและเร็วขึ้นด้วย