แบรนด์สินค้าหรูชั้นนำระดับโลกหันหน้ามุ่งตีตลาดจีน หลังเป็นประเทศที่มีกำลังซื้อสูง


ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แบรนด์สินค้าหรูชั้นนำต่างขยายสาขาเข้าไปตีตลาดในประเทศจีน ด้วยปัจจัยที่มองเห็นถึงโอกาสของธุรกิจ ทั้งในเรื่องค่าเงินหยวนที่อ่อนตัวลง และสถานการณ์สงครามการค้าที่ทำให้พฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป

Alessandro Bogliolo ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Tiffany & Co กล่าวว่า ยอดขายของบริษัทในประเทศจีนในช่วงไตรมาสที่ 2 เติบโต ร้อยละ 25 ซึ่งแตกต่างจากยอดขายทั่วโลกที่ลดลง ร้อยละ 3 โดยยอดขายในจีนมีกาขยายตัวอยู่ในเลข 2 หลักอย่างคงเส้นคงวามาในหลายไตรมาส

“ผมคิดว่านี่เป็นบางส่วน เพราะว่าเทรนด์ทั่วไปของอุตสาหกรรมจะเป็นไปตามกระแสของสกุลเงิน รวมถึงความต้องการของรัฐบาลจีนที่ต้องการเพิ่มอัตราการบริโภคของคนในท้องถิ่น”

นอกจากนี้การประท้วงในฮ่องกงที่ยังไม่ยุติก็ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคชาวจีนอยู่ไม่น้อย เพราะที่ผ่านมาชาวจีนมักนิยมจะเข้าไปซื้อสินค้าหรูในฮ่องกง แต่ด้วยสถานการณ์ความไม่สงบย่อมทำให้ชาวจีนไม่อยากจะเดินทางเข้าไปในฮ่องกง เนื่องจากไม่มั่นใจในเรื่องความปลอดภัย

ดังนั้น จึงทำให้หลายแบรนด์หรูตัดสินใจเข้าไปเปิดสาขาในจีน เพื่อเสนอสินค้า และบริการถึงที่ โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นจากฝรั่งเศสอย่าง “Chloe” ได้มีการจัดงานเดินแบบที่เมืองเซี่ยงไฮ้ เช่นเดียวกับ “Prada” แบรนด์หรูจากอิตาลีที่มีการจัดงานนอกประเทศเหมือนกัน

Bogliolo กล่าวต่อว่า ตลาดในจีนมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเราคาดหวังเป็นอย่างมากกับตลาดนี้ และเตรียมลงทุนในจำนวนเงินมหาศาล

ที่มา: japantoday