ตามที่รัฐบาล จัดทำโครงการประกันรายได้สำหรับเกษตรกรชาวสวนยางพารา ระยะที่ 1 วงเงินงบประมาณ 24,000 ล้านบาท ครอบคลุมเกษตรกรจำนวน 1,400,000 คน พื้นที่ปลูกยางพารา 17 ล้านไร่ กำหนดระยะเวลาประกันรายได้ 6 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 ถึงเดือนมีนาคม 2563 มีรายละเอียดของโครงการดังนี้
มาตรการ 1+4 ช่วยชาวสวนยาง แก้ปัญหาราคายางตกต่ำ
มาตรการที่ 1 ประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 1 วงเงิน 2.4 หมื่นล้านบาท ให้ชาวสวนยางมีรายได้ที่แน่นอน
ระยะเวลาการช่วยเหลือ 6 เดือน (ต.ค.62 – มี.ค.63)
ประกันยาง 3 ชนิด ได้แก่
- ยางแผ่นดิบคุณภาพดี 60 บาท/กก.
- น้ำยางสด 57 บาท/กก.
- ยางก้อนถ้วย 23 บาท/กก.
ผู้รับสิทธิ์ต้องลงทะเบียนกับ กยท.ก่อน 12 ส.ค.62 หากยังไม่ลง สามารถลงทะเบียนเพิ่มได้ ต้องมีต้นยางอายุไม่ต่ำกว่า 7 ปี และมีพื้นที่ปลูกยางไม่เกิน 25 ไร่
แบ่งจ่ายเงิน 3 งวด คือ
งวดแรก (1 ต.ค. – พ.ย.62)
งวดที่ 2 (ธ.ค. 62 – ม.ค.63)
งวดที่ 3 (ก.พ. – มี.ค.63)
เจ้าของสวน ได้เงิน 60% คนกรีดยาง 40%
มาตรการที่ 2 ขยายวงเงินสินเชื่อผลิตยาง เป็นการเพิ่มกำลังการผลิต วงเงิน 25,000 ล้านบาท เพิ่มกำลังการผลิตเดิม 60,000 ตัน/ปี เป็น 100,000 ตัน/ปี
มาตรการที่ 3 ขยายระยะเวลาสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการยางแห้ง วงเงิน 20,000 ล้านบาท
ขยายเวลาอีก 2 ปี ตั้งแต่ ม.ค. 63 – ธ.ค.64
เพื่อผลักดันราคายางให้สูงขึ้น ลดงบประมาณการจัดซื้อยาง การบริหารสต๊อกยางพาราของรัฐบาล และช่วยดูดซับยางออกจากระบบ
มาตรการที่ 4 ขยายระยะเวลาสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกร เพื่อรวบรวมยาง วงเงิน 10,000 ล้านบาท
ขยายเวลาอีก 4 ปี ตั้งแต่ 1 เม.ย.63 – 31 มี.ค.67
จ่ายเงินกู้ ตั้งแต่ 1 เม.ย.63 – 31 ธ.ค. 66
มาตรการที่ 5 ขยายระยะเวลาและปรับปรุงวิธีการดำเนินงาน ส่งเสริมการใช้ยางของหน่วยงานภาครัฐ ออกไปอีก 3 ปี
เริ่ม ต.ค. 62 – ก.ย.65
ต้องการให้ภาครัฐใช้วัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ยางพารา จากชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. และทำให้ภาครัฐสามารถใช้ยางพาราได้อย่างมีประสิทธิภาพและสะดวกมากขึ้น
ที่มา : สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
