ผลกระทบที่ไทยจะได้รับ หลังไวรัสโคโรนาทำยอดนักท่องเที่ยวชาวจีนลดฮวบอย่างน่าใจหาย


“ท่องเที่ยว” เป็นอุตสาหกรรมหลักที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยอย่างมหาศาลในช่วงตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ท่องเที่ยวไทยต้องเผชิญกับปัญหาตั้งแต่ต้นปีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จากเชื้อ “ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ที่ประเทศจีน รวมถึงประเทศอื่น ๆ อยู่ในขณะนี้

โดยจีนได้มีการสั่งห้ามนักท่องเที่ยวเดินทางออกนอกประเทศเพื่อควบคุมไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เมื่อเป็นเช่นนี้ย่อมส่งผลกระทบกับประเทศไทยโดยตรง เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าชาวจีนเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากเป็นอันดับ 1 อ้างอิงจากสถิตินักท่องเที่ยวจีนในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2562 ที่มีจำนวน 8,518,031 คน และเมื่อจบปี 2562 จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาในประเทศไทยราว 11 ล้านคน สร้างรายได้ 5.5 แสนล้าน

อีกทั้ง หากเทียบจำนวนนักท่องเที่ยวในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่อง

  • ปี 2556 มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมายังประเทศไทย 4,705,173 คน
  • ปี 2557 มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมายังประเทศไทย 4,636,298 คน
  • ปี 2558 มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมายังประเทศไทย 7,934,791 คน
  • ปี 2559 มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมายังประเทศไทย 8,757,646 คน
  • ปี 2560 มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมายังประเทศไทย 9,805,753 คน

ไม่เพียงเท่านั้น ตามรายงานของ Flight Master บริษัทจัดการด้านการบินที่รวบรวมข้อมูลการบินระหว่างประเทศ พบว่าเมืองอู่ฮั่นที่เป็นจุดเริ่มต้นของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มีประชากรเดินทางมาที่สนามบินสุวรรณภูมิมากที่สุดเป็นอันดับ 1 โดยมีผู้โดยสารเดินทามาจำนวน 11,558 ที่นั่ง และยังมีจุดหมายปลายทางอื่น ๆ ในประเทศไทยที่ชาวอู่ฮั่นเดินทางมา ไม่ว่าจะเป็น สนามบินดอนเมือง และสนามบินภูเก็ต

การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ย่อมส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่มีจำนวนมากที่สุดของนักท่องเที่ยวทั้งหมด (คิดเป็นร้อยละ 28 ) จะหายไปอย่างน้อยเป็นระยะเวลา 3 เดือน คิดเป็น 1.69 ล้านคน ซึ่งรายได้จะหายไป 5 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ อาจจะกระทบต่อการคาดการณ์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่หวังว่าในปี 2563 นี้จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมายังประเทศไทยสูงถึง 12 ล้านคน และสร้างรายได้ 5.8 -6.0 แสนล้านบาท