ก.พาณิชย์ เรียก 10 ผู้ผลิตหน้ากากอนามัย กำชับป้องกันการกักตุน-ควบคุมราคา


“จุรินทร์” เรียก 10 ผู้ประกอบการผลิต หน้ากากอนามัย หารือ ปริมาณการผลิตรองรับความต้องการ ของประชาชนสำหรับป้องกัน ไวรัสโคโรนา และ ฝุ่นพิษ PM 2.5 พร้อมกำชับป้องกันการกักตุนและคุมราคาสินค้าไม่ให้กระทบประชาชน

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า วันนี้ 29 ม.ค.63 จะมีการเชิญผู้ประกอบการผลิตหน้ากากอนามัยของประเทศ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 10 ราย ร่วมหารือเรื่องปริมาณการผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน เพื่อป้องกันการกักตุน รวมทั้งการดูแลเรื่องราคาให้มีความเหมาะสม ในภาวะที่เรามีความจำเป็นต้องใช้หน้ากากอนามัยมากเป็นพิเศษ โดยข้อมูลเบื้องต้น ใน 1 เดือน จะมีการผลิตประมาณ 30 ล้านชิ้น แต่จะมีการหารืออีกรอบว่าจะมีการเพิ่มปริมาณการผลิตหรือไม่

เมื่อถามว่า มีนักท่องเที่ยวจีนบางส่วนกว้านซื้อหน้ากากอนามัยกลับประเทศ มีความเป็นห่วงหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา เราสามารถจำหน่ายได้ เพียงแต่ผู้ผลิตต้องไปปรับกำลังการผลิตให้เพิ่มสูงขึ้น แต่ต้องไม่มีผลต่อเรื่องการโก่งราคาที่สูงขึ้น รวมทั้งยังไม่ถึงขั้นประกาศเป็นสินค้าควบคุม เนื่องจากยังไม่มีเหตุความจำเป็น เพราะสามารถคุมราคาและปริมาณได้อยู่ รวมทั้งป้องกันการกักตุนได้อยู่

ส่วนการค้าขายกับจีนนั้น นายจุรินทร์ กล่าวว่า ทางสำนักงานพาณิชย์ของไทยในจีน หรือฑูตพาณิชย์ ซึ่งมีอยู่ 7 แห่ง ได้ร่วมประชุมหารือกับผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศของไทย และผู้ที่เกี่ยวข้องกับทางการจีน เบื้องต้นได้มีการประเมินสถานการณ์ทั้งหมด และรายงานให้ทราบว่า ประเด็นที่เกี่ยวพันกับทางด้านการค้าระหว่างจีนกับไทย ขณะนี้บางเมือง เช่น เมืองเฉิงตู เมืองเซี่ยเหมิน เริ่มมีความต้องการที่จะนำเข้าหน้ากากอนามัย และถุงมือยางพาราจากประเทศไทยเพิ่มเติมขึ้น จึงสั่งการให้กรมการค้าภายในเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะอย่างน้อยการส่งออกก็ไม่มีปัญหาอะไร และพร้อมที่จะส่งออก เนื่องจากเรามีความจำเป็นที่จะต้องนำรายได้เข้าประเทศ

ขณะเดียวกันความจำเป็นที่ต้องใช้หน้ากากอนามัย และถุงมือยางพาราในประเทศไทย ในปริมาณที่ไม่ขาดแคลน ก็เป็นเรื่องที่มีความจำเป็นเช่นเดียวกัน ฉะนั้น จึงให้กรมการค้าภายในไปช่วยดูทั้ง 2 ด้าน เพื่อให้มีปริมาณการผลิตเพียงพอกับความต้องการของตลาดทั้งใน และต่างประเทศ รวมทั้งไม่กระทบเรื่องราคาที่ทำให้สูงขึ้นและส่งผลต่อผู้บริโภค