ธุรกิจเลิกกิจการ เดือน ม.ค. 63 เพิ่มจำนวนขึ้นเล็กน้อย เผย 3 อันดับเจ๊ง! มากสุดยังกลุ่มเดิม


กรมพัฒนาธุรกิจการค้า รายงาน “การจดทะเบียนธุรกิจ ประจำเดือนมกราคม 2563” 

นางโสรดา เลิศอาภาจิตร์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แถลงข่าวการจดทะเบียนธุรกิจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ประจำเดือนมกราคม 2563 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ผลการจดทะเบียนธุรกิจ

ธุรกิจจัดตั้งใหม่เดือนมกราคม 

  • จำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่ มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศ ในเดือนมกราคม 2563 จำนวน 6,942 ราย โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 16,256 ล้านบาท

ประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่

อันดับ 1       ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป  จำนวน 633 ราย  คิดเป็น ร้อยละ  9

อันดับ 2       ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์       จำนวน 351 ราย  คิดเป็น ร้อยละ  5

และอันดับ 3  ธุรกิจภัตตาคาร ร้านอาหาร  จำนวน 225 ราย  คิดเป็น ร้อยละ  3 ตามลำดับ

 

ธุรกิจเลิกประกอบกิจการ เดือนมกราคม

จำนวนธุรกิจเลิกประกอบกิจการ ประจำเดือนมกราคม 2563 มีจำนวน 1,407 ราย โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 3,900 ล้านบาท

  • ประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่

ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป         จำนวน 150 ราย คิดเป็นร้อยละ 11

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์              จำนวน 72 ราย   คิดเป็นร้อยละ 5

และธุรกิจภัตตาคาร / ร้านอาหาร จำนวน 40 ราย   คิดเป็นร้อยละ 3 ตามลำดับ

 

ธุรกิจดำเนินกิจการอยู่ ณ เดือนมกราคม

ธุรกิจดำเนินกิจการอยู่ทั้งสิ้น (ณ วันที่ 31 ม.ค. 63) ธุรกิจที่ยังคงดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศ จำนวน751,662 ราย มูลค่าทุน 18.40 ล้านล้านบาท จำแนกเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด / ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล จำนวน 184,996 ราย คิดเป็นร้อยละ 24.61 บริษัทจำกัด จำนวน 565,408 ราย คิดเป็นร้อยละ 75.22 และบริษัทมหาชนจำกัด จำนวน 1,258 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.17 ตามลำดับ

 

ธุรกิจดำเนินกิจการอยู่แบ่งตามช่วงทุน ธุรกิจส่วนใหญ่มีช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 443,706 ราย คิดเป็นร้อยละ 59.03 รวมมูลค่าทุน 0.39 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 2.12 รองลงมา คือ ช่วงทุนมากกว่า 1-5 ล้านบาท จำนวน 221,260 ราย คิดเป็นร้อยละ 29.44 รวมมูลค่าทุน 0.73 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 3.97 รองลงมา คือ ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท จำนวน 71,104 ราย คิดเป็นร้อยละ 9.46 รวมมูลค่าทุน 1.93 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 10.49 และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท จำนวน 15,592 ราย คิดเป็นร้อยละ 2.07 รวมมูลค่าทุน 15.35 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 83.42 ตามลำดับ

 

 

ที่มา : กรมพัฒนาธุรกิจการค้า