เรียกได้ว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้สร้างผลกระทบ และความเสียหายต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างมหาศาล โดยเฉพาะอย่างอุตสาหกรรมการบินที่แต่ก่อนหลายคนต่างมองว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีความมั่นคง ทำกำไรมากมายในแต่ละปี
แต่สถานการณ์ ณ วันนี้ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรแน่นอนแล้ว เพราะเหล่าสายการบินทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ผู้โดยสารทั่วโลกต่างเดินทางกันน้อยลง จนทำให้ต้องมีการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด และฝ่าวิกฤตนี้ไปให้ได้
ที่ผ่านมาเราคงได้เห็นข่าวการปรับตัวของสายการบินทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศที่ออกมาตรการ ไม่ว่าจะเป็น การปลดพนักงาน, ให้พนักงานลาหยุดโดยไม่ได้รับค่าแรง หรือร้ายแรงที่สุด คือการประกาศล้มละลาย
เริ่มกันที่ การบินไทย ที่ออกประกาศให้พนักงานสมัครใจลาหยุดโดยไม่รับเงินเดือนเริ่มตั้งแต่วันนี้-30 มิถุนายน 2563 โดยบริษัทให้เหตุผลว่าจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายทุกประเภทให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 30 ดังนั้น จึงจัดโครงการให้พนักงานสมัครใจลาหยุดโดยไม่ได้รับเงินเดือนขึ้นมา เพื่อให้พนักงานมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของบริษัทในภาวะวิกฤต

เช่นเดียวกับสายการบินแอร์เอเชียที่ออกมาตรการปรับลดเงินผู้บริหาร พร้อมทั้งขอความร่วมมือพนักงานระดับผู้จัดการของแผนกต่าง ๆ นักบิน, วิศวกรซ่อมบำรุงอากาศยาน สมัครใจลางานเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2-5 วันต่อเดือน โดยไม่รับค่าจ้าง

สำหรับมาตรการนี้จะมีผลในช่วงระยะสั้นเท่านั้น ตั้งแต่เดือนมีนาคม-กันยายน 2563 เพื่อเป็นการลดต้นทุนของบริษัท และรักษาสภาพคล่องทางการเงิน และแอร์เอเชียยืนยันว่าจะไม่มีการปลดพนักงานแต่อย่างใด
ด้าน สายการบิน Cathay Pacific ก็ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 เช่นกัน โดยขอความร่วมมือไปยังพนักงานจำนวน 33,000 คน เพื่อขอความร่วมมือให้พนักงานหยุดงานแบบไม่ได้รับค่าแรงตั้งแต่ 1 มีนาคม-30 มิถุนายน ซึ่งมีพนักงานมากกว่า 25,000 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 75 แสดงสปิริตทำตามคำขอที่ให้หยุดงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง

นอกจากนี้ยังมีสายการบินที่ต้องปลดพนักงานเพื่อลดค่าใช้จ่าย พยุงธุรกิจให้อยู่รอดในภาวะวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็น สายการบิน KLM สายการบินแห่งชาติของเนเธอร์แลนด์เตรียมปลดพนักงานถึง 2,000 คน และลดเวลาการทำงานของพนักงานที่เหลืออยู่ อย่างไรก็ตาม การปลดพนักงานจะเริ่มทยอยปลดเรื่อย ๆ ไม่ได้ปลดรวดเดียว
สายการบิน Cebu Pacific ของฟิลิปปินส์ก็โดนพิษไวรัสโควิด-19 เล่นงานธุรกิจเหมือนกัน ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวดของทางการที่ห้ามไม่ให้ประชาชนเดินทางทั้งใน-ต่างประเทศ จนส่งผลกระทบต่อรายได้ และนำมาสู่การปลดพนักงานจำนวน 150 ราย

ส่วนสายการบินฮ่องกงแอร์ไลนส์ ปลดพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินจำนวน 170 ราย แบบกะทันหัน ซึ่งให้เหตุผลว่าเป็นการปรับลดบริการบางอย่างบนเครื่องบิน เพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19

ด้าน สายการบิน SAS จากสแกนดิเนเวียดูว่าจะได้รับผลกระทบสาหัสไม่ใช่น้อย โดยออกมาตรการปลดพนักงานชั่วคราวถึง 10,000 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 90 แต่ไม่ใช่การปลดพนักงานแบบถาวร

สัญญาณเตือนอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
การวิเคราะห์ของ CAPA Centre of Aviation (CAPA) บริษัทด้านให้คำปรึกษา พบว่าการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ผู้คนไม่อยากเดินทาง นำมาสู่การสูญเสียรายได้ของเหล่าบรรดาสายการบิน และในเดือนพฤษภาคมนี้อาจจะได้เห็นภาพเหล่าบรรดาสายการบินทั่วโลกเข้าสู่สภาวะล้มละลาย
ส่วนสายการบินที่จะรอดอยู่ได้จะเป็นสายการบินยักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ, จีน และตะวันออกกลาง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล