ครม.ไฟเขียว เยียวยาลูกจ้าง-แรงงานนอกระบบ-อาชีพอิสระ จ่าย 5,000 บาทต่อเดือนบรรเทา Covid-19


24 มีนาคม 2563 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุม โดยมีมาตรการดูแลและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวม 3 มาตรการ ประกอบด้วย เสริมสภาพคล่อง ลดภาระ และเพิ่มทักษะ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. มาตรการเสริมสภาพคล่องของแรงงาน ลูกจ้างชั่วคราว ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม

โดยให้สนับสนุนเงินเยียวยารายละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน จากการปิดสถานที่ทำงาน ซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ได้รับการสนับสนุนเงินดังกล่าวจำนวน 3 ล้านคน สำหรับผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคม รัฐบาลได้อนุมัติสิทธิกรณีว่างงาน จะได้รับเงินเยียวยาจากประกันสังคม 50 % ของเงินเดือน ในกรณีดังต่อไปนี้

– นายจ้างไม่ให้ทำงาน รับเงินไม่เกิน 180 วัน
– รัฐสั่งให้หยุดการทำงาน รับเงินไม่เกิน 90 วัน

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการด้านสินเชื่อส่วนบุคคล โดยมีสินเชื่อฉุกเฉินวงเงิน 40,000 ล้านบาท สามารถยื่นกู้ได้ 10,000 บาทต่อราย ดอกเบี้ย 0.1 % ต่อเดือน โดยผู้ยื่นกู้ไม่ต้องมีหลักประกัน และสินเชื่อพิเศษ 20,000 ล้านบาท ยื่นกู้ได้รายละ 50,000 บาท ดอกเบี้ย 0.35% ต่อเดือน โดยผู้กู้จะต้องมีหลักประกันในการกู้ รวมทั้งอนุมัติวงเงิน 2,000 ล้านบาท ให้กับโรงรับจำนำ เปิดรับจำนำสิ่งของในอัตราดอกเบี้ยต่ำ โดยคิดดอกเบี้ยจากประชาชนในอัตราไม่เกิน 0.125 % ต่อเดือน

2.มาตรการลดภาระ ให้ยืดการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยเลื่อนกำหนดเวลาการยื่นแบบและชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาออกไปเป็นเดือนสิงหาคม 2563 และหักลดหย่อนเบี้ยประกันสุขภาพเพิ่มขึ้น โดยเพิ่มวงเงินหลักลดหย่อนค่าเบี้ยประกันสุขภาพจาก 15,000 บาท เป็น 25,000 บาท รวมทั้งยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับค่าเสี่ยงภัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์

3.มาตรการเพิ่มทักษะ โดยจัดให้มีการฝึกอบรมมีเงินใช้ เพิ่มทักษะอาชีพหรือจัดกิจกรรมเพื่อสังคม รวมถึงนักศึกษาที่ยังหางานทำไม่ได้ และขยายการฝึกอบรมผ่านภาคีเครือข่าย เช่น มูลนิธิโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กองทุนหมู่บ้านฯ กระทรวงอว.เป็นต้น

ด้านมาตการเยียวยาผู้ประกอบการ มี 2 มาตรการ คือ 1.เสริมสภาพคล่อง อนุมัติสินเชื่อรายย่อยวงเงิน 10,000 ล้านบาท โดย ธพว. ให้สินเชื่อผู้ประกอบการรายละไม่เกิน 3 ล้านบาท ดอกเบี้ย 3% ปีแรก

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการเพิ่มเติมเฉพาะภาคธุรกิจท่องเที่ยว โดยจะมีการแบ่งเงินจำนวน 10,000 ล้านบาท จากมาตรการ Softloan 150,000 ล้านบาท ภายใต้มาตรการในระยะที่ 1 ให้ธ.ออมสินปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ รวมทั้งในกระทรวงการคลัง เลื่อนการจ่ายค่าเช่าที่ราชพัสดุ สำหรับผู้เช่าที่เป็นผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไปจนถึงเดือน ก.ย.63 และมาตรการดูแลสายการบินที่เป็นเที่ยวบินภายในประเทศ โดยการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับเครื่องบินไอพ่นจาก 4.726 บาทต่อลิตร เหลือ 0.20 บาทต่อลิตร จนถึง 30 กันยายน 2563