จะไม่ยอมแพ้! ทีมห้องฉุกเฉิน รพ.ศรีสะเกษ แชร์ไอเดียพัฒนาอุปกรณ์ป้องกันสารคัดหลั่งจากผู้ป่วยกระเด็นสู่แพทย์


จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ส่งผลกระทบอย่างหนักในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ที่ขณะนี้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นกว่า 800 ราย และผู้เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อดังกล่าว 4 ราย 

และอย่างที่ทราบดีว่า การแพร่ระบาดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องมานับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562 จนถึงขณะนี้ทำให้หลายฝ่ายต้องทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย โดยเฉพาะทีมบุคลากรทางการแพทย์ ที่ทำหน้าที่ในการช่วยเหลือ รักษาประชาชนผู้ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด แต่พบว่า อุปกรณ์และเครื่องมือการแพทย์บางอย่างมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ

ซึ่งล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ณปภัทช์ เมะคิเมะ ได้โพสต์ภาพและอธิบายเนื้อหาว่า ทีมเจ้าหน้าที่ของห้องอุบัติเหตุฉุกเฉินโรงพยาบาลศรีสะเกษ ได้ระดมกำลังออกแบบและพัฒนานวัตกรรมช่วยกันคิดและทำเอง เพื่อช่วยในการใส่ ETT หรือการสอดใส่อุปกรณ์ช่วยหายใจที่แพทย์ผู้ทำการรักษา มีโอกาสเสี่ยงจะถูกสารคัดหลั่งจากร่างกายส่วนบนของผู้ป่วยกระเด็นและแพร่กระจายสู่ตัวบุคลากรการแพทย์ได้ แม้ว่าอุปกรณ์นี้อาจจะช่วยได้ไม่มากแต่ดีกว่าไม่มีอะไรป้องกันเลย โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า 

 

 

มาค่ะ เราจะไม่ยอมให้บุคลากรทางการแพทย์ของเราต้องมาเสี่ยงติดเชื้อ Covid-19 อยากจะแชร์ไอเดียเป็นนวัตกรรมที่พวกเราช่วยกันคิดทำเองเพื่อช่วยในการใส่ ETT หรือการสอดใส่อุปกรณ์ช่วยหายใจ
มีโอกาสที่สารคัดหลั่งจากร่างกายส่วนบนของผู้ป่วยกระเด็น และ/แพร่กระจายสู่ตัวบุคลากรได้ เหมาะสำหรับกรณีที่ทำ RSI ค่ะ
อุปกรณ์นี้อาจจะช่วยได้ไม่มากแต่ดีกว่าไม่มีอะไรป้องกันเลย
ราคาต้นทุนไม่สูง (ดูรายละเอียดได้ในรูปสุดท้าย) อุปกรณ์บางอย่างสามารถหาได้ในรพ.และมีร้านค้าให้การสนับสนุนช่วยเหลือ
ใช้เวลาในการประกอบไม่กี่ชั่วโมง เสียเวลาไปกับการแก้ขนาดนานกว่าจะได้ขนาดที่คิดว่าพอดี
อ่านคำประกอบได้ในรูปภาพค่ะ

#เป็นอุปกรณ์ที่อยู่ในขั้นของการทดลองใช้
#covid19 #ERSSKH
ภาพต้นแบบอจ.หมอส่งมาให้ดูแล้วนำมาปรับอีกทีค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เป็นอีกหนึ่งไอเดียดี ๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยงให้คุณหมอที่ต้องทำการรักษาผู้ป่วยในยามวิกฤตแบบนี้ Smart SME ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ทุกโรงพยาบาล คุณหมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่ และบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบาก และมีพลังในการสู้ศึกครั้งนี้ให้ผ่านพ้นในเร็ววัน 

 

ขอบคุณที่มา : FB Account ณปภัทช์ เมะคิเมะ