แนะป้องกันโควิด-19 ด้วยการทำความสะอาดมือถือและเคส รวมถึงหลีกเลี่ยงการพกเข้าห้องน้ำ


เพจเฟซบุ๊ก สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) : ThaiHealth มีเรื่องราวดี ๆ สำหรับการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มาเตือนกันอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเป็นเรื่องที่เราต้องเพิ่มมาตรการส่วนตัวด้วยความระมัดระวังในสิ่งที่เราทำเป็นประจำ จนเคยชิน และติดเป็นนิสัย เพราะในสถานการณ์ที่เชื้อไวรัสยังแพร่กระจายได้รวดเร็ว สิ่งที่เราต้องสัมผัสแทบจะตลอดเวลาอย่างโทรศัพท์มือถือ จึงไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด

สสส. ระบุข้อมูลที่น่าสนใจว่า โทรศัพท์มือถือ นับว่าเป็นสิ่งที่คนเราส่วนใหญ่ใช้งานเป็นประจำ การที่เราใช้มือสัมผัสแทบจะตลอดเวลานั้น ส่งผลให้โทรศัพท์มือถือเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคมากที่สุด วันนี้เราขอเสนอวิธีทำความสะอาดโทรศัพท์มือถืออย่างปลอดภัย ไร้โควิด-19 ซึ่งมีวิธีปฏิบัติได้ดังนี้

 

 

1.โทรศัพท์มือถือ

1.1 วิธีทำความสะอาดด้วยน้ำและสบู่ : ใช้น้ำเปล่า สบู่เหลว (วิธีนี้ใช้ได้กับโทรศัพท์บางรุ่น) และผ้าไมโครไฟเบอร์ (วิธีนี้ใช้ได้กับโทรศัพท์ทุกรุ่น)

– ความสามารถในการทนน้ำของโทรศัพท์อาจลดลงจากการใช้งานปกติความเสียหายที่เกิดจากของเหลวไม่อยู่ในเงื่อนไขการรับประกัน

– ผ้าที่นำมาเช็ดมือถือไม่ควรเป็นผ้ามีขุย แนะนำเป็นไมโครไฟเบอร์หรือ Wipe ทำความสะอาดมือถือโดยเฉพาะ จะช่อยถนอมหน้าจอโทรศัพท์ได้ดี

1.2 วิธีทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์ : ใช้แอลกอฮอล์ (ใส่ขวดแบบสเปรย์ฉีด)

– เป็นวิธีที่ค่ายมือถือไม่แนะนำให้ใช้แอลกอฮอล์เพราะอาจทำให้หน้าจอเสียหายได้ เนื่องจากมีสารเคลือบ Oleophobic เป็นสารเคลือบป้องกันรอย
แต่ในสถานการณ์ COVID-19 ต้องอนุโลมให้ใช้แอลกอฮอล์ได้ ตัวอย่างจากการประกาศของค่าย Apple เป็นครั้งแรก

 

 

2.เคสโทรศัพท์มือถือ

– ผู้ที่ใช้เคสแบบซิลิโคนควรเปลี่ยนมาใช้แบบพลาสติกก่อน เพื่อความง่ายในการทำความสะอาด

– วิธีทำความสะอาดด้วยน้ำและสบู่ : ใช้น้ำเปล่า สบู่เหลว และผ้าไมโครไฟเบอร์ หลังทำความสะอาดอย่าลืมรอให้โทรศัพท์มือถือและเคสแห้งก่อนที่จะประกอบเข้าด้วยกัน

 

 

ข้อควรระวังอื่น ๆ

– ล้างมือให้สะอาดบ่อย ๆ ทั้งก่อนและหลังใช้มือถือ

– ไม่นำโทรศัพท์มือถือเข้าไปใช้ในห้องน้ำเด็ดขาด

– ไม่แนะนำให้ใช้สิ่งของเหล่านี้ทำความสะอาดโทรศัพท์มือถือ ได้แก่ น้ำยาเช็ดกระจกหรือน้ำยาทำความสะอาดห้องครัว และ กระดาษทิชชูแบบแข็งๆ เสี่ยงเกิดรอยขีดข่วน

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : Youtube-spin9, เพจเฟซบุ๊ก สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) : ThaiHealth