Kerry Express ชี้แจงพนักงานลาออกไม่เป็นความจริง ยืนยันมีคนทำงานกว่า 20,000 ชีวิต


Kerry Express ชี้แจงกรณีที่มีการแชร์กันในสื่อโซเชียลมีเดียในเรื่องเกี่ยวกับพนักงาน Kerry ลาออกจนทำให้พัสดุไม่ได้ส่งเป็นจำนวนมากไม่เป็นความจริง บริษัทยังมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตามปกติจำนวนกว่า 20,000 ชีวิต

Kerry Express ออกแถลงการณ์ว่าจากปริมาณพัสดุที่ต้องการจัดส่งเพิ่มขึ้นกว่าปกติ ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เราได้เร่งดำเนินการแก้ไขโดยได้จัดทีมช่วยเหลือฉุกเฉินเข้าไปบริหารจัดการพัสดุที่คงค้างในคลังสินค้าแต่ละแห่งอย่างเร่งด่วน

บริษัทมิได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและในขณะนี้พนักงานของเราทุกภาคส่วนได้เร่งมือดำเนินการเพื่อจัดส่งพัสดุให้ถึงมือผู้รับปลายทางโดยเร็วที่สุด และบริษัทฯ ได้ออกมาตรการในการจัดการสถานการณ์ที่เกิดขึ้นดังนี้

1. พัสดุที่ส่งก่อนและภายในวันที่ 4 เมษายน 2563 เราจะดำเนินการจัดส่งให้ถึงมือผู้รับแล้วเสร็จภายในสัปดาห์ที่จะถึงนี้

2. จัดให้มีการจ้างงานเพิ่มกว่า 1,000 อัตรา เพื่อเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการทั้งในฝ่ายปฏิบัติการและ Call Centre รวมถึงการเพิ่มค่าตอบแทนพิเศษเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพนักงานอีกด้วย

3. ปรับเปลี่ยนระยะเวลาที่ใช้ในการจัดส่งสินค้าชั่วคราวจาก 1 วันเป็น 2-3 วัน ขึ้นอยู่กับแต่ละปลายทาง โดยบริษัทจะให้ความสำคัญกับ 1. อุปกรณ์ทางการแพทย์ และ สินค้าป้องกันเกี่ยวกับ COVID-19 และ 2. สินค้าที่มีวันหมดอายุ หรือมีระยะเวลาจำกัด ถูกจัดส่งก่อนสิ่งของอื่นๆ

ทางบริษัทฯ ขอความร่วมมือลูกค้าที่มีความต้องการพัสดุด่วนไม่เดินทางมาที่คลังสินค้าเพื่อติดต่อรับพัสดุเอง เนื่องจากบริษัทต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกค้าเป็นสำคัญและปฏิบัติตามข้อกำหนดในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด และเพื่อไม่เป็นการกีดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ซึ่งจะทำให้ปฏิบัติงานได้ช้าลง ดังนั้น ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าภายในบริเวณคลังสินค้า และพื้นที่โดยรอบ

สำหรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดจากความต้องการจัดส่งพัสดุที่เพิ่มขึ้นทั้งอุตสาหกรรม เรากำลังเผชิญกับความท้าทายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อย่างไรก็ตามบริษัทฯ และพนักงานทุกคนกำลังพยายามกันอย่างเต็มที่และสุดความสามารถเพื่อบรรลุความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าและขอยืนยันในการดำเนินงานโดยคำนึงถึงสวัสดิภาพและความปลอดภัยของลูกค้าและพนักงานมาเป็นอันดับหนึ่ง เพราะเราเชื่อว่าสิ่งที่สำคัญในสถานการณ์เช่นนี้ คือเราต้องช่วยให้ประเทศไทยและคนไทยก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน