สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) เผยแพร่คลิปข้อมูลดี ๆ ในประเด็นที่มีหลายคนตั้งข้อสงสัยว่า โควิด-19 เราติดหรือยังนะ? แล้วตอนนี้เราอยู่กลุ่มไหน
วันนี้ เรานำเนื้อหาของ สสส. ชวนเช็คให้ชัวร์ !!! 5 กลุ่มอาการ เพื่อเฝ้าระวัง COVID-19
กับ “นักรบชุดขาว” >> ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล มาให้คุณลองเช็คตัวเองกัน
โดยเนื้อหาในคลิป ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ ระบุว่า มีคนจำนวนไม่น้อยที่มีโควิด-19 อยู่ในตัว จนถึง ณ วันนี้ ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยอย่างเดียว ในหลายประเทศจะจัดแบ่งคนในประเทศออกเป็น 5 กลุ่มใหญ่ ๆ ในกรณีที่เกิดวิกฤตโควิดในประเทศนั้น ๆ

1. ผู้ป่วย COVID-19
กลุ่มที่ 1 คือกลุ่มที่พิสูจน์แล้วว่าเป็น COVID-19 กลุ่มนี้จะพิสูจน์ในห้องปฏิบัติการ เป็นการตรวจสอบตามมาตรฐานหลัก คือการทำการศึกษาดูระดับพันธุกรรมของไวรัส ที่เรียกว่าเทคโนโลยี RT-PCR ซึ่งน้ำยาในการตรวจ ไม่ได้มีล้นหลามมาก
เรามีอยู่ในระดับหนึ่ง ถึงแม้วันนี้หลาย ๆ โรงเรียนแพทย์ในประเทศไทยรวมทั้งกรมวิทยาศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ก็ผลิตน้ำยานี้ได้แล้ว ขณะเดียวกันถ้าจะตรวจทั้งประเทศ ทั้งหมด น้ำยาไม่เพียงพอแน่นอน ฉะนั้นจึงมีกระบวนการว่า เมื่อไหร่ควรตรวจ เมื่อไหร่ที่ยังไม่ต้องตรวจ
2. กลุ่มน่าสงสัย แต่ตรวจไม่พบเชื้อ
กลุ่มที่ 2 คือสงสัยว่าจะเป็น แต่ผลการตรวจยังไม่เจอ การตรวจที่เรียกว่า RT-PCR ยังไม่พบ เช่นมีอาการของระบบทางเดินหายใจ หรืออาจจะมีประวัติมาจากพื้นที่เสี่ยง ซึ่งวันนี้ กลุ่มเสี่ยงกระจัดกระจายหมดแล้ว กลุ่มแบบนี้เราต้องเข้าใจหลักความจริงไว้ว่า การทำ Swap ที่เรียกว่า Nasopharyngeal Swap คือการป้ายบริเวณหลังจมูก เพื่อกลับมาดูว่ามันจะมีไวรัสนี้อยู่หรือเปล่า โดยใน 48 ชั่วโมงแรกเราอาจจะไม่เจอ เพราะฉะนั้นการไม่เจอไม่ได้หมายความว่า เราจะไม่มีแน่นอน อย่าไปคิดแบบนั้น เพียงแต่บอกว่าแล็บไม่เจอในเวลานั้น แต่ถ้าเมื่อไหร่สงสัย กลุ่มนี้จะได้รับการดูแลอีกแบบหนึ่ง
3. กลุ่มสัมผัสผู้ป่วย COVID-19
กลุ่มที่ 3 คือกลุ่มที่ได้มีโอกาสไปสัมผัสกับคนที่พิสูจน์แล้วว่าเป็น แต่ตัวเขายังไม่ได้เป็น จะต้องติดตามดูเหมือนกันเพราะไม่รู้ว่า จริง ๆ เขาได้รับเชื้อมาหรือไม่ และเป็นกลุ่มที่ยังไม่มีอาการอะไร ที่เราเรียกว่าการทำ Quarantine ให้อยู่กับบ้าน 14 วัน ติดตามดูเฉย ๆ ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่โรงพยาบาล
4. กลุ่มแฝง ที่ไม่แสดงอาการ
กลุ่มนี้คือกลุ่มที่ไม่รู้อะไรเลย คนไทยส่วนใหญ่จำนวนไม่น้อยคือ ไม่ได้มีอาการอะไร ไม่ได้ไปในพื้นที่กลุ่มเสี่ยง แล้วก็ไม่ได้มารับการตรวจ กลุ่มนี้มีเยอะ ซึ่งเรายังตอบไม่ได้ว่าในสังคมจริง ๆ แล้ว มีคนที่มีโควิดบวกอยู่ในพื้นที่ตรงนี้หรือเปล่า ถ้าสมมุติว่ามีจริง คนเหล่านี้ก็อาจจะเดินออกไปแล้วแพร่เชื้อไปที่ไหนก็ได้ เพราะคนเหล่านี้ “ไม่มีอาการ”
***คุณหมอ ย้ำว่า COVID-19 นั้น 80% ไม่มีอาการ หรืออาการน้อย ที่หนักมาก ๆ คือ 20% ที่หนักสุด ๆ 5% ก็ว่ากันไป แต่คนที่มี COVID-19 ในตัวแล้วก็เดินไปเดินมาโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ คนเหล่านี้ “ไม่ได้ตั้งใจแพร่เชื้อ” แต่เพราะความ ไม่รู้
5. กลุ่มที่เป็นแต่รักษาหายแล้ว
กลุ่มสุดท้ายคือ กลุ่มคนที่เป็น COVID-19 แล้ว รอดชีวิต หาย กลุ่มเหล่านี้จะมีภูมิต้านทานขึ้น หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในเวลานี้ คือภูมิต้านทานในตัวจะช่วยป้องกันเขาถึงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งกลุ่มเหล่านี้จะกลายเป็นกองทัพที่สำคัญต่อไปในอนาคต ไม่มีใครรู้ว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เราป้องกัน แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ บุคลากรด้านสุขภาพมันหมดแล้ว คนเหล่านี้อาจจะหลายเป็นกองทัพที่สำคัญ เพราะคนเหล่านี้ไม่ต้องกลัวการติดเชื้อเพราะเขามีภูมิคุ้มกันแล้ว อันนี้เป็นเรื่องของอนาคต

อย่างไรก็ตาม คุณหมอสรปในตอนท้ายว่า
“หน้าที่ของคนไทยทั้งประเทศ วิธีการเดียวที่จะแก้ได้ คือต้องปรับยุทธศาสตร์ใหม่ คือลดจำนวนผู้ป่วยที่เข้ามาให้ได้ เมื่อไหร่ที่จำนวนผู้ป่วยเข้ามาลดลงสิ่งที่เราปริ่ม ๆ ในเวลานี้ก็อาจจะเพียงพอ คนที่เป็นหนัก ๆ ก็อาจจะน้อยลง
…พอมีผู้ป่วยหนัก โรงพยาบาลก็อาจจะรับได้มากขึ้น ยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในเวลานี้ คือการลดจำนวนคนไข้ลงให้ได้ การลดลงเป็นการทำหน้าที่ของทุกคน ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาลอย่างเดียว ไม่ใช่หน้าที่ของผู้บริหารจังหวัดอย่างเดียว ไม่ใช่หน้าที่ของแพทย์ พยาบาล หรือบุคลากรด้านสุขภาพอย่างเดียว แต่เป็นหน้าที่ของ “คนไทยทั้งประเทศ”
มาช่วยกันนะคะ
ที่มา : สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) : ThaiHealth