การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ยังไม่รู้จะสิ้นสุดเมื่อไหร่ได้ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจไทย เรื่อยไปจนถึงทุกสาขาธุรกิจที่หนีไม่พ้นต้องเผชิญกับปัญหานี้เช่นกัน
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (EIC) ประเมินว่าตลาดแรงงานของไทยมีสัญญาณความอ่อนแอมามาตั้งแต่ช่วงเข้าสู่วิกฤติโควิด-19 โดยดูได้จากปัจจัย ดังต่อไปนี้
1.จำนวนผู้มีงานทำลดลง
จำนวนผู้มีงานทำของไทยอ้างอิงจากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าคนไทยมีแนวโน้มการมีงานทำลดลงในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา โดยค่าเฉลี่ยของผู้มีงานทำในปี 2019 อยู่ที่ 37.6 ล้านคน ลดลง 4.8 แสนคน เมื่อเทียบกับจำนวนเฉลี่ยในปี 2014

ทั้งนี้ มีสาเหตุมาจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ความต้องการแรงงานมีความลดน้อยลง รวมถึงปัจจัยด้านโครงสร้างในเรื่องจำนวนผู้สูงอายุที่ต้องออกจากตลาดแรงงานที่เพิ่มขึ้นจาก 5.4 ล้านคน เป็น 6.8 ล้านคน ในช่วงเวลาเดียวกัน อีกทั้งเมื่อพิจารณาดูค่าเฉลี่ยของผู้มีงานทำในไตรมาสแรกของปี 2020 พบว่ามีแนวโน้มลดลง
2.ชั่วโมงการทำงานที่ลดลง
จำนวนชั่วโมงการทำงานของแรงงานไทยในปี 2019 มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 42.7 ชั่วโมง/สัปดาห์ ลดลงต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปี 2014 ที่มีค่าเฉลี่ยการทำงานอยู่ที่ 44.1 ชั่วโมง/สัปดาห์ โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากการลดลงของผู้ที่ทำงานล่วงเวลา (แรงงานที่ทำงานตั้งแต่ 50 ชั่วโมง/สัปดาห์ ขึ้นไป)
สำหรับกลุ่มคนจำนวนดังกล่าวมีจำนวนลดลงจาด 9.7 ล้านคน เหลือ 6.8 ล้านคน และแนวโน้มการลดลงของจำนวนชั่วโมงการทำงานยังคงมีแนวโน้มลดลงในช่วงไตรมาสแรกของปี 2020
3. จำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น
ผู้ว่างงานในไตรมาสแรกของปี 2020 มีจำนวนอยู่ที่ประมาณ 400,000 คน เพิ่มขึ้น 14.8% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน สอดคล้องกับข้อมูลจากสำนักงานประกันสังคมในเรื่องผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานในไตรมาสแรกของปี 2020 พบว่ามีผู้ประกนตนที่ว่างงานเฉลี่ยอยู่ที่ 1.6 แสนคน เพิ่มขึ้น 4.5% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
ประเมินได้ว่าความอ่อนแอของตลาดแรงงานไทยที่มีสัญญาณมาก่อนหน้านี้ มาเจอกับปัจจัยการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 การหดตัวของเศรษฐกิจโลก และปัจจัยภัยแล้ง ได้ส่งผลกระทบต่อแรงงานในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร โรงแรม บันเทิง และค้าส่งค้าปลีก ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากการขาดหายไปของกลุ่มนักท่องเที่ยว
โดยกลุ่มแรงงานที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดจะเป็นในกลุ่มลูกจ้างชั่วคราว ผู้ประกอบการอาชีพอิสระ และลูกจ้าง SME ที่ทำธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งมีจำนวนรวมกันถึง 6.5 ล้านคน คิดเป็น 17.3% รองลงมาเป็นกลุ่มผู้ประกอบการ SME ในธุรกิจท่องเที่ยว และกลุ่มที่มีลักษณะการจ้างงานเดียวกันในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบรองลงไป คือ ภาคอุตสาหกรรมการขนส่ง และก่อสร้าง

จากที่กล่าวมาข้างต้น ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (EIC) ประเมินว่าจำนวนผู้ว่างงานจะเพิ่มขึ้นสูงถึงราว 3-5 ล้านคน ซึ่งถือเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลมาในปี 1985 โดยมีสาเหตุมาจากวิกฤติเศรษฐกิจในครั้งนี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อภาคธุรกิจ และครัวเรือนที่มีความเปราะบางสะสมตั้งแต่ช่วงก่อนหน้านี้ ประกอบกับมาตรการ lockdown ที่ควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลทำให้เกิดการหยุดชะงัดในกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และภาคการเกษตรที่เคยเป็นแหล่งดูดซับแรงงานก็มีแนวโน้มจากข้อจำกัดด้านภัยแล้ง