7 ตัวแทนธุรกิจน้ำเมาเตรียมยื่นเรื่องของผ่อนปรนขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์


เป็นที่ทราบกันดีว่าสถานการ์ณการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้รัฐบาลต้องมีการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมสถานการณ์ ซึ่งหนึ่งในมาตรการภายใต้ พ.ร.ก คือการห้ามจำหน่ายสุราทั่วประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจน้ำเมา

ล่าสุด 7 ตัวแทนภาคธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ประกอบด้วย 1.สมาคมผู้ประกอบการไวน์ไทย 2.สมาคมผู้ผลิตไวน์ผลไม้และสุราพื้นบ้านไทย 3.สมาคมบาร์เทนเดอร์ประเทศไทย 4.ชมรมผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายคราฟท์เบียร์ 5.ชมรมผู้ประกอบการร้านคราฟท์เบียร์ 6.ชมรมเบียร์บรูเออร์แห่งประเทศไทย และ 7.ชมรมผู้ค้าและตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์และวัตถุดิบทำเบียร์

เตรียมยื่นหนังสือถึงรัฐบาลให้มีมาตรการผ่อนปรน และเยียวยา ซึ่งมีสาระสำคัญ 3 เรื่อง ดังต่อไปนี้

1.ขอมิให้มีการขยายเวลาห้ามจำหน่ายสุราออกไปหลังวันที่ 30 เม.ย.63 อีก และขอให้ร้านที่มีใบอนุญาตจำหน่ายสุราสามารถจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อซื้อกลับบ้าน หรือส่งให้ถึงบ้านได้เหมือนอาหารประเภทอื่น ๆ

2. ขอให้พิจารณาเรื่องการออกระเบียบปฏิบัติในการขอคืนภาษี และทำลายสินค้าสุราเสื่อมคุณภาพ เนื่องจากการสั่งห้ามเปิดร้าน และสถานบันเทิง ส่งผลแก่ผู้นำเข้า และผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยตรง ที่ไม่สามารถวางจำหน่ายสินค้าออกจากสต็อกได้ตามเวลาที่ควรจะเป็น ทำให้สินค้าที่นำเข้า หรือสั่งผลิตจำนวนมากบางประเภทกำลังหมดอายุ

3.ขอให้พิจารณาผ่อนปรนเรื่องการขนย้ายสุราหากมีการห้ามจำหน่าย เนื่องจากคราฟท์เบียร์ ไวน์องุ่น และสุราแช่หลายชนิดเป็นสินค้าที่ต้องจัดเก็บตามอุณหภูมิที่กำหนด เมื่อมีการนำเข้ามาจึงต้องมีการชำระภาษีและขนย้ายเข้าไปเก็บคลังสินค้าของผู้ประกอบการให้เร็วที่สุด การประกาศห้ามขายส่ง (ใบอนุญาตขายสุราประเภทที่ 1) ทำให้ไม่สามารถนำสินค้าที่เสียภาษีแล้วไปเก็บในคลังของผู้ประกอบการได้ และเกิดภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมากในการเช่าโกดัง รวมถึงปัญหาการควบคุมอุณหภูมิในเขตปลอดภาษี

ทั้งนี้ ตามข้อมูลของกรมสรรพสามิต พบว่าในปี 2562 สามารถจัดเก็บรายได้ภาษีเบียร์ และสุรา คิดเป็น 132,236 ล้านบาท และนำไปสู่การผันงบเพื่อนำไปพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ อีกมากมาย