แม้ว่าการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมด้านต่าง ๆ ทั่วโลก แต่สินค้าปศุสัตว์ไทยยังแรงต่อเนื่องจากข้อตกลงการค้า FTA ที่ดันส่งออกพุ่งทุกตลาด
ข้อมูลจากกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ พบว่าสินค้าส่งออกปศุสัตว์ไทยในไตรมาส 1/2563 คิดเป็นมูลค่า 1,173 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เติบโต 18% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันกับปีที่ผ่านมา โดยสินค้าในตลาดโลกยังคงเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
สินค้าปศุสัตว์อะไรบ้างที่ต้องการในตลาดโลก
จากสถิติการค้าระหว่างประเทศในช่วงไตรมาส 1/2563 (ม.ค.-มี.ค.) พบว่า ไทยสามารถส่งออกสินค้าปศุสัตว์ เช่น ไก่แปรรูป ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง สุกรสดแช่เย็นแช่แข็ง ไข่ไก่ และสินค้าปศุสัตว์อื่น ๆ สู่ตลาดโลกถึง 1,173 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 18%
โดยตลาดส่งออกสำคัญของไทยขยายตัวเกือบทุกตลาด ไม่ว่าจะเป็น ฮ่องกง ส่งออก 45 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 94% อาเซียน ส่งออกคิดเป็นมูลค่า 245 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 71% จีน ส่งออกคิดเป็นมูลค่า 84 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 44.5% และญี่ปุ่น ส่งออกคิดเป็นมูลค่า 475 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 10% ซึ่งทั้ง 4 ประเทศนี้ เป็นประเทศที่ไทยทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) ด้วย มียอดส่งออกรวมกันสัดส่วนกว่า 72% ของการส่งออกทั้งหมด

นอกจากนี้ ยังมีส่งออกไปสหภาพยุโรป คิดเป็นมูลค่า 271 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 0.50%

สำหรับสินค้าที่ส่งออกได้ดีในช่วงดังกล่าว เช่น ไก่แปรรูป ส่งออก 652 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่ม 1.3% มีสัดส่วน 56% ของการส่งออกทั้งหมด ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง ส่งออก 230 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่ม 29% มีสัดส่วน 20% สุกรสดแช่เย็นแช่แข็ง ส่งออก 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่ม 597% มีสัดส่วน 2% และสินค้าปศุสัตว์อื่น ๆ ส่งออก 203 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่ม 116.5% มีสัดส่วน 17%
ปัจจัยที่ทำให้สินค้าไทยได้เปรียบ
ปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้สินค้าปศุสัตว์ไทยส่งออกมากขึ้นมาจากความตกลง FTA ที่ไทยมีกับคู่เจรจาอยู่ 13 ฉบับ 18 ประเทศ โดยมี 9 ประเทศ ได้แก่ จีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เมียนมา บรูไน และฮ่องกง ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ให้ไทยทุกรายการแล้ว

ทั้งนี้ หากดูเฉพาะปี 2562 ไทยส่งออกสินค้าปศุสัตว์ไป 18 ประเทศคู่เจรจาเอฟทีเอได้รวม 3,393 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 82% ของการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ทั้งหมดของไทย และเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2535 ซึ่งเป็นปีก่อนที่ความตกลงเอฟทีเอฉบับแรกของไทยกับอาเซียนมีผลใช้บังคับ พบว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ของไทยขยายตัวขึ้นถึง 785% หากแยกรายตลาด พบว่า ขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกตลาด เช่น จีน เพิ่ม 8,013% อาเซียน เพิ่ม 4,753% ออสเตรเลีย เพิ่ม 1,600% เกาหลีใต้ เพิ่ม 752% และญี่ปุ่น เพิ่ม 419% เป็นต้น
หาโอกาสหลังโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย
ปัจจุบันสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย ทำให้บางประเทศ เช่น จีน ฮ่องกง เกาหลีใต้ และอาเซียน เริ่มฟื้นตัวและผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง รวมถึงมีความต้องการสินค้าอาหารที่สูงขึ้น ประกอบกับประเทศผู้ส่งออกสินค้าปศุสัตว์อื่น ๆ กำลังเผชิญกับสงครามการค้าและโรคอหิวาต์ในสุกรระบาด จึงเป็นโอกาสของไทยที่จะขยายการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ได้ แต่ผู้ประกอบการต้องรักษาคุณภาพและมาตรฐานการผลิตให้สินค้าปศุสัตว์ไทยมีความสะอาดปลอดภัย ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค และทำให้สินค้าปศุสัตว์ไทยเป็นที่นิยมในตลาดโลกได้เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ Free Trade Area (FTA) เป็นเขตการค้าเสรี ที่เป็นข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศที่ร่วมมือกันขจัดอุปสรรคทางการค้า ทั้งที่เป็นภาษีศุลกากร และไม่ใช่ภาษีศุลกากร