ปิดดีลครั้งใหญ่ไม่ได้ ทำธุรกิจพลาด บาดแผลนี้จะลบล้างยังไงไม่ให้ส่งผลกระทบต่อจิตใจคุณ


การเป็นผู้ประกอบการนั้นต้องมาพร้อมกับอำนาจการตัดสินใจในสิ่งต่าง ๆ ที่มากมายทุกวัน ทำให้คุณต้องเคยมีวันเวลาที่เลวร้าย ผิดหวัง เพราะตัดสินใจในสิ่งเหล่านั้นผิดพลาด หรือล้มเหลวกับการบริหารของตัวเองมาบ้างทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการปิดดีลครั้งใหญ่ไม่ได้ การเจรจาล้มเหลว หรือการเลือกทางเดินต่าง ๆ ที่ไม่ประสบความสำเร็จ สิ่งเหล่านั้นจะบั่นทอนความมั่นใจของคุณ จนทำให้คุณหมดไฟในการทำสิ่งต่าง ๆ ต่อไปได้เลย ซึ่งพฤติกรรมนี้เป็นเรื่องน่ากลัวมากของการทำธุรกิจ เพราะมันจะส่งผลให้ความคิดสร้างสรรค์ต่าง ๆ ไม่ทำงาน รวมถึงคุณจะขาดความกล้าในการทำอะไรใหม่ ๆ ไปในทันที ดังนั้นอย่าปล่อยให้ถึงจุดนี้เพราะมันจะสายเกินไป นำ 4 วิธีเปลี่ยนความล้มเหลวในการทำธุรกิจเหล่านี้ไปใช้ เพื่อเป็นกำลังใจให้คุณดีที่สุด

1. รู้สึกเสียใจกับมันให้พอ

คุณไม่สามารถปิดกั้นความผิดหวัง หรือเสียใจเอาไว้ได้ ยิ่งทำอย่างนั้นมันจะยิ่งทำให้บาดแผลในการทำผิดพลาดครั้งนี้ใหญ่ขึ้น และอยู่กับคุณนานมากกว่าที่ควร การเสียใจกับมันนั้นต้องมีวิธีระบายที่ถูกวิธีเพื่อไม่ให้จิตใจแบกรับภาระนี้ไว้อย่างหนักอึ้ง เช่น การเขียนจดลงในกระดาษ ระบายสิ่งที่คุณคิดออกมา การหันหน้าพูดคุยกับคนที่คุณไว้ใจ หรือให้ใครสักคนได้รับรู้และปลอบคุณ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้จิตใจได้รับการเยียวยาอย่างดี และผ่านพ้นเรื่องราวร้าย ๆ ไปได้อย่างไวที่สุด

สิ่งสำคัญที่สุดคือ ห้ามโพสต์ระบายความผิดพลาดนี้ลงในโซเชียลมีเดียเด็ดขาด เพราะนอกจากมันจะไม่ทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นแล้ว มันยังทำให้ภาพลักษณ์ของคุณเสื่อมเสีย คนอื่นจะมองว่าคุณไม่สามารถจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้ และมองถึงความไม่เป็นมืออาชีพ จนกระทบต่อการตัดสินใจใช้บริการคุณในอนาคตได้เลย

2. วิเคราะห์หาสาเหตุของความผิดพลาด

คุณไม่สามารถกลับไปแก้ไขอดีตที่เคยทำผิดพลาดไปแล้วได้ แต่คุณสามารถนำมันกลับมาศึกษา เพื่อรู้ได้ว่าคุณผิดพลาดตรงไหน และจะทำยังไงที่คุณสามารถก้าวข้ามผ่านจุดผิดพลาดเดิมไปได้ เป็นธรรมดาที่เมื่อเกิดข้อผิดพลาด คุณมักจะโทษตัวเอง และรู้สึกไม่มั่นใจ จนประเมินตัวเองต่ำเกินไป ซึ่งตรงนี้เองที่จะยิ่งทำให้ธุรกิจคุณผิดพลาดซ้ำสอง

การหาข้อมูลจากความผิดพลาด เพื่อใช้อ้างอิงเหตุผลเหล่านี้จึงเป็นสิ่งจำเป็น ลองวิเคราะห์ดูว่าที่คุณทำพลาดไป สาเหตุส่วนใหญ่มันเป็นเพราะอะไร เช่น คุณนำเสนอในสิ่งที่ไม่ตรงกับความต้องการของลูกค้าหรือไม่ ราคาคุณอาจจะแพงกว่าคู่แข่ง หรือสินค้าคุณขาดคุณสมบัติใดไปรึเปล่า ความเข้าใจปัญหาตรงนี้จะช่วยให้คุณไม่โทษตัวเอง แต่มองถึงความเป็นจริง รวมถึงหาวิธีปรับปรุงได้ดีขึ้นกว่าเดิม

3. ให้คนรอบตัวช่วยแก้ไขปัญหา

การมองหาทางออกของปัญหานี้ด้วยตัวคนเดียวบางครั้งอาจจะไม่ได้คำตอบที่ถูกต้อง หรืออาจจะต้องใช้เวลานาน กว่าจะวิเคราะห์ถึงปัญหา และหาทางแก้ไขได้ ซึ่งคงจะดีกว่ากันมากถ้าคุณมีผู้เชี่ยวชาญ หรือคนที่เก่งในเรื่องเหล่านี้มาคอยให้คำปรึกษา และแนะนำแนวทางการแก้ปัญหา พร้อมวิธีพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม

ที่ปรึกษาตรงนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นโค้ชที่มีค่าใช้จ่ายราคาแพง แต่คุณสามารถปรึกษาหัวหน้างาน ทีมงาน พนักงาน ที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ตรงนี้โดยตรงได้ แม้พวกเขาจะตำแหน่งต่ำกว่าก็ตาม แต่ด้วยความที่พวกเขาต้องคลุกคลีกับงานนี้อย่างเต็มที่ไม่แพ้คุณ มันอาจทำให้พวกเขามีมุมมองใหม่ ๆ ที่คุณคาดไม่ถึง ช่วยให้ผ่านพ้นวิกฤต และเรียกความมั่นใจกลับคืนมาได้

4. พัฒนาตัวเองให้ขึ้น ไม่ตกหลุมความผิดพลาดแบบเดิม ๆ

ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นแล้ว คุณสามารถเลือกได้สองทางคือ เลือกที่จะก้าวข้ามผ่านมันไป และไม่ทำผิดซ้ำสองอีก หรือเลือกที่จะเก็บมันไว้ย้ำเตือนตัวเอง ไม่ให้ก้าวไปข้างหน้า ซึ่งผู้ประกอบการทุกคนคงเลือกอย่างแรก และมันเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยคุณได้ทั้งในปัจจุบัน และในอนาคต นั่นคือการพัฒนาเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองต่อไป

บอกกับตัวเองเสมอว่าความผิดพลาดในการทำธุรกิจมันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลากับทุกๆ คนไม่ใช่แค่คุณที่ต้องเจอ หาอ่านหนังสือ หรือหนังที่สร้างแรงบันดาลใจให้มาก จะช่วยในเรื่องนี้ได้ เพราะมีผู้ประสบความสำเร็จมากมายที่เคยผิดพลาดมาก่อน รวมทั้งต้องประชุมวางแผน เพื่อหาทางรับมือไม่ให้เจอเหตุการณ์ความผิดพลาดแบบเดิม ๆ อีกเป็นครั้งที่สอง