รัฐบาลสั่งเร่งรัดลงทุน PPP หลังโควิด ทำหลายโครงการหยุดชะงัก


รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ เร่งรัดลงทุน PPP อัดเม็ดเงินสู่ระบบฟื้นฟูเศรษฐกิจ หลังโควิดทำพิษ 18 โครงการล่าช้า 6-8 เดือน สั่งหนุนลงทุนด้านสังคม สาธารณสุขเพิ่ม

วันที่ 26 มิ.ย.63 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) เปิดเผยว่า ได้กำชับที่ประชุม ให้เร่งรัดขับเคลื่อนการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ เพื่อให้เม็ดเงินออกสู่ระบบ หลังจากพบว่า 18 โครงการลงทุนมีความล่าช้าจากแผน 6-8 เดือน เนื่องจากปัญหาไวรัสโควิด-19 นำเข้าเครื่องมือ อุปกรณ์ไม่ได้

โดยเจ้าของโครงการ ต้องชี้แจงเหตุผลความล่าช้านับปี เพื่อตั้งอนุกรรมการเร่งรัด ตามกฎหมาย หลังจากได้ผลักดัน ให้ปตท. กฟผ. นำแผนลงทุนในปีหน้า ขยับมาลงทุนในปีนี้ เพื่อช่วยเหลือชุมชน ภาคชนบท เพราะขณะนี้ต้องการเงินลงทุนออกสู่ระบบจำนวนมากในการับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ รัฐบาลยังต้องการให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หันมาลงทุนด้านสังคมเพิ่มเติม เช่น ด้านศึกษา สาธารณสุข ที่พักอาศัยผู้สูงอายุ แหล่งท่องเที่ยวชุมชน จึงมอบหมายให้ บีโอไอ ไปศึกษาแนวทางส่งเสริมการลงทุน เพื่อให้หลายหน่วยงาน เสนอโครงการด้านสังคม เพราะช่วงนี้ต้องการให้เม็ดเงินกระจายออกไปยังชนบทและภูมิภาคให้มากขึ้น

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบกฎหมายลูกของ PPP โดยหากเป็นโครงการมูลค่าไม่เกิน 1,000 ล้านบาท มอบหมายให้กระทรวงเจ้าสังกัดพิจารณาโครงการลงทุนได้ ไม่ต้องเสนอคณะกรรมการ PPP พิจารณา และหากโครงการลงทุน 1,000-5,000 ล้านบาท บางโครงการที่มีความสำคัญต้องปฏิบัติตาม PPP เต็มรูปแบบหรือไม่ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการลงทุน

ด้านนายชาญวิทย์ นาคบุรี ที่ปรึกษาด้านการประเมินผลรัฐวิสาหกิจ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า โครงการลงทุนขนาดใหญ่ ต้องเสนอคณะกรรมการ PPP จำนวน 90 โครงการมูลค่า 1.09 ล้านล้านบาท ยอมรับว่าหลังจากมีปัญหาแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้หลายโครงการเกิดความล่าช้าไม่เป็นตามแผน จำนวน 18 โครงการ มูลค่า 472,000 ล้านบาท อย่างเช่น การสร้างมอเตอร์เวย์ของกรมทางหลวง การสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง นำเข้าอุปกรณ์จากจีนไม่ได้ รถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนต่อขยาย อยู่ระหว่างการเปิดจำหน่ายซองประมูล

ดังนั้น สคร. จึงเตรียมเชิญผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ ประชุมชี้แจงความคืบหน้าของแผนลงทุนในเร็วๆ นี้ เพื่อให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้สอบถามแผนลงทุน

สำหรับโครงการลงทุนด้านสังคมที่น่าสนใจ เตรียมเปิดให้ส่วนราชการเสนอแผนเข้ามา เช่น กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวง พม.เสนอสร้างที่อยู่อาศัยผู้สูงอายุ มูลค่า 3,400 ล้านบาท กรมการแพทย์ ดึงภาคเอกชนมาร่วมการลงทุนด้านรักษาพยาบาล มูลค่า 8,000 ล้านบาท รัฐบาลต้องการให้โครงการด้านสังคมเดินหน้าอีกหลายด้าน เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย