ปัจจุบันสินค้าโอทอปยังมีโอกาสในตลาดที่สามารถพัฒนาต่อยอดได้ เพราะมีจุดแข็ง จุดขายอันเป็นเอกลักษณ์ และมีมูลค่าทางการตลาดเพิ่มสูงขึ้นทุกปี หากพัฒนาดี จี้ถูกจุด ฉีกแนวจากสินค้าหน้าตาบ้านๆ สู่มาตรฐานระดับสากล และทำให้คนเข้าถึงได้ง่ายก็สามารถไปต่อได้ แม้ในวันที่ไม่สามารถจัดงานแสดงสินค้าออกร้านจำหน่ายในสินค้า OTOP ทั้งในกรุงเทพฯและส่วนภูมิภาคได้ สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็ตาม
จากเดิมงานแสดงสินค้า OTOP นั้นมีกรมการพัฒนาชุมชนเป็นแม่งานในการจัดงานทุกปี ในอัตราความถี่ปีละ 2-4 ครั้ง ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยส่วนของงาน OTOP CITY ที่จัดขึ้นในเมืองทองธานีนั้น จัดเป็นงานโอทอปใหญ่ระดับประเทศ เป็นงานแสดงสินค้าโอทอประดับ 3-5 ดาว ที่ผ่านการคัดสรรมาแล้วจากผู้ประกอบการโอทอปทั่วประเทศ ซึ่งมีกว่า 15,000 ราย ให้มาร่วมออกบูทครั้งละ 2,000 ถึง 2,500 ราย หรือประมาณ 20,000 ผลิตภัณฑ์
สำหรับ 5 ช่องทางดันโอทอปท็อปฮิตในตลาดออนไลน์ ประกอบด้วย
จากการส่งเสริมสินค้าโอทอปของภาครัฐที่เปลี่ยนไปใช้แพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น โดยทำการส่งเสริมการขายออนไลน์ปรับตัวตอบโจทย์ยุค New normal และผลักดันให้เกิดการซื้อขายในช่วงวิกฤติโควิด-19 นี่จึงเป็นโอกาสอันดีที่ผู้ประกอบการโอทอป จะได้สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคและปรับรับเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการพัฒนาสินค้าและสร้างช่องทางการตลาดมากขึ้น ภายใต้การสับสนุนช่วยขับเคลื่อนสินค้าโอทอปสู่ตลาดออนไลน์ในหลายๆ โครงการของรัฐบาล โดยกรมการพัฒนาชุมชน(พช.) ซึ่งกำลังดำเนินการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ดังนี้
1. โครงการ OTOP Midyear 2020 Online : เป็นการร่วมมือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่อย่าง Shopee ในแคมเปญ “OTOP Midyear 2020 Online” ที่จะมีสินค้าชุมชนและสินค้าเอสเอ็มอีคุณภาพดี ได้คัดสรรจากผู้ประกอบการทั่วประเทศให้ได้เลือกช้อปปิ้งกันอย่างจุใจในราคาพิเศษลดสูงสุด 20% ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.– 29 ส.ค. 2563 ที่ https://shopee.co.th/otop ภายใต้คอนเช็ปต์ “สั่งซื้อตรง ส่งถึงบ้าน ช้อปสนั่นออนไลน์” แถมโปรโมชั่นจัดเต็ม เพราะเพียงซื้อสินค้าโอทอปเพียง 1 ชิ้น ส่งผลให้ชาวบ้านมีกินมีใช้อีกหลายครอบครัว
2. โครงการ U-OTOP นำร่องโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มร.สส.) : หวังส่งเสริมสินค้าชุมชนผ่านนักศึกษาที่สนใจหารายได้พิเศษ รุกสู่ตลาดออนไลน์สู้ภัยโควิด–19 โดยการให้นักศึกษานำสินค้า otop มาขายบนโลกออนไลน์ในช่วงเกิดปัญหาโควิด–19 ซึ่=-0987654งจะได้รับผลตอบแทนพอสมควรแบ่งเบาความเดือดร้อนของครอบครัวได้ ส่วนผู้ประกอบการโอทอปในแต่ละชุมชนก็จะได้ขยายตลาดบน online และได้ยอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น จึงเป็นโครงการร่วมสนับสนุนสินค้าชุมชนได้ออกสู่ตลาดยุคใหม่ 4.0 เพื่อการพัฒนาต่อยอดในลำดับต่อไปอย่างยั่งยืน
3. โครงการยืดอายุผลิตภัณฑ์ OTOP อาหารถิ่นรสไทยแท้ (OTOP Authentic Thai Taste) : จัดทำสินค้าต้นแบบเชิงพาณิชย์ สร้างสรรค์เมนูอาหารถิ่นรสไทยแท้ที่มีความโดดเด่นของส่วนประกอบที่มีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น 10 เมนู เพื่อยกระดับและเพิ่มมูลค่าทางการตลาดให้แก่อาหารถิ่นรสไทยแท้ที่เป็นอาหารปรุงสด ให้เป็นอาหารที่มีอายุการเก็บรักษาเพื่อการบริโภคได้ยาวนานขึ้น สะดวกต่อการรับประทานรองรับเทรนด์ในยุคปัจจุบัน พร้อมขยายตลาดสู่เครือข่ายผู้ผลิตอาหารไทยและผู้บริโภค โดยมีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาอาหารไทยที่มีสมุนไพรที่ดีต่อสุขภาพของผู้บริโภคมาพัฒนา นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตมาใช้เพื่อการยืดอายุผลิตภัณฑ์ พัฒนาเป็นสินค้าอาหารแปรรูปที่สะดวกต่อการบริโภค สอดคล้องตามความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน รสชาติอร่อย แต่ยังคงคุณประโยชน์ คุณภาพ และความปลอดภัย เพิ่มการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ และใช้ตราสัญลักษณ์หรือแบรนด์ OTOP Thai Taste ระบุข้อมูลโภชนาการต่อหน่วยบริโภค และจุดเด่นเรื่องราว (Story) ของผลิตภัณฑ์ ลงบนฉลากบรรจุภัณฑ์ตามมาตรฐานสินค้าระดับสากล
4. พัฒนาแพลตฟอร์มการขาย Online ช่วยระบายสินค้า : ผู้ประกอบการสินค้าชุมชนทั่วประเทศประสบปัญหาการระบายสินค้า ไม่มีรายได้เลี้ยงดูครอบครัว พช.ได้พัฒนาระบบการขาย Online ต้นแบบ เพื่อเป็นแนวทางให้แก่ผู้ประกอบการทั่วประเทศได้เรียนรู้ โดยสามารถเข้าชมและเลือกช้อปได้ผ่านทางเว็บไซต์ http://www.otoptoday.com/newweb ซึ่งได้รวบรวมสินค้าจากทุกจังหวัดทุกภาคให้ผู้สนใจเข้ามาคลิ๊กค้นหาจากรายการสินค้าและมี Link เชื่อมต่อไปยังผู้ขาย และยังมีกลุ่มเฟซบุ๊กเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการโอทอปทั่วประเทศ นำสินค้าเด่นดังประจำจังหวัดมาฝากร้านขายของ สร้างกิจกรรมให้ผู้ซื้อผู้ขายพบกันตลอด 24 ชั่วโมง ซื้อง่าย สั่งได้ พร้อมส่งถึงบ้าน โดยสามารถเข้าชมได้ที่กลุ่ม “OTOP TODAY ฝากร้านขายของ” https://web.facebook.com/groups/232930151121943
5. ช่องทางด่วนออนไลน์ผ่าน Live สด : ซึ่งเป็นช่องทางด่วนเพื่อช่วยผู้ประกอบการให้สามารถขายของได้อีกทางหนึ่งของ พช. มีการจัดกิจกรรมไลฟ์สด (Live สด) ผ่านเฟซบุ๊ก OTOPTODAY ซึ่งดำเนินการ 2 ระดับ คือ ในส่วนกลาง กรมการพัฒนาชุมชนได้ร่วมกับโอทอปเทรดเดอร์ จัดกิจกรรม Live สด ทุกวัน ระหว่างเวลา 12.00–13.00 น. สามารถติดตามชมได้ที่ https://www.facebook.com/OTOPTODAYTHAILAND และในระดับพื้นที่ได้สนับสนุนให้ทุกจังหวัดจัดกิจกรรม Live สดโดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดและอำเภอจัดเอง อีกทั้งจังหวัด และอำเภอได้สนับสนุนให้ผู้ประกอบการจัด Live สดขึ้นเองด้วย โดยให้ประชาสัมพันธ์นัดวันเวลาล่วงหน้าเพื่อให้มีผู้เข้ามาติดตามจำนวนมาก ซึ่งมีการดำเนินการไปแล้วพบว่าได้รับผลตอบรับดีพอสมควร
อ่านเพิ่มเติม : 5 ช่องทางดันโอทอปท็อปฮิตในตลาดออนไลน์
www.bangkokbanksme.com