เยอะไปก็ไม่ดี! Coke ปรับกลยุทธ์ยุติทำแบรนด์กำไรน้อย เน้นลงทุนแบรนด์ที่มีศักยภาพ


ใครจะไปรู้ว่า Coca-cola แบรนด์เครื่องดื่มยักษ์ระดับโลก จะมีแบรนด์ภายในเครือที่ผลิตออกสู่ตลาดมากกว่า 500 แบรนด์ กว่า 200 ประเทศทั่วโลก ซึ่งบางทีอาจจะเยอะเกินไปในสภาวะเศรษฐกิจผันผวนในปัจจุบัน

แบรนด์ Portfolio ของ Coca-cola ไม่ว่าจะเป็น แบรนด์ระดับโลก, ระดับภูมิภาค และระดับท้องถิ่น มีมากกว่า 500 แบรนด์ ซึ่งแน่นอนว่าบริษัทต้องแบกรับต้นทุนการผลิตที่แต่ละแบรนด์สร้างผลกำไรที่แตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ช่องทางการจำหน่ายเครื่องดื่มได้รับผลกระทบ ทั้งร้านอาหาร, ร้านสะดวกซื้อ, โรงภาพยนตร์, สถานที่ออกกำลังกาย ที่ต้องถูกปิดตัวลงชั่วคราวตามมาตรการ เหล่านี้จึงส่งผลต่อยอดขายเครื่องดื่มของบริษัทที่ลดลง

รายงานผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2020 ของ Coca-cola พบว่ามีรายได้อยู่ที่ 7.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลง 28% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2020 ที่มีรายได้อยู่ที่ 8.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยอีกหนึ่งจุดที่น่าสังเกต คือปริมาณการขายเครื่องดื่มทั่วโลกของบริษัทลดลง 16%

แม้ว่าการเป็นบริษัทใหญ่จะมีความได้เปรียบในเรื่องของการผลิตเครื่องดื่มที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่ยังไม่แน่นอน การแบกรับต้นทุนที่สูงเกินไปอาจไม่ใช่เรื่องดีของการทำธุรกิจในยุคนี้ โดย Coca-cola เตรียมปรับกลยุทธ์การตลาดครั้งสำคัญ ด้วยการมุ่งเป้าให้ความสำคัญกับแบรนด์ Portfolio ที่มีศักยภาพที่จะเติบโต ทำกำไรในอนาคต และจะยุติการผลิตแบรนด์เล็ก ๆ ที่สร้างรายได้คิดเป็นสัดส่วน 2% ลง

อย่างไรก็ตาม Coca-cola ยังไม่ได้ประกาศรายชื่อ “Zombie Brands” หรือแบรนด์ที่ทำผลกำไรน้อยว่าจะมีอะไรบ้าง ซึ่งในเรื่องนี้คงต้องติดตามกันต่อไป แต่ James Quincey ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร The Coca-Cola Company เชื่อว่าการดำเนินการนี้จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจให้เดินไปสู่เป้าหมายที่วางเอาไว้ และสอดรับการสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

ที่มา: CNN