สู้ไม่ไหว! H&M ปิดหน้าร้าน 250 สาขา หลังยอดขายออนไลน์เติบโต


H&M มีแผนที่จะปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจด้วยการปิดสาขา 250 แห่งในปีหน้า หลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ลูกค้าหันไปซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น

ผลประกอบการในไตรมาส 3/2020 ของ H&M ต่ำกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ จึงทำให้บริษัทตั้งเป้าที่จะปิดหน้าร้าน 250 แห่งในปีหน้า ซึ่งคิดเป็น 5% จากจำนวนสาขาทั้งหมด โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา H&M ได้ปิดหน้าร้านมากขึ้น และขยายสาขาน้อยลง พร้อมทั้งปรับธุรกิจให้เข้าสู่ออนไลน์ที่ทำให้เกิดการแข่งขันที่ดีกว่า

Helena Helmersson ผู้บริหารระดับสูง H&M กล่าวว่า ยอดขายยังคงฟื้นตัวในเดือนกันยายน จากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แม้ว่าความท้าทายยังคงไม่สิ้นสุด แต่เราเชื่อมั่นว่าได้ผ่านจุดเลวร้ายที่สุดมาแล้ว และก้าวขึ้นมาอยู่ในจุดที่แข็งแกร่ง

อีกทั้งแถลงการณ์จาก H&M ชี้ให้เห็นว่า อัตราการซื้อของออนไลน์ของลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าสาขาบางแห่งจะเริ่มกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง แต่ก็ยังต้องพบกับข้อจำกัดที่ไม่สามารถเปิดให้บริการได้อย่างเต็มรูปแบบเหมือนกับช่วงเวลาปกติ

ด้านนักวิเคราะห์จาก JPM มองว่า ในภาพรวมไตรมาส 3/2020 คือไตรมาสที่ดีกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ และเราคิดว่า H&M จะจัดการได้ดี ซึ่งสิ่งที่พวกเขาทำตอนนี้มีอิทธิพลโดยตรง

“เราคิดว่าตลาดยังคงไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่ ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์ของ H&M ว่าจะผ่านไปได้ดีหรือไม่”

สำหรับผลประกอบการในไตรมาส 3/2020 H&M มีกำไรก่อนหักภาษีเหลือ 265.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันก่อนหน้านี้

อาจจะกล่าวได้ว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้เกิดเทรนด์การซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้หลายแบรนด์สินค้าต่างหันมาให้ความสนใจกับการทำการตลาดผ่านช่องทางดังกล่าวมากขึ้น พร้อมกับทยอยปิดหน้าร้านลง นอกเหนือจาก H&M แล้วยังมีคู่แข่งด้านค้าปลีก เช่น Zara ที่มีแผนปิดหน้าร้านกว่า 1,200 แห่งในปีนี้ รวมถึงปีหน้า

ที่มา: CNNreuters