ดัชนีเชื่อมั่น SME เดือนสิงหาคม ลดลง ส่งสัญญาณการแผ่วตัวด้านกำลังซื้อของประชาชน


ดัชนีความเชื่อมั่น SME ในเดือนสิงหาคมลดลงมาอยู่ที่ระดับ 51.2 เป็นผลมาจากกำลังซื้อของประชาชนลดลง หลังหมดมาตรการเยียวยา รวมถึงภาคธุรกิจมีการปรับลดต้นทุนเรื่องการจ้างงาน

นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กล่าวว่าดัชนีเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ SME ในเดือนสิงหาคม 2563 ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 51.2 จากก่อนหน้านี้ในเดือนกรกฎาคม 2563 ที่อยู่ระดับ 51.6 โดยถือเป็นการปรับลดครั้งแรก หลังจากก่อนหน้านี้มีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการผ่อนปรนของภาครัฐ

ตัวเลขดัชนีเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ SME ที่ลดลงสะท้อนให้เห็นสัญญาณการเริ่มชะลอตัวทางธุรกิจที่เป็นผลมาจากกำลังซื้อของประชาชนที่ลดลง เนื่องจากได้ใช้สอยเงินเยียวยาที่ได้รับจากภาครัฐไปแล้วก่อนหน้านี้ และภาคธุรกิจก็มีการปรับตัวเพื่อลดต้นทุน โดยเฉพาะในเรื่องของการจ้างงาน ส่งผลต่อการใช้จ่ายของประชาชนในส่วนกลุ่มสินค้า และบริการที่ไม่จำเป็นลดลง พร้อมเก็บเงินไว้ในอนาคต เพื่อรองความไม่แน่นอนในเรื่องของรายได้

หากลงในรายละเอียดสาเหตุที่ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นฯ ปรับตัวลงมาจากองค์ประกอบด้านคำสั่งซื้อ ปริมาณการผลิต การค้า และการบริการ กำไรและการจ้างงาน ที่ปรับตัวลดลงมาอยู่ในระดับ 54.5, 55.4, 53.0 และ 48.2 ตามลำดับ ส่วนองค์ประกอบด้านต้นทุน และการลงทุนปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 45.0 และ 50.9 ตามลำดับ

สำหรับปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อกิจการ SME ในเดือนนี้ 5 อันดับแรก คือ 1.ภาวะเศรษฐกิจในประเทศและอำนาจซื้อของประชาชน 2.การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค 3.มาตรการในด้านต่าง ๆ ของรัฐบาล 4.การแข่งขันในตลาด และ 5.ราคาต้นทุนสินค้าและค่าแรงงานที่เพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าดัชนีความเชื่อมั่นในอีก 3 เดือนข้างหน้าจะอยู่ที่ระดับ 56.3 ปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้านี้ที่ระดับ 59.3 เนื่องจากความกังวลในเรื่องของกำลังซื้อของประชาชนที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้ และความเปราะบางในเรื่องของการจ้างงานที่มีผลกระทบต่อรายได้ประชาชน รวมถึงยังไม่มีสัญญาณชัดเจนในเรื่องของการท่องเที่ยว