EU เซ็นสัญญา Johnson & Johnson ซื้อวัคซีนโควิด-19 ล็อตใหญ่


EU บรรลุข้อตกลงกับ Johnson & Johnson ให้ประเทศสมาชิกสามาถซื้อวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ให้กับประชาชนได้สูงสุด 400 คน

สเตฟาน เดอ คีร์สแมกเกอร์ โฆษกคณะกรรมาธิการฯ แถลงข่าวว่าคณะกรรมาธิการฯ ได้ลงนามสัญญากับ Johnson & Johnson ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) สามารถซื้อวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ให้ประชาชนได้สูงสุด 400 ล้านคน

ปัจจุบันวัคซีนที่เจแอนด์เจพัฒนาอยู่ระหว่างการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 โดยหากวัคซีนได้รับการยืนยันแล้วว่าปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ เจแอนด์เจจะจัดสรรวัคซีนโรคโควิด-19 ชุดแรก เพื่อขอใช้งานในกรณีฉุกเฉินภายในต้นปี 2021

คีร์สแมกเกอร์ กล่าวต่อว่าสัญญากับ Johnson & Johnson ถือเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากสัญญาที่คณะกรรมาธิการฯ ลงนามกับแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) และซาโนไฟ-จีเอสเค (Sanofi-Gsk) ก่อนหน้านี้ โดยคณะกรรมาธิการฯ จะเดินหน้าสรุปข้อตกลงกับบริษัทอื่น ๆ พร้อมมุ่งมั่นเฟ้นหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จำนวนมากและหลากหลายต่อไป

ด้าน สเตลลา คีเรียไคดส์ กรรมาธิการยุโรปด้านสาธารณสุขและความปลอดภัยอาหาร โพสต์ทวิตเตอร์หลังลงนามสัญญาเมื่อวันพุธ (21 ต.ค.) ว่า “นับเป็นอีกหนึ่งก้าวที่เข้าใกล้การค้นพบหนทางแก้ไขวิกฤตของพลเมืองสหภาพยุโรปในระยะยาวที่มีความปลอดภัยและประสิทธิภาพ”

ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่าหากนับถึงวันที่ 19 ต.ค. มีการทดลองทางคลินิกของวัคซีนโรคโควิด-19 ทั่วโลก จำนวน 44 ตัว ซึ่งรวมถึงวัคซีนจากจีน สหราชอาณาจักร รัสเซีย สหรัฐฯ เบลเยียม และเยอรมนี ที่อยู่ระหว่างการทดลองระยะที่ 3 ขณะเดียวกันมีการทดลองขั้นพรีคลินิกของวัคซีนโรคโควิด-19 อีก 154 ตัวด้วย

ที่มา: สำนักข่าวซินหัว