รัฐ เอาแน่!ใช้ อี-เพย์เมนต์ จ่าย-คืนเงินภาษีออนไลน์


นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า แม้ขณะนี้ ยอดการจัดเก็บรายได้รวมของรัฐบาล ยังอยู่ในระดับที่เกินกว่าเป้าหมาย แต่เป็น ผลจากรายได้พิเศษจากการประมูลคลื่น ความถี่โทรคมนาคม ขณะที่ การจัดเก็บ รายได้จากภาพรวมกรมจัดเก็บภาษี โดยเฉพาะกรมสรรพากรที่ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าเป้าหมาย จึงทำให้กระทรวงการคลังยังต้องเกาะติดสถานการณ์การจัดเก็บรายได้กรม จัดเก็บภาษีใกล้ชิด
ขณะที่ ในปีงบ 2559 รัฐบาลตั้งเป้าจัดเก็บรายได้ ไว้ที่ 2.33 ล้านล้านบาท ก็จะพยายามดูแลให้เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งในอนาคตคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มอีกหลายแสนล้านบาทจากการใช้บัญชีเดียว หรือ อี-เพย์เมนท์ มาตรการภาษีกระตุ้นกินเที่ยวสงกรานต์ ที่ออกมาเพื่อหวังให้บริษัทห้างร้านต่างๆ มีเข้ามาในระบบแวต และเป็นการส่งสัญญาณให้บริษัทเอกชนทราบว่า ต่อไปหากจะมีแพ็คเกจพิเศษกระตุ้นเศรษฐกิจออกมา กลุ่มที่จะได้ประโยชน์ ต้องอยู่ในระบบภาษี
ล่าสุด รายงานข่าวระบุว่าคณะกรรมการระบบการชำระเงิน (กรช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าของระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (เนชั่นแนล อี-เพย์เมนต์) ที่จากเดิม ได้รับคืนภาษีเป็นเช็ค คาดว่าภายในปีนี้ กรมสรรพากรจะเริ่มให้คืนภาษี ช่องทางอี-เพย์เมนต์ได้ในปี 2560 ซึ่งเป็นรอบภาษีปี 2559 โดยจะเริ่มคืนภาษีเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร คือ ยื่นภาษีทางอินเทอร์เน็ตกับกรมสรรพากร และโอนเงินคืนภาษีเข้าบัญชีธนาคารของผู้เสียภาษีได้เลย
ทั้งนี้ การจะโอนภาษีคืนได้ ประชาชนผู้ยื่นภาษีต้องไปลงทะเบียนตามโครงการเอนี่ ไอดีก่อน คาดว่าเปิดลงทะเบียนเดือน ก.ค.นี้ เพื่อแสดงตัวตนในการขอรับการโอนเงิน
นอกจากการคืนภาษีแล้ว รัฐบาลจะให้ประชาชนสามารถจ่ายค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการต่างๆ ของภาครัฐผ่านบัตรเดบิตได้ เช่น การต่อภาษีรถยนต์ จ่ายภาษีที่ดิน ค่าปรับ ฯลฯ ให้เริ่มภายในปีนี้เช่นกัน โดยเมื่อวางเครื่องรับบัตร (อีดีซี) 2 ล้านจุดทั่วประเทศแล้ว โดยจุดวางอีซีดีจะแยกเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.สถานที่ราชการประมาณ 1 แสนจุด 2.นิติบุคคลที่จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ 3.บุคคลธรรมดาที่จดทะเบียนการค้ากับกระทรวงพาณิชย์ และ 4.กลุ่มจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่กรมสรรพากรการชำระผ่านบัตรเดบิตจะสะดวกและปลอดภัยขึ้นมาก และช่วยให้ภาครัฐประหยัดงบประมาณการจัดการเงินสดลงได้มาก และลดปัญหาทุจริตของหน่วยงานราชการได้ด้วย