ประกันอุบัติเหตุ สำคัญไฉน


ทำไมต้องมีประกันอุบัติเหตุ ในเมื่อเราระมัดระวังตัวเองแถมยังมีประกันสังคมเอาไว้ใช้ในยามเจ็บป่วย ทำไมจึงต้องมีประกันอุบัติเหตุอีก?  ที่มีประกันอุบัติเหตุเอาไว้นั้นเป็นส่วนหนึ่งของการระวังปลอดภัยของคุณที่อาจเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นโดยบริษัทประกันภัยจะเป็นคนดูแลค่าใช้จ่าย สินไหม ค่ารักษาพยาบาล

ในกรณีที่ผู้ประกัน ประสบอุบัติเหตุ ตามที่ได้ตกลงกับบริษัทประกัน โดยที่เจ้าของประกันนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องจ่ายค่ารักษาใดๆเลย ไม่ว่าคุณจะเกิดเหตุตอนไหนกรมธรรม์ ประกันอุบัติเหตุ จะให้ความคุ้มครองตลอด 24ชั่วโมงเรียกได้ว่าปลอดภัยหายห่วงและผู้ที่ทำประกันไว้นั้นสามารถเลือกความคุมครองได้ด้วยตัวเอง สำหรับคนที่เคยทำกรมธรรม์ ประกันอุบัติเหตุ จะคุ้นเคยกับ อบ. 1 และ อบ.2 โดยความคุ้มครองทั้ง2นั้นต่างกันที่แบบ อบ.1 จะให้ความคุ้มครองน้อยกว่าแบบ อบ.2ดังนี้

อบ. 1 เลือกซื้อความคุ้มครองได้ 4 อย่าง ได้แก่ คุ้มครองการเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ/สายตา ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง, การทุพพลภาพชั่วคราวสิ้นเชิง, การทุพพลภาพชั่วคราวบางส่วน และ การรักษาพยาบาล อื่นๆ

 อบ. 2 มีส่วนที่เพิ่มมา ก็คือ หากเกิดนิ้วหาย (ขาด) สูญเสียการรับฟังเสียง/การพูดออกเสียง และ การทุพพลภาพถาวรบางส่วน จะได้รับความคุ้มครองเช่นกัน

หากเป็นนิสิต นักศึกษาจะใช้ได้เฉพาะ อบ. 1 เท่านั้น

นอกจากนั้น กรมธรรม์ ประกันอุบัติเหตุ ยังมีการคุ้มครองกรณีถูกฆ่า ฆาตกรรม และ ทำร้ายร่างกายด้วย แต่หากคิดว่าไม่มีคนปองร้ายก็ไม่มีความจำเป็นในการทำประกันส่วนนี้และจะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันไปแทน

 

ค่าเบี้ย ประกันอุบัติเหตุ ขึ้นอยู่กับอะไร?

1. กลุ่มคน: การทำประกันอุบัติเหตุ การทำประกันรายกลุ่มจะราคาถูกกว่ารายบุคคล ยิ่งคนเยอะเบี้ยประกันยิ่งน้อย

2. อาชีพ: แบ่งตามสาขาอาชีพโดยแบ่งเป็น 4 ระดับความเสี่ยงด้วยกัน

·        ขั้นที่ 1: ทำงานในสำนักงาน

·        ขั้นที่ 2: ทำงานกลางแจ้งตลอดเวลา

·        ขั้นที่ 3:ปฏิบัติการด้านช่าง เช่น กระบวนการผลิต ที่ใช้แรงงาน ใช้เครื่องจักรกล หรือเดินทางบ่อยๆ

·        ขั้นที่ 4: อาชีพพิเศษอาชีพที่มีความเสี่ยงสูง เช่น นักแสดงกายกรรม นักแสดงผาดโผน สตั้นท์แมน

การดูเบื้ยประกันได้โดยง่ายจะดูได้จากความปลอดภัยในอาชีพ หากมีความปลอดภัยสูงก็จะได้รับเบื้ยประกันต่ำนั้นเอง

3. อายุ: เบี้ยประกันจะสูงขึ้นตามอายุ

4. ความคุ้มครองที่เลือก: หากเลือกความคุ้มครองเฉพาะแค่บางอย่าง ก็จ่ายแค่เพียงเบี้ยประกันของความคุ้มครองที่เลือกเอาไว้เท่านั้น

5. ความคุ้มครองเพิ่มเติม: ถ้าขยายความคุ้มครอง ให้ครอบคลุมภัยที่มีการยกเว้น เช่น ขับ หรือ โดยสารรถจักรยานยนต์ เกิดจลาจล หรือ สงคราม เบี้ยประกันก็จะสูงขึ้นไปตามลำดับ

6. ทุนเอาประกัน: ต้องกำหนดจำนวนเงินเอาประกันให้เหมาะสม เพราะหากซื้อเยอะการเสียเบื้ยประกันก็เยอะตามไปด้วย

7. กำหนดความรับผิดชอบส่วนแรก: ข้อตกลงที่ยอมรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรกบางส่วน แบบนี้สามารถได้รับส่วนลดเบี้ยประกันได้เหมือนกัน

 

ข้อยกเว้นของประกันอุบัติเหตุ

โดยประกันอุบัติเหตุ จะคุ้มครองความเสี่ยงพื้นฐานเพียงเท่านั้นจึงมีการออกข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่แตกต่างดังนี้

1.      สิ่งที่ผู้เอาประกันทำระหว่างอยู่ในฤทธิ์สุรา หรือ ยาเสพติด

2.      ฆ่าตัวตาย พยายามฆ่าตัวตาย ทำร้ายร่างกายตัวเอง

3.      แท้ง

4.      สงคราม การกบฏ การปฏิวัติ

5.      การจลาจล หยุดงาน การสร้างความวุ่นวายเพื่อต่อต้านรัฐบาล

6.      อาวุธนิวเคลียร์ หรือ กัมมันตภาพรังสี

7.      การเล่นกีฬาอันตราย เช่น  ดำน้ำ แข่งรถเจ็ตสกี สเก็ต

8.      ระหว่างขับ หรือ โดยสารรถมอเตอร์ไซค์

9.      โดยสารเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ (ไม่ใช่สายการบินพาณิชย์)

10.   มีส่วนร่วมการวิวาท ก่ออาชญากรรม หรือ หนีตำรวจ หนีการจับกุม

11.   ระหว่างการปราบปราม หรือ การปฏิบัติทางสงคราม หากเป็นตำรวจ ทหารหรืออาสาสมัคร จะโดนยกเว้นเช่นกัน

ที่มา : www.askhanuman.co.th