เรื่องควรรู้ก่อนการวางแผนประกันภัย คือเตรียมรับความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งจากตัวเรา ครอบครัว ทรัพยสิน หรือ ธุรกิจการวางแผนที่ดีจะช่วยทำให้ทุกอย่างปลอดภัยมากขึ้น
การประกันภัยสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
1. การประกันชีวิต
เป็นการคุ้มครองความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับชีวิตผู้เอาประกันภัยโดยกำหนดเป็น วงเงินชดเชยที่แน่นอนตาม ทุนประกันที่ระบุไว้ นอกจากนี้ ยังสามารถให้คุ้มครองครอบคลุมถึงการทุพพลภาพ การเจ็บป่วย โรคร้ายแรง อุบัติเหตุ หรือเงินชดเชย รายได้จากการหยุดงาน
2. การประกันวินาศภัย
เป็นการคุ้มครองความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินผู้เอาประกันภัย โดยกำหนดในรูปทุนประกันตามมูลค่าทรัพย์สิน หากมีความสูญเสียเกิดขึ้นจะมีการชดเชยตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่เกินทุนประกัน ได้แก่ การประกันไฟ ประกันรถยนต์ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ประกันการเดินทางประกันภัยขนส่ง ทางทะเล และการประกันภัยเบ็ดเตล็ด
หลักการวางแผนประกันภัย
1. ต้องรู้วัตถุประสงค์ของการประกันภัย
2. ต้องรู้ความจำเป็นหรือวงเงินที่ต้องการประกัน
3. ต้องรู้ขอบข่ายที่ต้องการประกัน
4. ต้องรู้ช่วงระยะเวลาที่ต้องการให้มีการคุ้มครอง
5. ต้องรู้รูปแบบการประกันที่สามารถตอบสนองความต้องการของเรา
แนวทางพิจารณาซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิต
1. เลือกซื้อกับบริษัทที่มีชื่อเสียง หรือน่าเชื่อถือ
2. ซื้อให้เหมาะกับวงเงินที่ต้องการ
3. ซื้อให้เหมาะกับความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัย
4. ทำความเข้าใจในเงื่อนไขของกรมธรรม์ก่อนซื้อ
5. เปรียบเทียบกรมธรรม์ของแต่ละบริษัท
ความแตกต่างระหว่างการประกันชีวิตกับการประกันวินาศภัย
1. ภัยจากการประกันชีวิตเป็นสิ่งที่ต้องเกิดแน่นอน แต่ภัยจากวินาศภัย อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ได้
2. ประกันชีวิตจะชดเชยตามทุนประกัน ประกันวินาศภัยจะชดเชยตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่เกินวงเงินประกัน
3. ทุนประกันชีวิตมักจะได้คืนเมื่อครบสัญญา ขณะที่เบี้ยประกันวินาศภัยมักจะเป็นแบบกินเปล่า
4. การสมัครประกันชีวิตในวงเงินสูง อาจต้องถูกเรียกตรวจสุขภาพ ส่วนประกันวินาศภัยจะไม่มีการเรียกตรวจสุขภาพแต่อาจมีการไปตรวจสภาพ สินทรัพย์ที่จะเอาประกันว่าความเสี่ยงภัยและมูลค่าที่แท้จริงเป็นอย่างไร ตรงกับที่แจ้งไว้หรือไม่
5. เนื่องจากเบี้ยประกันชีวิตจะต้องส่งมอบคืนผู้เอาประกันในวันหนึ่งข้างหน้า ดังนั้น เงินออมส่วนนี้ จะมีกฎหมายควบคุม การลงทุนที่ค่อนข้างเข้มงวด ขณะที่เบี้ยประกันวินาศภัย มักเป็นแบบกินเปล่า จึงไม่ได้เข้มงวดในเรื่องการลงทุนเทียบเท่าเบี้ยประกันชีวิต
ประกันทรัพย์สิน วงเงินเท่าไรถึงพอ
การพิจารณาวงเงินหรือทุนประกันของทรัพย์สินต่างๆ เช่น รถยนต์ บ้านอาศัย หรือโรงงาน ไม่ค่อยเป็นปัญหา เพราะบริษัทประกันภัยจะเป็นผู้กำหนดวงเงินให้ตามราคาตลาดของ ทรัพย์สินชิ้นนั้น ๆ โดยทั่วไปเราไม่อาจขอทำวงเงินสูงกว่าหรือต่ำกว่านั้นดังนั้น สำหรับประชาชนทั่วไปแนะนำให้ท่านทำประกันเต็มวงเงินของสินทรัพย์ที่ ท่านอยากปกป้องตามที่บริษัทประกันภัยเสนอ วงเงินคุ้มครองมา ส่วนจะให้คุ้มครองภัยอะไรบ้าง เช่น อัคคีภัย ภัยระเบิด น้ำท่วม หรือโจรกรรม ก็คงขึ้นกับความกังวลหรือความพร้อมทางการเงินแต่ละคน
ประกันชีวิต เท่าไรถึงพอ
คนทั่วไปเข้าใจว่า การประกันชีวิตเป็นการประกันความคงอยู่ของชีวิตหากสิ้นลมหายใจจะได้รับสินไหมทดแทน แต่ในทางวิชาการ การประกันชีวิต เป็นการประกันคุณค่าทางเศรษฐกิจของบุคคล โดยดูที่ความสามารถในการสร้างรายได้ ว่าถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ต่อไป จะสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัว หรือองค์กรได้อีกเท่าไรแล้วจึงนำมูลค่าตรงนั้นมากำหนดเป็นวงเงินคุ้มครอง
และนั่นเป็นการมองในแง่อุดมคติ ยังมีการมองในแง่มุมอื่น เช่น ถ้าเขาจากไป ทำอย่างไรให้ครอบครัว ของเขาเดือดร้อนน้อยที่สุด โดยนำทุนประกันชีวิตที่ได้ไปชดเชยหรือรองรับภาระที่จะเกิดขึ้น ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต