หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับลิสซิ่งในประเทศไทย


เนื่องจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ได้บัญญัติหลักการเกี่ยวกับสัญญาลิสซิ่งไว้เป็นการเฉพาะ แม้จะมีลักษณะเหมือนกับสัญญาเช่าซื้อ แต่ก็มีรายละเอียดที่แตกต่างกัน ทั้งไม่มีบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับสัญญาลิสซิ่งโดยตรง ซึ่งการบังคับใช้สัญญาลิสซิ่งในปัจจุบัน ศาลจะใช้บทบัญญัติลักษณะ เช่าทรัพย์ เช่าซื้อ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับในฐานะที่เป็นบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง และใช้หลักการตีความสัญญา ทำให้การตีความสัญญาลิสซิ่งมีข้อจำกัด และมีปัญหาในทางปฏิบัติ จึงสมควรกำหนดกรอบ หรือเงื่อนไขที่จำเป็นในการดำเนินการตามสัญญาลิสซิ่ง เพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจลิสซิ่ง จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา ๑  พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….”

มาตรา ๒  พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓  ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น ลักษณะ ๕/๑ ลิสซิ่ง มาตรา ๕๗๔/๑ ถึงมาตรา ๕๗๔/๑๗ แห่งพระราชบัญญัติแพ่งและพาณิชย์

ลักษณะลิสซิ่ง

มาตรา ๕๗๔/๑  อันว่าลิสซิ่งนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สิน หรือเป็นผู้จัดหาทรัพย์สิน เรียกว่าผู้ให้เช่าลิสซิ่ง นำทรัพย์สินออกให้บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้เช่าลิสซิ่ง ได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินนั้น ด้วยการชำระค่าเช่า ในการใช้หรือการได้ใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินตามเวลาที่ระยะเวลาที่ตกลงกัน โดยเมื่อสิ้นสุดสัญญาแล้ว ผู้เช่าลิสซิ่งมีสิทธิในการเลือกซื้อทรัพย์สิน ทำสัญญาลิสซิ่งต่อ ส่งมอบทรัพย์สินนั้นคืน หรือคู่สัญญาอาจตกลงแตกต่างไปจากนี้

มาตรา ๕๗๔/๒  ภายใต้บังคับมาตรา ๕๗๔/๓ มาตรา ๕๗๔/๔ และมาตรา ๕๗๔/๕ สิทธิหน้าที่และนิติสัมพันธ์ระหว่างคู่สัญญาลิสซิ่งให้เป็นไปตามที่ตกลงกันในสัญญาเรื่องใดที่คู่สัญญามิได้ตกลงกันไว้ก็ให้บังคับตามตามบทบัญญัติในส่วนนี้ หากไม่มีบทบัญญัติเช่นว่านั้นให้บังคับตามประเพณีทางการค้า และหากประเพณีทางการค้าเช่นนั้นก็ไม่มีด้วยไซร้ ท่านให้บังคับตามกฎหมายที่ใช้บังคับแก่นิติกรรมสัญญาทั่วไป

มาตรา ๕๗๔/๓  สัญญาลิสซิ่งในสังหาริมทรัพย์ ต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย

สัญญาลิสซิ่งในอสังหาริมทรัพย์นั้น ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การตกลงแก้ไขเปลี่ยนแปลงสิทธิหน้าที่ของคู่สัญญาให้ผิดแผกแตกต่างไปจากที่กฎหมายกำหนดไว้  หรือแตกต่างไปจากประเพณีทางการค้าหรือแนวทางที่คู่สัญญาเคยปฏิบัติต่อกันมา หากมิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อคู่สัญญาฝ่ายที่จะต้องเสียประโยชน์จากการตกลงแก้ไขเปลี่ยนแปลงนั้น  ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าหาได้มีข้อตกลงดังกล่าวไม่  ในกรณีที่สัญญาเดิมมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ที่จะต้องรับผิดเป็นสำคัญ และมีข้อกำหนดไว้ด้วยว่าการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกสัญญานั้นจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่จะต้องเสียประโยชน์จากการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกดังกล่าว การแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกข้อสัญญาเดิมนั้นจะต้องมีหลักฐานตามที่กำหนดไว้จึงจะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้หรือฟ้องร้องบังคับคดีได้

มาตรา ๕๗๔/๔  คู่สัญญาที่อยู่ในบังคับแห่งสัญญาลิสซิ่ง จะกำหนดสิทธิหน้าที่ระหว่างกันไว้อย่างไรหรือจะตกลงกันให้นำกฎ ข้อบังคับ หรือระเบียบปฏิบัติใดมาบังคับแก่กันก็ได้ เท่าที่ไม่ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และไม่เป็นการแตกต่างจากกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ในกรณีที่กฎ ข้อบังคับ หรือระเบียบปฏิบัติตามวรรคหนึ่งมีการแก้ไขปรับปรุงเป็นหลายเนื้อความหรือหลายฉบับ และคู่สัญญามิได้ระบุว่าจะให้ใช้เนื้อความใดหรือฉบับใดบังคับแก่กัน ก็ให้ใช้เนื้อความหรือฉบับที่ใหม่ที่สุดในขณะทำสัญญาบังคับโดยถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงในสัญญา

มาตรา ๕๗๔/๕  การตีความสัญญาลิสซิ่ง จะต้องคำนึงถึง

(๑)  ความสุจริตและเป็นธรรมซึ่งผู้ประกอบการค้าพาณิชย์ที่ดีจะพึงมีและปฏิบัติต่อกัน

(๒) ความสอดคล้องกับมาตรฐานและแนวทางที่ถือปฏิบัติต่อกันในวงการค้าพาณิชย์ในประเทศหรือระหว่างประเทศ  แล้วแต่กรณี

(๓) ประเพณีทางการค้าที่คู่สัญญารู้หรือควรจะได้รู้ และแนวทางที่คู่สัญญาเคยปฏิบัติต่อกันมา

(๔) ความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนของกิจการค้าพาณิชย์ในประเทศหรือระหว่างประเทศแล้วแต่กรณี

มาตรา ๕๗๔/๖  เมื่อมิได้แสดงเจตนาไว้เป็นอย่างอื่น ผู้ให้เช่าลิสซิ่งมีหน้าที่ในการส่งมอบทรัพย์สินให้แก่ผู้เช่าลิสซิ่งในสภาพที่ซ่อมแซมดีแล้ว และเหมาะแก่การใช้ประโยชน์ ในกรณีที่ไม่มีการส่งมอบทรัพย์สิน หรือส่งมอบทรัพย์สินชักช้า หรือส่งมอบทรัพย์สินไม่ตรงตามสัญญาลิสซิ่ง ผู้ให้เช่าลิสซิ่งอาจใช้สิทธิในการแก้ไขความผิดพลาด เพราะเหตุผิดนัดหรือผิดสัญญาและขอชำระหนี้ใหม่ได้ โดยผู้เช่าลิสซิ่งทรงไว้ซึ่งสิทธิในการยึดหน่วงค่าเช่าตามสัญญาลิสซิ่ง จนกว่าผู้ให้เช่าลิสซิ่งจะได้ส่งมอบทรัพย์สินตามสัญญาลิสซิ่ง หากผู้ให้เช่าลิสซิ่งไม่สามารถแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวได้ในระยะเวลาอันสมควร ผู้เช่าลิสซิ่งอาจบอกเลิกสัญญาลิสซิ่งได้

มาตรา ๕๗๔/๗  ผู้ให้เช่าลิสซิ่งอาจโอนสิทธิหรือกระทำการใด ๆ อันเกี่ยวกับสิทธิตามสัญญาลิสซิ่งโดยประการอื่น แต่การโอนสิทธิดังกล่าวไม่ถือเป็นการปลดเปลื้องผู้ให้เช่าลิสซิ่งให้หลุดพ้นจากพันธะตามสัญญาลิสซิ่ง และไม่มีผลเป็นการแปลงหนี้ใหม่ซึ่งสิทธิหน้าที่และความรับผิดชอบตามสัญญาลิสซิ่ง

มาตรา ๕๗๔/๘  ผู้ให้เช่าลิสซิ่งต้องรับผิดต่อผู้เช่าลิสซิ่งในความชำรุดบกพร่อง และมีหน้าที่ซ่อมแซมความชำรุดบกพร่องที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากทรัพย์สินที่ลิสซิ่ง ที่ผู้เช่าลิสซิ่งได้รับ เว้นแต่ จะเกิดจากเหตุสุดวิสัย ความผิดหรือความประมาทเลินเล่อของผู้เช่าลิสซิ่ง

มาตรา ๕๗๔/๙  ผู้ให้เช่าลิสซิ่งต้องให้ผู้เช่าลิสซิ่งครอบครองทรัพย์สินโดยปกติสุขปราศจากการรอนสิทธิจากบุคคลภายนอก และต้องรับผิดต่อผู้ลิสซิ่งหากมีการรอนสิทธิดังกล่าว เว้นแต่ ผู้เช่าลิสซิ่งรู้ถึงการรอนสิทธิก่อนหรือขณะทำสัญญานั้น

มาตรา ๕๗๔/๑๐  เมื่อครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญาลิสซิ่ง หากผู้เช่าลิสซิ่งใช้สิทธิในการซื้อทรัพย์สินตามสัญญาลิสซิ่ง และได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขในการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินครบถ้วนตามสัญญาลิสซิ่งแล้ว ผู้ให้เช่าลิสซิ่งต้องโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินให้แก่ผู้เช่าลิสซิ่งโดยพลันกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะโอนมาเป็นของผู้เช่าลิสซิ่ง ตั้งแต่ผู้เช่าลิสซิ่งแสดงเจตนาซื้อทรัพย์สินไปยังผู้ให้เช่าลิสซิ่ง

มาตรา ๕๗๔/๑๑  ผู้เช่าลิสซิ่งต้องใช้ความระมัดระวังสงวนใช้สอยซ่อมแซมและบำรุงรักษาทรัพย์สิน ประกันภัยทรัพย์สิน เหมือนเช่นวิญญูชนจะพึงปฏิบัติกับทรัพย์สินของตนเอง ให้อยู่ในสภาพตามที่ได้รับส่งมอบมา แต่ไม่ต้องรับผิดในความเสื่อมราคาเพราะการใช้สอยตามปกติ

มาตรา ๕๗๔/๑๒  ผู้เช่าลิสซิ่งไม่อาจนำทรัพย์สินออกให้เช่าช่วง หรือโอนสิทธิของตนอันมีในทรัพย์สินนั้น  ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลภายนอก เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าลิสซิ่ง

ผู้เช่าลิสซิ่งนำทรัพย์สินออกให้เช่าช่วง หรือโอนสิทธิในการใช้สอยทรัพย์สินโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าลิสซิ่ง ผู้ให้เช่าลิสซิ่งมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้

มาตรา ๕๗๔/๑๓  ผู้เช่าลิสซิ่งมีหน้าที่ชำระค่าเช่าลิสซิ่งตามสัญญาลิสซิ่ง ผู้เช่าลิสซิ่งจะบอกเลิกสัญญาในเวลาใดเวลาหนึ่งก็ได้ด้วยส่งมอบทรัพย์สินในสภาพเดิมกลับคืนให้แก่ผู้ให้เช่าลิสซิ่ง โดยผู้เช่าลิสซิ่งจะต้องเสียค่าใช้จ่าย เบี้ยปรับ และค่าเสียหายตามที่ได้ตกลงกัน และสัญญาลิสซิ่งย่อมเป็นอันสิ้นสุดลง โดยให้ผู้เป็นคู่สัญญากลับคืนสู่ฐานะเดิม

มาตรา ๕๗๔/๑๔  เมื่อผู้ให้เช่าลิสซิ่งส่งมอบทรัพย์สินให้แก่ผู้เช่าลิสซิ่งแล้ว ถ้าผู้เช่าลิสซิ่งผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าลิสซิ่งตามสัญญาลิสซิ่งในงวดใดงวดหนึ่ง ผู้ให้เช่าลิสซิ่งมีสิทธิจะเรียกให้ผู้เช่าลิสซิ่งชำระค่าลิสซิ่งที่ค้างชำระพร้อมด้วยเบี้ยปรับและค่าเสียหายได้

มาตรา ๕๗๔/๑๕  ถ้าผู้เช่าลิสซิ่งผิดนัดการชำระค่าเช่าลิสซิ่งสองงวดติด ๆ กัน หรือเมื่อผู้เช่าลิสซิ่ง กระทำผิดสัญญาในข้อที่เป็นส่วนสำคัญ ผู้ให้เช่าลิสซิ่งมีสิทธิบอกเลิกสัญญาลิสซิ่งได้

การบอกเลิกสัญญาลิสซิ่งตามวรรคหนึ่ง ต้องแจ้งการบอกเลิกสัญญาพร้อมด้วยเหตุผลเป็นหนังสือให้ผู้เช่าลิสซิ่งทราบล่วงหน้า ไม่น้อยกว่าสามสิบวันนับแต่วันที่ผู้เช่าลิสซิ่งได้รับหนังสือดังกล่าว ในหนังสือบอกเลิกสัญญานั้นให้ระบุด้วยว่าหากผู้เช่าลิสซิ่งชำระค่าเช่างวดที่ค้างชำระ หรือแก้ไขการผิดสัญญาในข้อที่เป็นส่วนสำคัญแล้วแต่กรณี ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญา การบอกเลิกสัญญานั้นเป็นอันระงับไป

ในกรณีที่ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าลิสซิ่งสองงวดติด ๆ กัน หรือกระทำผิดสัญญาในข้อที่เป็นส่วนสำคัญ  ผู้ให้เช่าลิสซิ่งมีสิทธิบอกเลิกสัญญาลิสซิ่งได้ หากผู้เช่าลิสซิ่งชำระค่าเช่างวดที่ค้างชำระ หรือแก้ไขการผิดสัญญาในข้อที่เป็นส่วนสำคัญแล้วแต่กรณี ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญา การบอกเลิกสัญญานั้นเป็นอันระงับไป

มาตรา ๕๗๔/๑๖  เมื่อครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญาลิสซิ่ง หากผู้เช่าลิสซิ่งมีสิทธิเลือกในการซื้อทรัพย์สินตามสัญญาลิสซิ่ง ทำสัญญาลิสซิ่งต่อ หรือส่งมอบทรัพย์สินนั้นคืนให้แก่ผู้ให้เช่าลิสซิ่ง

การใช้สิทธิในการซื้อทรัพย์สินต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อคู่สัญญา ทั้งสองฝ่าย ตั้งแต่ขณะหรือหลังจากทำสัญญาลิสซิ่ง ทั้งนี้ต้องก่อนที่สัญญาลิสซิ่งจะสิ้นสุดลง

มาตรา ๕๗๔/๑๗  สัญญาลิสซิ่งย่อมสิ้นสุดลงเมื่อ

(๑) สิ้นระยะเวลาตามสัญญาที่ตกลงกันไว้

(๒) มีการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน

(๓) ผู้ให้เช่าลิสซิ่งพ้นสภาพนิติบุคคล หรือเลิกประกอบกิจการ

(๔) มีการบอกเลิกสัญญาตามมาตรา ๕๗๔/๑๓ วรรคสอง และมาตรา ๕๗๔/๑๕

บันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับคณะได้เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  (ฉบับที่…)  พ.ศ.  ….  ต่อสภาผู้แทนราษฎรและได้จัดทำบันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติตามมาตรา ๑๔๒ วรรคห้า ของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  ดังต่อไปนี้

๑. เหตุผลและความจำเป็นในการเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  (ฉบับที่…) พ.ศ.  ….  เนื่องจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ได้บัญญัติหลักการเกี่ยวกับสัญญาลิสซิ่งไว้เป็นการเฉพาะ  แม้จะมีลักษณะเหมือนกับสัญญาเช่าซื้อ  แต่ก็มีรายละเอียดที่แตกต่างกัน  ทั้งไม่มีบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับสัญญาลิสซิ่งโดยตรง  ซึ่งการบังคับใช้สัญญาลิสซิ่งในปัจจุบัน  ศาลจะใช้บทบัญญัติลักษณะ  เช่าทรัพย์  เช่าซื้อ  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับในฐานะที่เป็นบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง  และใช้หลักการตีความสัญญา  ทำให้การตีความสัญญาลิสซิ่งมีข้อจำกัด  และมีปัญหาในทางปฏิบัติ  จึงสมควรกำหนดกรอบ  หรือเงื่อนไขที่จำเป็นในการดำเนินการตามสัญญาลิสซิ่ง  เพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจลิสซิ่ง  จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

๒. สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพิ่มเติมลักษณะ  ๕/๑  ลิสซิ่ง  มาตรา  ๕๗๔/๑  ถึงมาตรา  ๕๗๔/๑๗  แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  (ร่างมาตรา  ๓)  โดยมีสาระสำคัญดังนี้

๒.๑ กำหนดให้ความหมายของสัญญาลิสซิ่ง  (เพิ่มเติมมาตรา  ๕๗๔/๑)

๒.๒ กำหนดหลักทั่วไปในการดำเนินการตามสัญญาลิสซิ่ง (เพิ่มเติมมาตรา  ๕๗๔/๒  ถึงมาตรา  ๕๗๔/๕)

๒.๓ กำหนดสิทธิและหน้าที่ของผู้ให้เช่าลิสซิ่ง  (เพิ่มเติมมาตรา  ๕๗๔/๖  ถึงมาตรา  ๕๗๔/๑๐)

๒.๔ กำหนดสิทธิและหน้าที่ของผู้เช่าลิสซิ่ง  (เพิ่มเติมมาตรา  ๕๗๔/๑๑  ถึงมาตรา  ๕๗๔/๑๖)

๒.๕ กำหนดเงื่อนไขความระงับของสัญญาลิสซิ่ง  (เพิ่มเติมมาตรา  ๕๗๔/๑๗)

คุณเกียรติศักดิ์, นารี, ปริพันธ์, ฐิติวิชญ์  รับผิดชอบ

ที่มา : http://goo.gl/6QipYp