“สมคิด”มั่นใจกองทุนหมู่บ้านช่วยศก.ไทยเติบโต


สมคิด” มั่นใจกองทุนหมู่บ้านเป็นกลไกช่วยรัฐบาลขับเคลื่อนของประเทศให้เติบโต ในสภาวะเศรษฐกิจโลกตกต่ำ

ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในระหว่างการมอบนโยบายการดำเนินงานโครงการสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐให้แก่อาสาประชารัฐจังหวัดราชบุรี ว่าทุกคนคงทราบดีอยู่แล้วว่าเศรษฐกิจในขณะนี้ซบเซาทั่วโลกไม่ใช่ในเฉพาะแต่ประเทศไทยเท่านั้น เหตุเพราะว่าเศรษฐกิจโลกเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งขาดการปฏิรูปในหลายด้าน หลังจากนั้นสหรัฐฯก็เกิดภาวะวิกฤตการทางการเงิน ต่อมาประเทศจีนก็เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ช้าลง ซึ่งประเทศจีนนับว่าเป็นประเทศที่มีประชากรจำนวนมากและเป็นตลาดส่งออกสินค้าที่สำคัญของโลกรวมถึงประเทศไทย นอกจากนี้ปัญหาราคาน้ำมันที่ตกต่ำ สิ่งเหล่านี้ทำให้พืชผลทางการเกษตรที่เป็นตัวหลักในการส่งออกของประเทศ ราคาตกต่ำตามไปด้วย จนส่งผลกระทบทำให้เศรษฐกิจในประเทศไทยชะลอตัวตามไปด้วย

ดังนั้น รัฐบาลชุดนี้จึงเน้นนโยบายผลักดันเศรษฐกิจของประเทศใน  2 ข้อได้แก่ 1.ส่งเสริมการเติบโตเศรษฐกิจภายในประเทศ แทนการพึ่งพาการส่งออก 2.ปฏิรูปโครงสร้างภาคการเกษตรของไทยตั้งแต่การตลาดไปจนถึงการผลิต  ดังนั้นโครงการกองทุนหมู่บ้านจึงเข้ามาเป็นกลไกของรัฐบาลในการที่จะพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เกิดความเข้มแข็ง

นอกจากนี้ ดร.สมคิด ยังได้กล่าวอีกว่างบประมาณที่ได้มีการอนุมัติให้กับกองทุนหมู่บ้านวงเงิน 6 หมื่นล้านบาทในแรก สามารถทำให้เศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา สามารถยืนอยู่ได้ที่ตัวเลข 2.8 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการใช้งบประมาณที่ประสบความสำเร็จ ดังนั้นรัฐบาลจึงได้มีการเติมเม็ดเงินลงไปในกองทุนหมู่บ้านอีกจำนวน 3.5 หมื่นล้านบาทเพื่อพัฒนาในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานในชุมชนและท้องถิ่นที่จำเป็นต่อภาคการเกษตรซึ่งจะเป็นการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากในชุมชน

อย่างไรก็ตาม มีหลายฝ่ายออกมาโจมตีถึงโครงการกองทุนหมู่บ้าน ว่าอาจจะเป็นการใส่เม็ดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ไม่ได้ผล หรืออาจทำให้เม็ดเงินรั่วไหล ดังนั้นเราจำเป็นจะต้องพิสูจน์ตนเองว่า เราสามารถทำได้ และโครงการดังกล่าวต้องขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว เพื่อให้โครงการดังกล่าวเป็นตัวช่วยประเทศในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้สามารถเติบโตได้ในสภาวะที่เศรษฐกิจของโลกตกต่ำ