แบงก์กรุงเทพ เชิญโค้ชโรเจอร์ ให้ความรู้ SME ใช้ ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง บุกธุรกิจการค้าชายแดน พร้อมเปิดประสบการณ์จาก 3 นักธุรกิจตัวจริง
การค้าชายแดนถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการส่งออกสินค้าไทย จากปัจจัยเกื้อหนุนรอบด้าน ทั้งจากนโยบายภาครัฐที่ให้การสนับสนุน ความได้เปรียบด้านภูมิประเทศที่ติดกับประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงอย่างเช่น มาเลเซีย สปป.ลาว เมียนมา และกัมพูชา นอกจากนี้สินค้าไทยยังเป็นที่นิยมได้รับการยอมรับอย่างมากในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะใน CLMV (สปป.ลาว เมียนมา กัมพูชา เวียดนาม) ยังไม่รวมถึงความได้เปรียบของไทยที่จะใช้ประเทศเพื่อนบ้านเป็นช่องทางการค้าข้ามแดนไปยังประเทศที่ 3 ไปยังประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจอื่น ๆ เช่น เวียดนาม อินเดีย และจีนได้อีกด้วย
ภายในงานสัมมนาพิเศษ “ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง สำหรับการค้าชายแดน” โดยธนาคารกรุงเทพ ที่จัดขึ้นที่ โรงแรมเซ็นทาราและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ จังหวัดอุดรธานี นายเตฌิณ โสมคำ (โค้ชโรเจอร์) แนะนำให้ SME ใช้ ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง เป็นเครื่องมือในการทำธุรกิจการค้าชายแดนว่า การที่ SME ต้องให้ความสำคัญกับการตลาดออนไลน์ในธุรกิจการค้าชายแดนนั้น เพราะการสร้างภาพลักษณ์ของสินค้าโดยการทำประชาสัมพันธ์เป็นเรื่องสำคัญของธุรกิจ โดยส่วนตัวแล้วอยากให้ SME ลองศึกษาวิธีการสื่อสารจากเพจต่าง ๆ ในเฟซบุ๊ก เช่น เพจทำเนียบขาว ซึ่งถือว่าเป็นช่องทางการสื่อสารของรัฐบาลสหรัฐฯ กับมวลชน หรือแม้กระทั่งกองทัพสหรัฐฯ ที่ใช้เฟซบุ๊กในการสื่อสาร
ในปัจจุบันประชาคมโลกอยู่ในยุคที่ไม่ได้รบกันด้วยอาวุธอีกต่อไป แต่เป็นการต่อสู้กันด้วยข้อมูลข่าวและการสื่อสาร ถ้าหากสามารถสร้างการสื่อสารที่ดีจนมียอดไลค์หรือคนติดตามในเพจเฟซบุ๊กจำนวนมาก จะถือว่าการสื่อสารนั้นตรงจุด บทความและเนื้อหาต่างๆ ที่ปรากฏอยู่บนเฟซบุ๊กจึงเป็นหัวใจสำคัญ สร้างรากฐานต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นได้ นำไปสู่การสร้างความเข้มแข็ง สร้างอัตลักษณ์ให้กับตราสินค้า (Branding)
โค้ชโรเจอร์แนะนำต่อไปว่า ปัจจุบันนี้การสื่อสารไม่ใช่ทางเดียวอีกต่อไป แต่เป็นการสื่อสารสองทางที่สามารถตอบโต้ได้ รับรู้ความต้องการของผู้บริโภคได้ทันที อีกไม่นานไทยกำลังจะเข้าสู่ยุค 4.0 ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าการสื่อสารตกไปอยู่ในมือของทุกคน การทำบทความและเนื้อหา (Content) ในรูปแบบต่าง ๆ ตั้งแต่ บทความ รูปภาพ อินโฟกราฟฟิกภาพเคลื่อนไหว เป็นต้น เพื่อให้เกิดการแชร์แพร่กระจายเป็นลูกโซ่อย่างรวดเร็ว (Viral Marketing) ในโลกโซเชียล มีเดียจะมามีอิทธิพลอย่างมากจากนี้ต่อไป ดังนั้นก่อนที่ SME จะเข้าไปทำการตลาดออนไลน์ จึงจำเป็นต้องศึกษาพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายในโลกโซเชียล มีเดียว่ามีวิถีชีวิต รสนิยม ความสนใจอย่างไร เพื่อให้ตนเองสามารถสอดแทรกเข้าไปในกระแสและความสนใจหลักเหล่านี้ หรืออาจสร้างกระแสใหม่ให้เกิดขึ้นก็ได้
นอกจากนี้การสร้างความเข้มแข็ง อัตลักษณ์ให้กับตราสินค้า (Branding) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในโลกยุคนี้ เนื่องจากทุกวันนี้ หากมีสินค้าขายดีบนโลกออนไลน์ก็จะมีคู่แข่งนำสินค้าที่เหมือนหรือคล้ายกันเข้ามาขาย สุดท้ายก็ก่อให้เกิดสงครามหั่นราคา จนผู้ประกอบการหลายรายไม่สามารถยืนหยัดในตลาดได้และตายในที่สุด ด้วยเหตุผลนี้การสร้างความเข้มแข็ง สร้างอัตลักษณ์ให้กับตราสินค้า (Branding) จึงเป็นสิ่งจำเป็นและเข้ามามีบทบาทในการทำการตลาดของยุคนี้ เราสามารถศึกษาได้จากกรณีของร้าน Starbucks ที่เป็นร้านขายกาแฟราคาแพงและมีภาพลักษณ์ที่ดีกับลูกค้าได้นั้นเกิดจากการสร้างความเข้มแข็ง สร้างอัตลักษณ์ให้กับตราสินค้า (Branding) จนราคาไม่มีอิทธิพลการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ผู้บริโภคไม่ได้ซื้อสินค้า แต่เป็นการซื้อตราสินค้า (Brand)
โค้ชโรเจอร์ กล่าวว่า เจ้าของสินค้าต้องรู้ว่าตัวเองกำลังขายอะไรอยู่ และลูกค้าต้องการอะไรจากสินค้า ตัวอย่างเช่น SME ขายสว่าน ลูกค้าไม่ได้ต้องการสว่าน แต่ลูกค้าต้องการรู ผู้ที่ประสบความสำเร็จอย่าง JQ ปูม้านึ่ง หรือสยามบานาน่า ต่างรู้ว่ากำลังขายอะไร เข้าใจตัวเองจนกระจ่างแล้วว่าจะขายอะไร จึงไปทำการตลาดและการสื่อสารบนโลกออนไลน์ได้ สิ่งสำคัญที่สุดในการสื่อสารนั้นต้องรู้ว่าลูกค้าหรือผู้บริโภคอยากรับรู้อะไร การสร้างบทความและเนื้อหา (Content) ในรูปแบบต่าง ๆ จึงต้องตรงใจผู้บริโภคไปพร้อม ๆ กับความต้องการในการขายสินค้าของเรา
“สิ่งที่เราอยากขายกับสิ่งที่ลูกค้าอยากซื้ออาจจะเป็นคนละเรื่องกัน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม SME บางรายจึงขายของได้ บางรายจึงขายของไม่ได้” โค้ชโรเจอร์ย้ำ
“SME ต้องตั้งถามว่าลูกค้ามาซื้อสบู่อยากได้อะไรกลับไป ซื้อเสื้อผ้าอยากได้อะไรกลับไป อย่างกรณี iPhone จาก Apple ลูกค้าอยากได้อะไรกลับไป เพราะฉะนั้นคำตอบย้อนกลับมาที่ Brand การทำ Branding จึงมีบทบาทสำคัญในการทำธุรกิจ และหากต้องการขายสินค้าเข้าอาเซียน วิธีการทำการตลาดในแต่ละประเทศจึงมีความแตกต่างกัน” โค้ชโรเจอร์ กล่าว
การทำการค้าขายแดนอย่าง เมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา นั้น ต้องเข้าในพื้นฐานประชาชนในแต่ละประเทศดังต่อไปนี้
สปป.ลาว
- คนใน สปป.ลาว เสพสื่อไทย
- ต้องผูกมิตรกับร้านค้า
- ความเข้าใจกฎระเบียบ
- ให้ความสำคัญกับเวลามากกว่าเงิน
- สปป.ลาวไม่ใช่จังหวัดหนึ่งของไทย
เมียนมา
- อำนาจต่อรองของผู้ซื้อสูง
- ใช้ระบบเงินสด
- กฎหมายเปลี่ยนรายอาทิตย์
- มองหาตราสินค้าใหม่ ๆ
- ระดับราคาโฆษณามี 2 มาตรฐาน
กัมพูชา
- เป็นคนที่อยู่กับปัจจุบัน
- ไว้ใจคนยาก
- แข่งขันกันสูงจากการเปิดเสรีทางการค้า
- ทีวีไม่ใช่สื่อ แต่เป็นสัญลักษณ์การลงทุน
- นครวัด เขาพระวิหาร คือของสูง
เมื่อ SME สามารถทำความเข้าใจได้อย่างกระจ่างว่าลูกค้าต้องการสิ่งใดจากสินค้าของเรา จากนั้นจึงศึกษาข้อมูลประชากรศาสตร์ พฤติกรรมการบริโภค สภาวะการแข่งขัน ตลอดจนการสำรวจตลาด เมื่อสิ่งเหล่านี้ชัดเจนแล้วจึงเข้าสู่กระบวนการสร้างกลยุทธ์การตลาดออนไลน์
โค้ชโรเจอร์ กล่าวว่าการทำการตลาดออนไลน์บนโซเชียล มีเดียเป็นการทำการตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ไม่ใช่การทำการตลาดแบบมวลชน (Mass Marketing)ในอดีต ต้องสร้างเนื้อหาสาระทางการตลาด (Content Marketing) ให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการเข้าถึง
นอกจากนี้ในงานสัมมนา “ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง สำหรับการค้าชายแดน” ยังได้เชิญแขกรับเชิญที่เป็น SME ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการค้าชายแดนมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ร้อยเอกหญิง ปิยะนันท์ พรหมสูงวงษ์ เจ้าของผลิตภัณฑ์ สบู่บลันโคชี่ คุณวริศรา เพชรพนมพร ผู้จัดการร้านอาหารแม่หยา และคุณวัชรียา รงค์เดชประทีป กรรมการผู้จัดการบริษัท โอเค ช็อปปิ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
ด้านร้อยเอกหญิง ปิยะนันท์ พรหมสูงวงษ์ เจ้าของผลิตภัณฑ์ สบู่บลันโคชี่ แนะนำเพิ่มเติมว่า ก่อนที่จะส่งออกสบู่ไปขายประเทศเพื่อนบ้านนั้น ได้มีการสร้างเรื่องราวต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ทั้งที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและไม่เกี่ยวข้องกับสินค้าบนเฟซบุ๊ก เพื่อสร้างสังคมของตนเองก่อน ซึ่งเป็นกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ของสบู่บลันโคชี่ นอกจากนี้ความสำเร็จของสบู่บลันโคชี่ คือการกระจายสินค้าไปยังผู้ค้ารายย่อยที่มีศักยภาพในการส่งต่อไปยังประเทศที่ 3 ทำให้สินค้าขายดีมากขึ้น
เช่นเดียวกันกับ คุณวริศรา เพชรพนมพร ผู้จัดการร้านอาหารแม่หยา ที่นำดิจิทัล มาร์เก็ตติ้งเข้ามาใช้ โดยเริ่มต้นจากสื่อสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ก ด้วยการสร้างบทความและสาระทางการตลาด (Content Marketing) บนสื่อของตนเอง เช่นการถ่ายรูปรายการอาหาร นำเรื่องราวที่ลูกค้าได้วิจารณ์เผยแพร่ร้านอาหารในเฟซบุ๊กส่วนตัว นำกลับมาเผยแพร่และแบ่งปันต่อในเพจของแม่หยา นอกจากนี้ร้านแม่หยายังนำบทความที่มีการวิจารณ์แนะนำร้านในสื่ออื่น ๆ มาเผยแพร่ในสื่อของตัวเอง เพื่อช่วยการรับรู้ที่กว้างขวางขึ้น จุดเด่นของเฟซบุ๊กร้านแม่หยาคือมีปุ่มที่ให้สามารถโทรเข้าร้านได้ทันที และทุกบทความที่ปรากฏบนเฟซบุ๊กจะมีหมายเลขโทรศัพท์กำกับเพื่อให้ลูกค้าได้จดจำ
สำหรับคุณวัชรียา รงค์เดชประทีป กรรมการผู้จัดการบริษัท โอเค ช็อปปิ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวเสริมว่า การใช้ ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง สามารถเข้ามาช่วยเสริมการทำการค้าชายแดนได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ SME เพราะการทำการตลาดบนโซเชียล มีเดียสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายได้ ใช้งบประมาณที่จับต้องได้ ซึ่งแตกต่างจากอดีตที่ต้องใช้สื่อใหญ่และราคาสูง อีกทั้งยังไม่สามารถวัดความสำเร็จว่าเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการจริงหรือไม่
โดยสรุปสิ่งที่ SME ต้องตระหนักก่อนทำ ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง คือการทำความเข้าใจในตัวสินค้าของเราก่อนว่าต้องการขายอะไร สิ่งใดเป็นจุดแข็งของสินค้า และจะสร้างอัตลักษณ์ให้กับตราสินค้า (Branding) อย่างไร หลังจากนั้นจึงวางกลยุทธ์ว่าจะส่งสารอย่างไรบนสื่อดิจิทัลต่าง ๆ โดยอาศัยการสร้างบทความและเนื้อหา (Content) ในรูปแบบต่าง ๆ ให้ตรงใจผู้บริโภคไปพร้อม ๆ กับความต้องการในการขายสินค้าของเรา
