“สำหรับนักธุรกิจ ไม่มีใครเติบโตได้จากบุคลิกที่สับสน” คำกล่าวจาก อาจารย์เอ๋ อภัยลักษณ์ ตันตระบัณฑิตย์ Image Consultant ที่ปรึกษาด้านภาพลักษณ์ระดับเอเชีย ในการสัมมนา
“BRANDING ดี SME ก้าวไกล” ภายในงาน SMART SME EXPO 2016
อาจารย์เอ๋ ให้คำจำกัดความว่า “Branding คือ ยี่ห้อ อัตลักษณ์ ที่ผู้คนจดจำได้ และสิ่งที่จะทำให้ผู้คนจดจำได้นั้นก็คือ ความสม่ำเสมอ และความโดดเด่น”
หลายท่านอาจเกิดคำถามว่า เพราะอะไรจึงต้องมียี่ห้อ (Branding) อาจารย์เอ๋ให้คำตอบว่า “ผู้คนส่วนใหญ่ซื้อสินค้าจากยี่ห้อ ดังนั้นหากยี่ห้อของคุณเป็นที่รู้จัก สินค้าก็จะขายดี มีคนจำได้ และบอกต่อง่าย ๆ ไม่ต้องอธิบายมากมาย ก็สามารถรับรู้ได้แล้วว่าสินค้าที่ถูกพูดถึงคืออะไร”
“และเมื่อยี่ห้อสินค้าโต ยี่ห้อคนก็ต้องเติบโตไปด้วย ซึ่งยี่ห้อคน หมายถึง ภาพลักษณ์ของตัวผู้ประกอบการเอง ที่ต้องทำตัวเองให้กลายเป็นโชว์รูมสินค้า กล่าวคือ ไม่ว่าคนจะไปที่ไหน หรือพบเห็นอะไรที่เกี่ยวข้องกับตัวคุณ ผู้คนต้องจดจำคุณได้ และรู้ว่าขายอะไร อะไรคือบริการของคุณ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ตนเองให้เป็นที่รู้จัก” อาจารย์เอ๋ กล่าว
อาจารย์เอ๋ได้ยกตัวอย่างผู้ประกอบการ ที่ประสบความสำเร็จด้านการประชาสัมพันธ์ตนเอง มา 4 ท่าน คือ
- สตีฟ จ็อบส์ ผู้ให้กำเนิดแบรนด์ระดับโลกอย่าง Apple ที่มาพร้อมกับลุคของคนไอที ด้วยการแต่งตัวแบบเรียบง่าย เสื้อคอเต่า และกางเกงยีนส์ แต่มองแวบเดียวก็สามารถรับรู้ได้ทันทีว่าเขาคือใคร
- ตัน อิชิตัน เจ้าของน้ำชาชื่อดัง กับหมวกกัปตันสีขาว ที่เมื่อได้ใส่หมวกสุดเท่ใบนี้ไปทุกหนทุกแห่ง เพื่อสร้างการจดจำ แม้แต่ตอนที่แจกข้าวของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมก็ตาม
- มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เจ้าของแอปพิเคชันอันโด่งดัง Facebook กับการแต่งตัวง่าย ๆ แบบคนไอที เสื้อยืด กางเกงยีนส์ แต่คนก็ยังจำได้แม่น
- คุณโน๊ต อุดม แต้พานิช กับหมวกทรงปานามาและจมูกทรงโต ที่กลายเป็นจุดเด่น เพราะแค่เห็นภาพการ์ตูนตัวเขา เราก็รู้แล้วว่านี่คือเอกลักษณ์ของใคร
พวกเขาเหล่านี้สร้างเอกลักษณ์ของตนเองได้จาก “ความธรรมดา” เพราะสำหรับนักธุรกิจ ไม่มีใครเติบโตได้จากบุคลิกที่สับสน การทำให้ผู้คนจดจำคุณได้ ไม่ใช่ความใหญ่โตอลังการงานสร้างตลอดเวลา แต่คือความสม่ำเสมอ ที่กลายเป็นความโดดเด่นได้ในที่สุด
BRAND = YOU = ความสำเร็จ
3 สิ่งสำคัญในการสร้างยี่ห้อตนเองคือ
- ภาษากาย
ภาษากาย เป็นสิ่งหนึ่งที่มีผลทางจิตวิทยา ไม่ว่าจะเป็นการนั่ง การยืน การเดิน สายตา ท่าที หรือน้ำเสียง ทุกอย่างมีผลต่อความรู้สึกของบุคคลที่คุณสื่อสารทั้งหมด ดังนั้นผู้บริหารระดับสูงส่วนใหญ่ จึงไม่มีใครที่ดูบุคลิกไม่ดี เพราะพวกเขาต้องการทำตัวเองให้ดูน่าเชื่อถือ หากมีบุคลิกยึกยัก ดูไม่มั่นใจ จะมีผลต่อความเชื่อมั่นในการตัดสินต่าง ๆ ไม่เว้นแม้แต่ปัญหาการขอสินเชื่อ
- สี
การเลือกสี แม้จะดูเป็นเรื่องง่าย ๆ ธรรมดา ไม่มีความน่าสนใจ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า สีสันบนตัวคุณ มีผลลึกซึ้งไปถึงต่อมไร้ท่อต่าง ๆ ของผู้รับสารแบบไม่รู้ตัว ยกตัวอย่าง เจ้าหญิงเคท พระชายาของเจ้าชายวิลเลียมแห่งอังกฤษ สังเกตหรือไม่ว่าเธอมักแต่กายด้วยเสื้อผ้าสีน้ำเงินและสีฟ้า เพราะให้ความรู้สึกถึงความซื่อสัตย์ มีเกียรติ และที่สำคัญคือ สีน้ำเงินหรือสีฟ้านี้แสดงถึงรักนิรันดร์ หรืออย่าง ฮิลลารี่ คลินตัน เคยปรากฏตัวด้วยชุดสีชมพูอ่อนในช่วงเกิดวิกฤตทางการเมือง เพราะสีชมพู เป็นสีที่สื่อถึงความประนีประนอมที่สุด ช่วยปรับอารมณ์ผู้รับสารให้เรื่องร้าย ให้กลายเป็นดีขึ้นได้
นอกจากนี้ สีของเสื้อผ้าและการแต่งหน้า ยังสร้างความโดดเด่นและความมีออร่าให้คุณได้ ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง การเลือกเฉดสีจึงไม่ใช่เรื่องน่าอาย ยกตัวอย่างเมื่อคุณต้องออกสื่อ ควรทราบล่วงหน้าว่าแบ็คกราวของรายการเป็นสีใด หากเป็นรายการที่มีสีสันสดใส ใส่สีขาวไปเลย เอาอยู่แน่นอน
- บุคลิก
บุคลิกภาพมีความสำคัญมากในการสร้างความประทับใจครั้งแรก ถ้าอยากให้คนอื่นมองคุณเป็นอะไร การแต่งตัวและบุคลิกของคุณต้องออกมาเป็นอย่างนั้น โดยคุณต้องสร้างความเคารพในตนเอง สร้างความมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นลุคไหน หรือผิวสีอะไร ก็สามารถมีบุคคลที่ดีได้ นอกจากนี้บุคลิกของคุณ จะเป็นสิ่งที่ดึงดูดสิ่งเดียวกันเข้ามาในชีวิต หากต้องการลูกค้ารายใหญ่ คุณควรจะมีบุคลิกแบบเดียวกันนั้นเอง
สุดท้ายอาจารย์เอ๋ฝากไว้ให้คิดว่า “ไม่ควรบ่นว่าชีวิตตัวเองแย่แค่ไหน แต่ให้ดึงดูดสิ่งแวดล้อมดี ๆ เข้ามา ควรมองไปที่เป้าหมาย และก้าวไปสู่เป้าหมายนั้นอย่างไม่หยุดยั้ง อีกทั้งคุณควรซื่อสัตย์ ชัดเจน กับชีวิตตัวเอง เป็นตัวของตัวเอง และทำสิ่งนี้ให้ดีที่สุด”