กลยุทธ์การเงิน การส่งออก สำหรับ SME


วันสุดท้ายกับงาน SMART SME EXPO ในส่วนของเวทีสัมมนายังคงมีความรู้ให้ต่อเนื่อง โดยช่วงเช้า สำนักงานส่งเสริมธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จัดสัมมนาในหัวข้อ “กลยุทธ์การเงิน การส่งออก สำหรับ SME” โดยวิทยา คุณฉัตรทิพย์ วีราสา รองผู้อำนวยการ ฝ่ายรับประกันการส่งออก จะบรรยายในเรื่องการค้าระหว่างประเทศและการรับประกันความเสี่ยง ต่อด้วย คุณสุรเชษฐ์ พวงเกตุแก้ว ผู้จัดการ SME BANK เขต 11 มาอธิบายเงื่อนไขสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ของ SME BANK สำหรับผู้ประกอบการSME

โดยคุณฉัตรทิพย์ วีราสา ได้พูดถึงเรื่องความเสี่ยงการค้าระหว่างประเทศและการรับประกันความเสี่ยงไว้ว่า อยากให้ความสำคัญเรื่องความเสี่ยงการค้าระหว่างประเทศ คือความเสี่ยงที่ไม่ได้เงินจากคู่ค้าจากต่างประเทศ เช่น ผู้ซื้อสินค้าจากต่างประเทศติดต่อซื้อขายจากผู้ส่งออกชาวไทย แต่ต่อมาผู้ส่งออกได้รับหนังสือแจ้งว่าผู้ซื้อล้มละลาย อย่างในกรณีนี้ หากไม่ได้ทำประกันการส่งออกไว้ก็อาจทำเกิดความเสียหายในเชิงธุรกิจหลายพันล้านได้ ดังนั้นจึงควรพิจารณาคู่ค้าให้ดี โดยในส่วนของเทคนิคการพิจารณาคู่ค้านั้น มีปัจจัยในการพิจารณาคือ ข้อมูลทั่วไปของคู่ค้า, ต้องดูสถานะทางการเงิน, ผลการดำเนินงาน, ชื่อเสียงในท้องถิ่น รวมถึงประวัติการชำระหนี้

ข้อควรระวังคือต้องสังเกตผู้ซื้อที่สั่งสินค้าเป็นจำนวนมากในการซื้อครั้งแรก ควรเริ่มต้นการค้าขายกับผู้ซื้อรายใหม่ด้วยเทอมการชำระเงินความเสี่ยงต่ำ การเปลี่ยนแปลงสัญญาซื้อขายต้องมีหลักฐาน เป็นลายลักษณ์อักษร และที่สำคัญคือต้องเก็บหลักฐานการติดต่อไว้จนกว่าจะได้รับชำระเงินจนครบ นอกจากนี้ยังต้องมองความเสี่ยงของประเทศคู่ค้า โดยมองถึงสภาพเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ ตลอดจนกฎระเบียบการนำเข้าสินค้า และในส่วนของการจัดการความเสี่ยง สามารถจัดการได้ แล้วแต่จะจัดการอย่างไร โดยเครื่องมือในการถ่ายโอนความเสี่ยงก็คือ การใช้บริการรับประกันความเสี่ยง

บริการรับประกันความเสี่ยงเป็นการรับประกันความเสี่ยงจากการไม่ได้รับสินค้าจากผู้ซื้อในต่างประเทศภายหลังการส่งออก โดยประโยชน์ของบริการการประกันการส่งออกนั้นจะช่วยให้เรารู้จักผู้ซื้อดียิ่งขึ้น ทำให้กล้าเสนอเทอมที่ผ่อนปรนมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยขยายตลาดส่งออกทั้งตลาดเดิมและตลาดใหม่ ตลอดจนได้รับค่าสินไหมทดแทนหากเกิดความเสียกายรวมถึงมีคนช่วยติดตามหนี้ให้อีกด้วย

และในส่วนคุณสุรเชษฐ์ พวงเกตุแก้ว ผู้จัดการ SME BANK เขต 11 มาอธิบายเงื่อนไขสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ของ SME BANK สำหรับผู้ประกอบการไว้ว่า ตอนนี้ SME แบงก์มีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำอยู่ 2 ประเภทคือ Policy Loan ดอกเบี้ย 4% และบัญชีเดียว ดอกเบี้ย 5% เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก วงเงินที่อนุมัติคือ 4,500 ล้านบาท ระยะเวลาคำขอกู้ถึงสิ้นปีนี้ 2559 หรือจนกว่าจะเต็มวงเงิน กลุ่มเป้าหมายคือลูกหนี้ใหม่ของธนาคาร เป็นผู้ประกอบการใหม่หรือสตาร์ทอัพ เป็น SME ขนาดย่อมที่จะก้าวไปสู่ขนาดกลาง และกลุ่มที่จะขยายธุรกิจไปสู่ตลาดประเทศ ASEAN

คุณสมบัติผู้กู้ อันดับแรกต้องเป็นผู้ประกอบการขนาดย่อม มีสัญชาติไทย มีอายุเมื่อรวมระยะเวลาให้สินเชื่อแล้วไม่เกิน 65 ปี ปัจจุบันไม่เป็น NPL ของสถาบันการเงินใด ๆ ผู้กู้ต้องจดทะเบียนกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ และสุดท้ายต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ระยะเวลาการกู้ไม่เกิน 5 ปี ดอกเบี้ย 3 ปีแรก 4% ซึ่งถูกที่สุดแล้ว ณ ตอนนี้

สินเชื่อตัวที่สองคือ โครงการสินเชื่อ SMEs บัญชีเดียวเป็นการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนให้ผู้ประกอบการเช่นกัน คุณสมบัติผู้กู้ 1. นิติบุคคลที่จดแจ้งบัญชีชุดเดียว 2. นิติบุคคลทั่วไป 3. บุคคลธรรมดา ปกติการขอสินเชื่อจากธนาคารต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่ตัวนี้ไม่ต้องใช้   ซึ่งนิติบุคคลกู้ได้สูงสุดไม่เกิน 5 ล้าน บุคคลธรรมดากู้ได้สูงสุดไม่เกิน 2 ล้าน

และสำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่ต้องการขอสินเชื่อหรือมีความสนใจที่จะขอคำปรึกษาก็สามารถติดต่อสอบถามได้เลยที่เบอร์ 085-980-7910