นายนิธิศ มนุญพร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยผลดำเนินงานของ บสย. ในรอบ 6 เดือน (1 ม.ค. – 30 มิ.ย. 2559) ทั้ง 11 สาขาว่า เป็นไปตามเป้าหมาย
โดยมีการอนุมัติการค้ำประกันสินเชื่อรวมวงเงินกว่า 48,000 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา หรือคิดเป็นวงเงินสินเชื่อที่ผู้ประกอบการได้รับกว่า 65,000 ล้านบาท
สามารถช่วยผู้ประกอบการ SMEs ให้เข้าถึงสินเชื่อได้ 17,000 ราย ในจำนวนนี้มี NPG หรือ หนี้ในกลุ่มที่แก้ไขผลดำเนินงานไม่ได้ภายในกำหนด (Non Performing Group) จำนวน 10.6% สูงขึ้นจากสิ้นปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 8% จากยอดค้ำประกันสินเชื่อคงค้าง 330,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งปีแรก บสย. มีกำไรสุทธิ 150 ล้านบาท ขณะที่ทั้งปีคาดว่า NPG จะลดลงอยู่ในระดับ 9% และมั่นใจว่า ยอดค้ำประกันสินเชื่อรวมในปีนี้ จะแตะ 100,000 ล้านบาทตามเป้าหมาย
สำหรับโครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs และธนาคารพันธมิตร ที่ให้ความสนใจมากที่สุดในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ประกอบด้วย 3 โครงการหลัก ได้แก่
1.โครงการค้ำประกันสินเชื่อระยะที่ 5 หรือ PGS5 (ปรับปรุงใหม่) สามารถช่วยผู้ประกอบการ SMEs ใหเเข้าถึงสินเชื่อได้ 10,999 ราย คิดเป็นวงเงินค้ำประกัน 38,700 ล้านบาท
2.โครงการ Policy Loan ที่ บสย. ดำเนินการร่วมกับ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME Bank) ช่วยผู้ประกอบการ SMEs ได้ 2,400 ราย คิดเป็นวงเงินค้ำประกัน 6,900 ล้านบาท
- โครงการค้ำประกันสินเชื่อรายย่อย (Micro Entrepreneurs) สามารถช่วยผู้ประกอบการรายย่อยได้ 3,500 ราย คิดเป็นวงเงินค้ำประกัน 400 ล้านบาท