กาแฟวาวี ทำด้วยรัก ยังไงก็รุ่ง


“คนที่จะทำธุรกิจทุกอย่าง น่าจะลองไปเป็นลูกน้องก่อนว่าเราชอบหรือเปล่า ถ้าเราได้เรียนรู้เบื้องต้นแล้ว เราชอบจริง ๆ เราก็เริ่มต้นทำต่อไป เพราะทุกสิ่งทุกอย่างถ้าไม่ทำด้วยความรัก  สุดท้ายเราก็จะทิ้งมันไป  ให้เราเริ่มจากความรักก่อน แล้วเราจะสามารถพัฒนาทุกอย่างได้”

คุณไกรสิทธิ์  ฟูสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กาแฟวาวี จำกัด  ได้บอกเล่าผ่านรายการ SMEs Speed up ธุรกิจติดลมบน ว่า ครั้งแรกที่มาที่ดอยวาวี ได้เห็นวิวภูเขา เห็นธรรมชาติ เห็นเขาเก็บกาแฟกัน มันเป็นอะไรที่สวยงามและแปลกตา ไม่เคยคิดว่าจะนำกาแฟมาทำเป็นธุรกิจมาก่อน แต่พอมีโอกาสขึ้นมาที่ดอยบ่อยขึ้นจึงได้เริ่มศึกษาเรื่องของกาแฟอย่างจริงจังไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปลูก การเก็บ การคั่ว การชงกาแฟ ยิ่งศึกษายิ่งรู้สึกชอบจึงศึกษาอยู่อย่างนั้น เกือบปี ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนเป็นคนที่ไม่ดื่มกาแฟ แต่สุดท้ายจึงตัดสินใจที่จะเปิดร้านกาแฟขึ้นที่เชียงใหม่ โดยใช้ชื่อว่า “กาแฟวาวี”

ช่วงแรก คุณไกรสิทธิ์ถึงกับท้อเหมือนกันเพราะวันหนึ่งขายได้เพียงวันละ 87 บาทเท่านั้น อีกทั้งร้านกาแฟเป็นเพียงเพิงเล็ก ๆ เท่านั้น ใครมองแล้วไม่ค่อยมั่นใจในร้าน กาแฟวาวี และตั้งใจที่จะขายทั้งชาวไทยชาวต่างชาติ แต่ความตั้งใจนี้กลับพังลงเมื่อ ชาวต่างชาติไม่เข้าร้านเลย คนไทยอุดหนุนน้อย แต่ขายไปได้เรื่อย ๆ ก็มีลูกค้ามากขึ้นได้วันละหลายพันบาท แต่ไม่นานกลับมาเจออุปสรรคอย่างการที่เจ้าของพื้นที่มาขอที่คืน จึงต้องมองหาทำเลใหม่ ซึ่งตอนนั้น ทำให้คุณไกรสิทธิ์ได้บทเรียนและแนวคิดว่าควรจะต้องปรับปรุงร้าน และการตกแต่งร้านเพื่อที่จะให้ลูกค้าวางใจได้ว่าสินค้าที่ขายนั้นสะอาด หลังจากได้เปิดร้านใหม่อีกครั้ง โดยทำตามความคิดที่ตั้งใจว่าจะตกแต่งร้าน บรรยากาศน่าดู น่ามอง ภายในกว้างขวาง และอยากให้ลูกค้าที่มาใช้บริการอยู่กับเรานาน ๆ ก็สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้เป็นอย่างดี ยอดขายเพิ่มขึ้น เพราะร้านกาแฟแบบนี้เป็นเรื่องใหม่ในเชียงใหม่ เมื่อมีลูกค้าถามว่ามีสาขาอื่นอีกหรือไม่ จึงเริ่มมีความคิดและเปิดสาขาที่ 2 และ 3 ตามมา

คุณไกรสิทธิ์เล่าให้ฟังถึงปัญหาอุปสรรคที่พบว่า เมื่อเปิดสาขาที่ เพิ่มมากขึ้นกลับมาพบปัญหาพนักงานเข้าออกบ่อย ฝีมือการชงแต่ละสาขาไม่เท่ากันซึ่งช่วงนั้นไม่รู้เลยว่าควรจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไรจนได้เข้าร่วมอบรมโครงการ การสร้างและพัฒนาบุคลากรกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จึงรู้เข้าใจวิธีแก้ไขปัญหาเหล่านี้ด้วยวิธีการเปิดศูนย์อบรมให้กับพนักงาน เพื่อสอนการทำงานตั้งแต่เริ่มต้น และได้มีโอกาสเข้าโครงการ NEC ตามคำแนะนำจากทางกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้เข้าใจการทำระบบบัญชี  ระบบสต๊อกสินค้า หาคนมาช่วยทำงาน

เมื่อธุรกิจกาแฟวาวี กำลังไปได้ดี และคนในเชียงใหม่ต่างรู้จักเป็นอย่างดี และมีคนสนใจที่จะทำแฟรนไชส์ คุณไกรสิทธิ์เห็นเป็นโอกาสจึงเปิดแฟรนไชส์ ซึ่งปัจจุบันมี 13 สาขา เป็นของตัวเอง 4สาขา มีแฟรนไชส์ 9 สาขา และเมื่อมีโรงงานคั่วกาแฟเราจึงรับจ้างคั่วกาแฟให้กับลูกค้ารายอื่น ๆ ปัจจุบันก็ได้ทำ OEM ให้กับคนอื่นอีกด้วย และปัจจุบัน กาแฟวาวีได้ก้าวสู่ตลาด AEC โดยมีร้านอยู่ที่ประเทศลาวและประเทศจีน ส่วนประเทศญี่ปุ่นนั้นตอนนี้ได้นำเมล็ดกาแฟวางขายแล้ว

จากร้านกาแฟเล็ก ๆ ทำโดยไม่ท้อต่ออุปสรรคจนมีรายได้ 60-70 ล้านต่อปี ซึ่งเป็นธุรกิจที่ไม่คิดที่อยากทำแต่เพราะการที่ได้ไปดอยวาวีบ่อย ได้เห็นการปลูก การเก็บ การชงกาแฟ จึงเกิดเป็นความชอบความรัก จนตอนนี้ก็ได้ก้าวเข้าสู่ตลาด AEC ด้วยความตั้งใจของคุณไกรสิทธิ์ที่อยากให้กาแฟไทย รสชาติไทย นั้นได้ก้าวไปสู่ระดับโลก ทำได้อย่างไรนั้นติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  รายการ SMEs Speed up “ธุรกิจติดลมบน” ตอน บริษัท กาแฟวาวี จำกัด  ที่ลิงก์  https://www.youtube.com/watch?v=fb7kzOGgYbY  และรายการย้อนหลัง https://goo.gl/21hEk2

แล้วพบกันใหม่ครับ