แอปเปิ้ลได้เปิดเว็บไซต์ที่เล่าเรื่องถึงความใหม่ของ iPhone7 และ iPhone 7 Plus ที่มีความแตกต่างจาก iphone รุ่นก่อน ๆ ไว้จนสาวกต้องหันมาเหลียวมอง
1. รูปร่างภายนอกถ้าเป็น iPhone7 จะมีขนาด 4.7 นิ้ว ส่วน iPhone 7 Plus จะมีขนาด 5.5 นิ้ว รูปร่างและดีไซน์โดยรวมเหมือนกับ iPhone 6s และ iPhone 6s Plus รุ่นก่อนหน้า แต่สิ่งที่รุ่นใหม่แตกต่างคือจะไม่มีแถบสัญญาณคาดด้านหลัง แถบดังกล่าวย้ายไปรวมกับแถบด้านบนของตัวเครื่องแทน
2. iPhone7 ได้สร้างความหวือหวาด้านสีสัน โดยการออกแบบสี ดำ Jet Black จะเปิดขายในรุ่น 128GB และ 256GB โดยสรุปแล้ว iPhone7 จะมีสีให้เลือกทั้งหมด 5 สี คือ สีทอง สีเงิน สีทองชมพู และสีดำ 2 สีใหม่ คือ สีดำ ฺ(Black) และสีดำเงา (Jet Black)
3. จุดขายที่เรียกร้องนักเล่นสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่สนใจคือกล้อง iPhone7 ได้ใส่ระบบกันสั่น OIS (Opicalimage stabilization) จากเดิมมีเฉพาะในรุ่น Plus เท่านั้น นอกจากนี้ iphone7 ทั้ง 2 รุ่น ได้มีการพัฒนากล้องหลังให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยกล้องหลังรุ่นใหม่มาพร้อมกับระบบกันภาพสั่น มีเซนเซอร์รับแสง True Tone LED Flash กล้องหน้า 7 MP กล้องหลัง 12 MP, ƒ/1.8 เพิ่มคุณสมบัติ ISP ช่วยเพิ่มคุณภาพของรูปภาพ มีความคมชัด และลดสิ่งรบกวนในภาพให้น้อยลงมากที่สุด เพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วในการถ่ายภาพ สามารถถ่ายภาพ RAW ได้ ส่วน iPhone 7 Plus มีกล้องหลังถึง 2 ตัว เป็นเลนส์เทเลโฟโต (telephoto) สำหรับถ่ายภาพที่อยู่ไกล ๆ ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล จากที่มีกล้อง 2 ตัว ทำให้ iphone7 มีระบบซูมภาพในตัว นอกจากนี้กล้องทั้ง 2 ใน iphone7 Plus ยังสร้างฟีเจอร์ที่แตกต่างและแก้ปัญหาจากสมาร์โฟนอื่น ๆ คือ เป็นการถ่ายรูปที่มีความตื้นลึก ทำให้การถ่ายภาพคนมีความคมชัด ในขณะที่ภาพบรรยากาศโดยรอบจะเบลอ สร้างความสวยงามในการถ่ายภาพมากขึ้น
4. iPhone 7 จะกันได้ทั้งฝุ่นทั้งน้ำมาตรฐาน IP67 คือ สามารถป้องกันฝุ่นได้ 100% สามารถกันน้ำได้ 30 นาที เมื่ออยู่ในน้ำระดับไม่เกิน 1 เมตร กันเหงื่อได้ กันฝนสาดได้
5. ใน iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ได้ปรับปรุงปุ่ม Home แบบใหม่ โดยคุณสมบัติสัมผัสรองรับแรงกดแบบ 3D Touch การเข้าถึงแอปต่างๆ การเปิดหน้าต่าง Multitasking และ ปุ่ม Home รองรับฟังก์ชั่น Press to unlock ของ iOS10 อีกด้วย
6. หน้าจอ เป็นระบบ Retina HD สว่างกว่ารุ่นเดิม 25% มีระบบจัดการสีใหม่ มีระบบจัดการ 3D Touch ได้ดีขึ้นทำให้การแสดงผลของสีมีความคมชัดสดใสมากขึ้นกว่าเดิม
7. ระบบเสียงของ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus จะมีสเตอริโอสปีกเกอร์ 2 จุด คือ ด้านบน 1 จุด และด้านล่าง 1 จุด ช่วยให้ระบบเสียงดีขึ้น
8. สิ่งที่ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ตั้งใจรองรับความสะดวกของโลกเทคโนโลยียุคใหม่ที่เข้าสู่ยุคไร้สายมากขึ้น โดย แอปเปิลได้ถอดช่องเชื่อมต่อแจ็กหูฟังออก แต่มีอแดปเตอร์สำหรับต่อแจ็กหูฟังปกติกับช่องเชื่อมต่อไลท์นิ่งให้แทน
9. ตัวไวร์เลส หรือเครื่องฟังไร้สาย แอปเปิลทำหูฟังไร้สายที่ทำงานร่วมกับชิพที่ชื่อว่า Apple Watch ซีรี่ส์2 หูฟังตัวนี้มีเซ็นเซอร์ตรวจจับให้การทำงานอยู่ในหูของคนฟังเท่านั้น และมีเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวและลดเสียงรบกวนของไมโครโฟนไร้สายด้วย
10. iPhone 7 และ iPhone 7 Plus พัฒนาขึ้นมาเพื่อรองรับกับการจ่ายเงินออนไลน์ โดยสามารถใช้งานกับ NFC (เทคโนโลยีสื่อสารไร้สายระยะสั้น) ของญี่ปุ่นที่เรียกว่า “ Felica”
เขียนโดย วันทนา อรรถสถาวร