กว่า 68 ปีกับการโลดแล่นบนตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค ที่พูดไป ใครก็รู้จัก กับแป้งหอมสไตล์บ้านๆ แต่สรรพคุณมีมากมายสารพัดประโยชน์ จนมาถึงวันนี้ “ศรีจันทร์” แบรนด์ไทย ได้โอกาสแต่งตัวใหม่ ภายใต้การบริหารงานของ “ทายาทรุ่นใหม่” ผู้เนรมิตภาพลักษณ์ “ศรีจันทร์” ให้เปลี่ยนไปอย่างผิดหูผิดตา
เปลี่ยนลุค ปรับภาพลักษณ์….ปูพรม “พรีเมียม”
รวิศ หาญอุตสาหะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด นักธุรกิจหนุ่มที่เข้ามาสืบทอดธุรกิจของตระกูลต่อจากผู้เป็นอา (มาตร หาญอุตสาหะ) เล่าถึงความภาคภูมิใจต่อการ รีแบรนด์ครั้งนี้ว่า ปัจจุบัน “ศรีจันทร์” ไม่ได้มีภาพลักษณ์เป็นของราคา 10 กว่าบาท หรือดูโบราณอีกต่อไป “ศรีจันทร์” หลังจากที่หลุดจากกระแสไปนานหลายปี ผ่านการทำตลาดแบบลองผิดลองถูกจนมาถึงวันนี้ที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม แต่สิ่งที่ต้องยอมรับกันกัน นั่นคือแบรนด์ไทย ไม่ค่อยมีที่ยืนในสังคมบ้านเรา จำทำอย่างไรให้แบรนด์กลับมามีที่ยืน และต้องยืนได้อย่างเข้มแข็งด้วยนี่คือความท้าทาย เพราะถ้าเราทำได้ เราจะเป็นแบรนด์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้แบรนด์อื่นๆ ด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราทำงานอย่างหนัก
“ดิจิทัล” + “TVC” หัวใจการสร้างแบรนด์
นอกจากนี้ ศรีจันทร์ทุ่มงบการตลาดกว่าครึ่งเทมาให้สื่อดิจิทัล จากเดิมที่ตั้งไว้ 10% ขณะที่สื่อ TV ต้องดี ต้องเด่น ต้องนำมาผสมผสาน ช่วยดันยอดขาย ทำความรู้จักกับผู้บริโภค ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้ เมื่อ 2 อย่างนี้รวมกันจะกลายเป็นพลังยิ่งใหญ่ในการขับเคลื่อนแบรนด์ โจทย์ใหญ่ในตอนนั้น คือ ลูกค้าดูโฆษณา อยากได้สินค้า แต่ไม่รู้ว่าจะไปหาซื้อได้ที่ไหน นั่นคือที่มาของการตัดสินใจไปนำสินค้าไปเสนอวางขายในร้านสะดวกซื้อชื่อดัง “เซเว่นอีเลฟเว่น” เพื่อให้สินค้าซื้อง่าย ขายได้ทั่วประเทศผ่านสาขาที่มีมหาศาล
ปรับทัพ รับออเดอร์ “ถล่มทลาย”
ทันทีที่ เซเว่นฯ ตอบรับ เรายิ่งต้องเร่งสร้างความมั่นใจให้กับคู่ค้า ชนิดที่ต้องเกณฑ์คนมาทั้งโรงงาน ทำกันชนิดไม่หลับไม่นอน เพื่อให้ได้สินค้าครบตามจำนวนพร้อมส่งเซเว่นฯ สุดท้ายก็ทำสำเร็จ นี่คือบทเรียนและประสบการณ์ที่ทำให้รู้ว่า เราต้องมีความพร้อม ถ้าระบบหลังบ้านไม่แน่น..ก็ไปไม่รอด”
การนั่งแท่นบริหารแบรนด์เก่าที่มีมานาน ผ่านการใช้บทบาทครีเอทีฟรุ่นใหม่ แม้จะมีบางช่วงบางตอนที่หายหน้าหายตาไปให้พอได้คิดถึง แต่กลับมาเจอกันอีกที ก็มาแบบที่ยุคนี้เรียกว่า “ปัง” จนเราอาจจะหลับตานึกภาพได้ว่า
“การกลับมาของแบรนด์ “ศรีจันทร์” เป็นการเดินมาบนพรม เพื่อก้าวเข้าสู่เวทีสินค้าในระดับพรีเมียม อินเตอร์ สง่า ทันสมัย และกลบภาพ แป้งศรีจันทร์ ในตลาดบ้านๆ ไปได้อย่างสิ้นเชิง….”