นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การประกวดรางวัลสุดยอด SMEs แห่งชาติครั้งที่ 8 ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เป็นการจัดประกวดรางวัล สำหรับผู้ประกอบการที่มีการจัดการบริหารธุรกิจของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะพิจารณาจาก 7 หมวด คือ 1.บทบาทของผู้บริหารภายในองค์กร 2. การวางแผนในการดำเนินธุรกิจ 3.การมุ่งเน้นลูกค้าและตลาด 4.การวัดวิเคราะห์และจัดการความรู้ 5.การบริหารทรัพยากรบุคคล 6.การจัดการกระบวนการ และ 7.ผลลัพธ์ทางธุรกิจ โดยมีคะแนนรวม 1,000 คะแนน
ทั้งนี้จะมีการแบ่งรางวัลออกเป็น 3 ประเภทคือ 1.รางวัล“สุดยอด SMEs แห่งชาติ” สำหรับผู้ที่ได้รับคะแนน 800 คะแนนขึ้นไป 2.รางวัล “SMEs ดีเด่น” สำหรับผู้ที่ได้ 700-799 คะแนน และ 3.รางวัล “ มาตรฐาน SMEs” สำหรับผู้ที่ได้คะแนน 600-699 คะแนน โดยในปีนี้มีผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลรวมทั้งหมด 36 ราย
ในส่วนของผู้ชนะในการประกวดนั้นมาจากหลายภาคส่วน ไม่ใช่เฉพาะภาคอุตสาหกรรมเพียงอย่างเดียวโดยมีทั้งภาคบริการ ภาคการค้า เพราะฉะนั้นแต่ละกลุ่มก็จะมีความต้องการการพัฒนาต่อยอดในธุรกิจที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งในกลุ่มที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมทางกระทรวงจะมีมาตรการส่งเสริมในการต่อยอดทางด้านนวัตกรรม ประสิทธิภาพในการผลิต การบริหารจัดการ โดยจะมีการ่วมพัฒนาควบคู่ไปกับ สสว.และกระทรวงพาณิชย์
สำหรับการพัฒนาธุรกิจ SMEs จะต้องคำนึงถึงความต้องการของตลาดเป็นสิ่งสำคัญฉะนั้นกลุ่มผู้ได้รับรางวัลเหล่านี้ ยังมีโอกาสที่จะพัฒนาเป็นกลุ่มธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น โดยจะมีการคัดเลือก SMEs ที่มีศักยภาพเข้ามาร่วมโครงการในการพัฒนาต่อยอดต่อไป
อย่างไรก็ตามดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายการพัฒนา SMEs ให้เป็นหน้าที่หลักของกระทรวงอุตสาหกรรมและสสว.ในระยะเวลาตั้งแต่เดือนกันยายนของปีนี้ จนกระทั่งถึงปีหน้า โดยการผลักดันธุรกิจ SMEs ในทุกระดับ ไม่ใช่เพียงเฉพาะ SMEs ที่เข้มแข็ง แต่รวมไปถึงกลุ่มที่ยังคงประสบกับปัญหาด้วยผ่านทางศูนย์ช่วยเหลือ SMEs รวมทั้งในช่วง 3 เดือนข้างหน้าจะมีการจัดงาน SMEs ในภาคต่าง ๆถึง 11 ศูนย์ภาคของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยเป็นกิจกรรมช่วยเหลือ SMEs ตามมาตรการของกระทรวงต่าง ๆ
ด้านนางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) กล่าวว่ารองนายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบาย ให้สสว.จัดคณะผู้ประกอบการธุรกิจโรดโชว์ขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ในกลุ่มของตลาดในประเทศ ไต้หวัน ฮ่องกง และสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศต้นแบบของ SMEs ที่ดี
ขณะนี้สสว.ได้หารือกับกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อกำหนดการดำเนินโครงการร่วมกัน ในโครงการชักชวนในกลุ่มผู้ประกอบการในประเทศที่พูดถึงเข้ามาลงทุนร่วมกับผู้ประกอบการในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นวิถีทางการถ่ายทอดนวัตกรรมร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการจากต่างประเทศและผู้ประกอบการไทย