‘หลังคาโบกี้รถไฟ’ ไม่รองรับแรงกระแทกแนวดิ่ง เดินรถในพื้นที่ก่อสร้างเสี่ยงสูง ‘ผู้รับสัมปทาน-ผู้เดินรถ’ ต้องรับผิดชอบ
นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชี้ เหตุเครนถล่ม “ทับรถไฟ-ถนนพระราม 2” สูญเสียซ้ำซาก “บริษัทรับสัมปทาน-ผู้ดูแลการเดินรถไฟ” ต้องรับผิดชอบทั้งคู่ เหตุพื้นที่ก่อสร้างที่ใช้เครนถือว่ามีความเสี่ยงสูง ประชาชนไม่มีทางเลือกจึงต้องฝากชีวิตไว้กับผู้รับผิดชอบการเดินรถ ระบุถึงเวลายกเครื่องมาตรฐานความปลอดภัยเชิงระบบ โดยเฉพาะการก่อสร้างซ้อนทับพื้นที่สาธารณะและเกี่ยวข้องหลายฝ่าย ต้องมีผู้มีอำนาจสั่งการหน้างาน พร้อมตั้ง “คนนอก” เป็นคณะผู้ตรวจสอบความปลอดภัยโครงการแทนคนที่ผู้รับสัมปทานหามาเอง และเพิ่มความถี่การตรวจสอบ ดร.ภานุเดช ชุ่มเย็น อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า การก่อสร้างที่มีการใช้เครนเข้ามาเกี่ยวข้องถือเป็นการก่อสร้างที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะในกรณีที่การดำเนินงานซ้อนทับกับโครงสร้างสาธารณะที่มีประชาชนใช้งานอยู่ในชีวิตประจำวัน เช่น ระบบขนส่งสาธารณะ ถนน หรืออาคารบ้านเรือน ซึ่งจำเป็นต้องมีการควบคุมความปลอดภัยที่รัดกุมและเข้มงวดเป็นพิเศษ ดังนั้น เหตุการณ์เครนถล่มทับขบวนรถไฟที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา จนเป็นเหตุมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก และเหตุเครนถล่มบริเวณถนนพระราม 2 กรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันภายในระยะเวลาใกล้เคียง สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำในเชิงระบบ โดยเห็นว่าทั้งผู้รับสัมปทานโครงการและหน่วยงานที่รับผิดชอบการเดินรถไฟควรมีความรับผิดชอบร่วมกัน ไม่อาจโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงฝ่ายเดียวได้ ทั้งนี้ กรณีเครนถล่มทับรถไฟ นอกจากการดำเนินการตามกฎหมายต่อบริษัทผู้รับสัมปทานการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมาแล้ว หน่วยงานที่รับผิดชอบการเดินขบวนรถไฟสายดังกล่าวก็ควรมีส่วนรับผิดชอบเช่นกัน เนื่องจากเป็นที่ทราบว่าในระยะทางข้างหน้ามีการดำเนินงานก่อสร้างซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงสูง การอนุญาตให้ขบวนรถไฟเดินผ่านพื้นที่ดังกล่าวในขณะที่ยังเปิดให้บริการตามปกติ โดยที่ผู้โดยสารไม่สามารถมีส่วนร่วมในการตัดสินใจหรือหลีกเลี่ยงความเสี่ยงได้ สะท้อนให้เห็นว่าทั้งผู้รับสัมปทานโครงการและผู้เดินรถต่างมุ่งปฏิบัติตามภารกิจของตนเองเป็นหลัก […]



