รู้จัก “ฉลากเขียว” เครื่องหมายช่วยสะท้อนความยั่งยืนของแบรนด์ต่อสิ่งแวดล้อม
ฉลากเขียวของประเทศไทย ริเริ่มขึ้นโดยองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Thailand Business Council for Sustainable Development, TBCSD)
เข้าสู่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ด้วยระยะเวลาหยุดยาว ใครหลายคนคงเตรียมตัวเดินกลางกลับภูมิลำเนา รวมถึงเล่นน้ำสงกรานต์ เพื่อคลายร้อน สืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีกันอย่างสนุกสนาน
อย่างไรก็ตาม ภัยเงียบที่มากับการเล่นน้ำวันสงกรานต์จนสามารถสร้างผลกระทบต่อร่างกายของเราได้ นั่นคือ โรคที่มากับการเล่นน้ำ ดังนั้น เรามาดูกันว่าโรคอะไรบ้าง ที่มากับการเล่นน้ำในวันสงกรานต์
โรคตาแดง หนึ่งในโรคที่พบบ่อยสุดในการเล่นน้ำสงกรานต์ คือ โรคตาแดง ด้วยสภาพแวดล้อมที่เมื่อเราออกไปเล่นน้ำตามสถานที่ต่างๆ บางครั้งเราไม่รู้เลยว่า น้ำที่นำมาเล่นสาดกันมานั้นมาจากไหน มีความสะอาดหรือเปล่า หากเราโชคร้ายเจอกับน้ำที่สกปรก โดนฉีดเข้าตา อีกทั้งหากมีการขยี้ตาจะทำให้เกิดอาการอักเสบ จนนำมาสู่ “โรคตาแดง” โดยอาการจะมีลักษณะเคืองตา น้ำตาไหล ปวดตา
โรคผิวหนัง โรคผิวหนัง มีลักษณะคล้ายกับโรคตาแดง เพียงจากตา มาเป็นร่างกาย โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ออกไปเล่นน้ำต้องพบกับอากาศร้อน น้ำที่ถูกฉีดใส่ เหล่านี้จะทำให้เสื้อผ้าอับชื้น เมื่อระยะเวลาผ่านไปเรื่อยๆจะทำให้เกิดการสะสมของเชื้อโรค และนำมาสู่การเกิดโรคผิวหนังในที่สุด สำหรับอาการของโรคผิวหนัง จะมีผื่นแดง ตุ่มใส่ ตุ่มหนอง ขึ้นตามร่างกาย
ไข้หวัด ไม่สบาย ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนในช่วงเดือนเมษายน การออกไปเล่นน้ำสงกรานต์เป็นเวลานาน บางครั้งอาจทำให้ร่างกายของเราปรับสภาพไม่ทัน เมื่อร้อนต้องมาเจอเย็น หากใครมีร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ มีภูมิต้านทานน้อย ไข้หวัดอาจถามหาได้ อีกทั้งอาจจะหนักถึงขั้นเป็นโรคปอดอักเสบได้
โรคลมแดด บรรยากาศที่ร้อนด้วยอุณหภูมิมากกว่า 35 องศา รวมถึงการเจอผู้คนจำนวนมาก ยิ่งเราเล่นน้ำนานมากเท่าไร อาจทำให้ร่างกายเกิดอาการอ่อนเพลีย หมดแรง เนื่องจากสูญเสียเหงื่อ ขาดน้ำ และนำมาสู่การเป็นลมแดด หมดสติในที่สุด เห็นแบบนี้แล้ว การเป็นออกไปเล่นน้ำสงกรานต์ อย่าลืมดูแลตัวเองกันนะครับ เพื่อให้ร่างกายไม่เจ็บไข้ได้ป่วย