กรมโรงงานฯหนุนเอสเอ็มอีแปลงเครื่องจักรเป็นทุน


กรมโรงงานฯ แจงแผนงานช่วงครึ่งปีหลัง เร่งจดทะเบียนเครื่องจักรของเอสเอ็มอี เพื่อนำมาใช้แปลงเป็นเงินทุน เผยสิทธิประโยชน์ทั้งใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน  สามารถเข้าแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ เว้นภาษีนิติบุคคล 3 ปี  ตั้งเป้ายอดยื่นขอจดทะเบียนเกิน 500 ราย และสามารถนำเครื่องจักรใช้เป็นหลักทรัพย์เข้าถึงสถาบันการเงินได้กว่า  1,000 เครื่อง

นายมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง พ.ศ.2560 นี้ กรมโรงงานฯ ได้ ดำเนินโครงการเร่งรัดการจดทะเบียนเครื่องจักรของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อเร่งส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ในกิจกรรมการแปลงเครื่องจักรเป็นทุน และ กิจกรรมการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร โดยให้นำเครื่องจักรภายในโรงงาน เข้ามาจดทะเบียนกรรมสิทธิ์กับกรมโรงงานฯ เพื่อนำใบจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยประโยชน์ที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะได้รับในการเข้าร่วมโครงการ ได้แก่

1.ได้รับเงินทุนหมุนเวียนและเครื่องจักรใหม่ โดยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เข้าร่วมกิจกรรมจะต้องนำเครื่องจักรเดิมมาจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินเพื่อจะได้รับเงินหมุนเวียนในกิจการหรือซื้อเครื่องจักรใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

2.ได้รับสิทธิพิเศษด้านการเงิน ผู้ประกอบการจะได้วงเงินกู้รายละไม่เกิน 15 ล้านบาท สามารถกู้ได้สูงสุดถึง 90% ของใบสั่งซื้อเครื่องจักร โดยดอกเบี้ย 4% ต่อปี ตลอดอายุสัญญาและสามารถผ่อนนานได้ถึง 7 ปี โดยปลอดชำระคืนเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน

3.ได้รับการยกเว้นภาษี ผู้ประกอบการจะได้ยกเว้นอากรขาเข้าของเครื่องจักร และยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี เป็นสัดส่วนร้อยละ 50 ของเงินทุนโดยไม่รวมค่าที่ดิน และทุนหมุนเวียนในการปรับปรุง ทั้งนี้ให้ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจากรายได้ของกิจการที่ได้ดำเนินการอยู่เดิมแล้ว

4.ได้รับ Fast Track จดทะเบียน ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักรผ่านช่องทางพิเศษสำหรับผู้ประกอบการ SME ได้รวดเร็วทันใจ ภายใน 3 วัน

5.ได้รับคำแนะนำ ผู้ประกอบการทุกท่านจะได้รับคำปรึกษาในการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรอุปกรณ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การนำพลังงานทดแทนมาใช้ในกิจการเพื่อการประหยัดพลังงาน และคำแนะนำในการลดต้นทุนทั้งในด้านพลังงาน ด้านสิ่งแวดล้อม และได้นวัตกรรมใหม่ๆ ใช้ในการต่อยอดประกอบธุรกิจ

นายมงคล เผยต่อว่า ในปี 2560 คาดว่าจะมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ยื่นขอจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักร ไม่น้อยกว่า 500 ราย และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้รับการให้คำปรึกษาแนะนำในการลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องจักร และสามารถนำเครื่องจักร ไม่น้อยกว่า 1,000 เครื่อง เพื่อยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน  ซึ่งกรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ปรึกษาโครงการฯ  ได้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือร่วมกับธนาคารไว้ 5 แห่งด้วยกัน ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย  (ธพว.) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารเกียรตินาคิน วงเงินที่จะปล่อยสินเชื่อได้รวม 10,400 ล้านบาท รวมถึงสามารถขอรับสิทธิประโยชน์ในด้านการนำเข้าเครื่องจักรและสิทธิประโยชน์ด้านภาษีอื่นๆ กับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)