Neuromarketing เจาะรหัสสมองลูกค้า เทคนิคการตลาดที่ SME ทำได้ทันที
ในโลกธุรกิจที่การแข่งขันสูงลิ่ว การทำมาร์เก็ตติ้งแบบ “เดาสุ่ม” อาจกลายเป็นการเผางบประมาณทิ้งอย่างน่าเสียดาย ความลับของการปิดการขายที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การโน้มน้าวด้วยเหตุผลเสมอไป แต่อยู่ที่การเข้าใจ “ระบบสั่งการ” ในสมองของมนุษย์ที่ทำงานอยู่เบื้องหลังทุกการตัดสินใจซื้อ ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในระดับจิตใต้สำนึกที่เจ้าตัวก็อาจอธิบายไม่ได้ด้วยซ้ำ Neuromarketing คือการนำเอาความรู้ด้านประสาทวิทยา (Neuroscience) มาประยุกต์ใช้กับการตลาด เพื่อศึกษาว่าสมองของมนุษย์ตอบสนองต่อสิ่งเร้าต่างๆ อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นสีสัน เสียง กลิ่น หรือแม้แต่คำโฆษณาเพียงคำเดียว ข้อดีมหาศาลสำหรับ SME คือมันช่วยให้เรา “ทำน้อยแต่ได้มาก” เพราะเราจะรู้ว่าจุดไหนที่กระตุ้นให้ลูกค้าเกิดอารมณ์ร่วมและตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องเสียเงินก้อนโตไปกับการโฆษณาที่คนมองข้าม สำหรับผู้ประกอบการ SME การนำ Neuromarketing มาใช้ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องสแกนสมองราคาแพง แต่เริ่มได้จากการปรับแต่ง “จุดสัมผัส” (Touchpoints) ในธุรกิจ เช่น การใช้เทคนิค Decoy Effect (ตัวล่อ) เพื่อช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกสินค้าที่เราต้องการขายได้ง่ายขึ้น หรือการใช้ Social Proof (หลักฐานทางสังคม) ที่กระตุ้นสมองส่วนที่มองหาความปลอดภัยและความไว้วางใจ นอกจากนี้ การเลือกใช้รูปภาพที่มี “สายตา” ของนายแบบนางแบบมองไปยังปุ่มสั่งซื้อ ยังเป็นเทคนิคที่ช่วยเหนี่ยวนำให้สมองของลูกค้าโฟกัสไปยังจุดที่เราต้องการได้อย่างเป็นธรรมชาติ ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดเจนที่สุด: หากคุณเปิดร้านกาแฟและอยากเพิ่มยอดขายเมล็ดกาแฟพรีเมียม […]




“ที่บอกว่าเป็นความบังเอิญ เพราะธุรกิจนี้เกิดจากความชอบทั้ง 2 อย่างของเรา คือชอบใส่ “รองเท้าแตะ” มากๆ ชอบความสบายเวลาใส่ กับอีกอย่างหนึ่งคือ ชอบเปลี่ยน “เคสโทรศัพท์” บ่อยๆ เลยบอกคุณแม่ว่า อยากได้เคสโทรศัพท์ที่เป็น “รองเท้าแตะ” แรกๆ คุณแม่ก็งงว่าจะทำได้ยังไง แต่เราก็อ้อนจนคุณแม่ยอมทำให้ โดยเอารองเท้าแตะของเราจริงๆ มาตัด/แต่ง เป็นงานแฮนด์เมด ทำด้วยมือ จนได้เคสโทรศัพท์ชิ้นเดียวในโลกแบบไม่ซ้ำใคร….สมใจเลย”
“พอเราเอาไปใช้ ก็มีคนเข้ามาถามว่าสั่งที่ไหน ยังไง บางครั้งเอารูปมาโพสต์ลงในไอจีส่วนตัวก็มีคนมาสั่งออเดอร์ พอเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นก็เลยลองให้คุณพ่อติดต่อโรงงานที่เรามี Contact อยู่แล้ว โชคดีที่โรงงานเค้ายินดีทำให้ ความพิเศษ จู๊สว่ามันไม่ได้อยู่ที่ Design อย่างเดียว แต่มันสามารถตั้งวางได้ ใช้สะดวก วัสดุเราทนทาน ทำให้มีออเดอร์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง”
ครั้งแรกที่สั่งทำคือจำนวน 200 ชิ้น ได้รับการตอบรับดี แต่ก็ยังขายไม่หมดในทีเดียว เราก็เริ่มเอามาโพสต์ขายใน Facebook กับ Instagram เพื่อกระจายสินค้า จากนั้นก็เริ่มบูมขึ้นมา มีคนแชร์ไปตามเพจต่างๆ จน AD Facebook ไปถึงประเทศลาว คนที่ลาวเค้าก็โทรมาติดต่อขอรับเราสินค้าไปขาย คนไทยที่อยู่ในประเทศเกาหลีเค้าเห็นสินค้าก็ติดต่อมา จนตอนนี้เรากลายเป็นผู้ผลิต แล้วก็มีตัวแทนจำหน่ายแบบที่เราไม่ต้องขายเอง
Key Success ของจู๊ส คือ ถ้าเรามีโอกาส ต้องรีบคว้าไว้ก่อน เมื่อได้ทำแล้วก็ต้องทำให้ต่อเนื่องจึงจะสำเร็จ…. “…..สำหรับแผนการตลาดของ JUDE Case ตอนนี้ถ้าในระยะใกล้ๆ นี้เรามีแผนจะทำรองเท้าแตะที่เป็นดีไซน์แบบอื่น ส่วนในระยะยาวเราอาจจะทำเคสมือถือในรูปแบบที่แปลกๆ ไม่เหมือนใคร (ขออุบไว้ก่อน) อย่าลืมติดตามกันค่ะ”
และนี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างของ เด็กรุ่นใหม่ไม่ง้องานประจำ ที่ไม่กลัวการเริ่มต้น แต่กลัวที่จะไม่มีโอกาสให้ลองทำ เมื่อทำจนสำเร็จก็คิดต่อยอดไปเรื่อยๆ แบบไม่ให้หลุดมือ เป็นอีกหนึ่ง SME ตัวเล็กๆ ที่ไอเดีย ความคิด และความสามารถของเธอ ไม่เล็กเลยทีเดียว….. ช่องทางติดต่อ