Trojan Horse Marketing กลยุทธ์ม้าไม้ เมื่อการให้ก่อนคืออาวุธลับพิชิตใจลูกค้าแบบไม่รู้ตัว
หากเคยได้ยินตำนานกรุงทรอยที่พ่ายแพ้เพราะรับ “ม้าไม้” ตัวใหญ่ที่เป็นของขวัญเข้ามาในเมือง โดยหารู้ไม่ว่ามีทหารแอบอยู่ข้างใน ในโลกการตลาดปัจจุบัน แบรนด์เก่งๆ ก็กำลังใช้วิธีเดียวกันกับกลยุทธ์ที่เรียกว่า Trojan Horse Marketing แทนที่จะบุกเข้าไปขายของตรง ๆ ซึ่งมักจะถูกลูกค้าปฏิเสธ แต่เลือกที่จะส่ง “ข้อเสนอพิเศษ” หรือ “สินค้าราคาพิเศษ” เข้าไปนั่งในใจของลูกค้าก่อน เพื่อเปิดประตูสู่โอกาสทางการค้าที่ยิ่งใหญ่กว่าในอนาคต [Trojan Horse Marketing คืออะไร?] อธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุดคือ “การนำเสนอสินค้าหรือบริการอย่างหนึ่งในราคาที่ถูกมากหรือให้ฟรี (ทางเข้า) เพื่อนำไปสู่การขายสินค้าอีกอย่างหนึ่งที่ทำกำไรได้มากกว่าในระยะยาว (เป้าหมายหลัก)” มันคือการยอม “ขาดทุนเพื่อกำไร” ในตอนเริ่มต้น เพื่อสร้างความสัมพันธ์หรือระบบนิเวศที่ลูกค้าจะเสพติดและยากจะเปลี่ยนใจไปใช้เจ้าอื่นในภายหลัง [กลยุทธ์นี้เหมาะกับสินค้าแบบไหน?] แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกธุรกิจจะใช้ม้าไม้ได้ผลครับ แต่มันจะ “เวิร์ก” มากกับสินค้ากลุ่มเหล่านี้ สินค้าที่ต้องใช้คู่กับวัสดุสิ้นเปลือง (Razor-and-Blades Model): เช่น เครื่องชงกาแฟแคปซูลราคาถูก แต่กำไรจริงอยู่ที่ตัวแคปซูล หรือเครื่องพิมพ์ราคาประหยัดที่เน้นกำไรจากหมึกพิมพ์ ธุรกิจบริการแบบบอกรับสมาชิก (Subscription): เช่น แอปพลิเคชันที่ให้ใช้ฟรีในเดือนแรกเพื่อให้คุณผูกบัตรเครดิตและสร้างความคุ้นเคยจนไม่อยากยกเลิก […]




“ที่บอกว่าเป็นความบังเอิญ เพราะธุรกิจนี้เกิดจากความชอบทั้ง 2 อย่างของเรา คือชอบใส่ “รองเท้าแตะ” มากๆ ชอบความสบายเวลาใส่ กับอีกอย่างหนึ่งคือ ชอบเปลี่ยน “เคสโทรศัพท์” บ่อยๆ เลยบอกคุณแม่ว่า อยากได้เคสโทรศัพท์ที่เป็น “รองเท้าแตะ” แรกๆ คุณแม่ก็งงว่าจะทำได้ยังไง แต่เราก็อ้อนจนคุณแม่ยอมทำให้ โดยเอารองเท้าแตะของเราจริงๆ มาตัด/แต่ง เป็นงานแฮนด์เมด ทำด้วยมือ จนได้เคสโทรศัพท์ชิ้นเดียวในโลกแบบไม่ซ้ำใคร….สมใจเลย”
“พอเราเอาไปใช้ ก็มีคนเข้ามาถามว่าสั่งที่ไหน ยังไง บางครั้งเอารูปมาโพสต์ลงในไอจีส่วนตัวก็มีคนมาสั่งออเดอร์ พอเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นก็เลยลองให้คุณพ่อติดต่อโรงงานที่เรามี Contact อยู่แล้ว โชคดีที่โรงงานเค้ายินดีทำให้ ความพิเศษ จู๊สว่ามันไม่ได้อยู่ที่ Design อย่างเดียว แต่มันสามารถตั้งวางได้ ใช้สะดวก วัสดุเราทนทาน ทำให้มีออเดอร์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง”
ครั้งแรกที่สั่งทำคือจำนวน 200 ชิ้น ได้รับการตอบรับดี แต่ก็ยังขายไม่หมดในทีเดียว เราก็เริ่มเอามาโพสต์ขายใน Facebook กับ Instagram เพื่อกระจายสินค้า จากนั้นก็เริ่มบูมขึ้นมา มีคนแชร์ไปตามเพจต่างๆ จน AD Facebook ไปถึงประเทศลาว คนที่ลาวเค้าก็โทรมาติดต่อขอรับเราสินค้าไปขาย คนไทยที่อยู่ในประเทศเกาหลีเค้าเห็นสินค้าก็ติดต่อมา จนตอนนี้เรากลายเป็นผู้ผลิต แล้วก็มีตัวแทนจำหน่ายแบบที่เราไม่ต้องขายเอง
Key Success ของจู๊ส คือ ถ้าเรามีโอกาส ต้องรีบคว้าไว้ก่อน เมื่อได้ทำแล้วก็ต้องทำให้ต่อเนื่องจึงจะสำเร็จ…. “…..สำหรับแผนการตลาดของ JUDE Case ตอนนี้ถ้าในระยะใกล้ๆ นี้เรามีแผนจะทำรองเท้าแตะที่เป็นดีไซน์แบบอื่น ส่วนในระยะยาวเราอาจจะทำเคสมือถือในรูปแบบที่แปลกๆ ไม่เหมือนใคร (ขออุบไว้ก่อน) อย่าลืมติดตามกันค่ะ”
และนี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างของ เด็กรุ่นใหม่ไม่ง้องานประจำ ที่ไม่กลัวการเริ่มต้น แต่กลัวที่จะไม่มีโอกาสให้ลองทำ เมื่อทำจนสำเร็จก็คิดต่อยอดไปเรื่อยๆ แบบไม่ให้หลุดมือ เป็นอีกหนึ่ง SME ตัวเล็กๆ ที่ไอเดีย ความคิด และความสามารถของเธอ ไม่เล็กเลยทีเดียว….. ช่องทางติดต่อ