มนต์ขลัง Stealth Marketing กลยุทธ์ “ขายแบบไม่ขาย” ที่แบรนด์ใหญ่ใช้สยบใจคนทั้งโลก
ในยุคที่ผู้บริโภคมีอาการ “ตาบอดโฆษณา” และพร้อมจะกด Skip ทุกอย่างที่ดูเหมือนการขาย การเข้าหาลูกค้าแบบตรงไปตรงมาอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดเสมอไป นักการตลาดระดับโลกจึงหันมาใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า Stealth Marketing หรือที่บางคนเรียกว่า Undercover Marketing กลยุทธ์นี้เป็นการโปรโมตสินค้าหรือบริการโดยที่กลุ่มเป้าหมายไม่รู้ตัวเลยว่าพวกเขากำลังถูกทำการตลาดใส่ หัวใจสำคัญคือการทำให้ “การโฆษณา” กลมกลืนไปกับ “วิถีชีวิต” หรือ “สถานการณ์จริง” จนดูเป็นธรรมชาติที่สุด จุดเด่นที่ทำให้ Stealth Marketing ทรงพลังกว่าการโฆษณาทั่วไปคือ “การทำลายกำแพงอคติ” ครับ เพราะโดยธรรมชาติแล้วมนุษย์มักจะตั้งการ์ดป้องกันตัวเองเมื่อรู้ว่ามีคนกำลังมาขายของ แต่เมื่อข้อมูลสินค้าถูกส่งผ่านมาทางบทสนทนาของคนแปลกหน้า การปรากฏอยู่ในภาพยนตร์ที่ชอบ หรือการเห็นคนใช้จริงในชีวิตประจำวัน การ์ดเหล่านั้นจะตกลงทันที ทำให้เกิดความเชื่อถือ (Trust) และความสนใจที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยที่แบรนด์ไม่ต้องเสียค่าสปอตโฆษณาราคาแพง แต่ได้ผลลัพธ์ที่เป็น Viral และดูจริงใจ (Authentic) กว่าหลายเท่าตัว กลยุทธ์นี้ไม่ได้เหมาะกับทุกสินค้า แต่จะ ทรงประสิทธิภาพมากกับสินค้าไลฟ์สไตล์ (Lifestyle) เช่น สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่, เครื่องดื่ม, แฟชั่น, หรือแม้แต่แอปพลิเคชันที่ต้องการสร้างกระแสสังคม สินค้าเหล่านี้ต้องการ “ภาพลักษณ์” […]




“ที่บอกว่าเป็นความบังเอิญ เพราะธุรกิจนี้เกิดจากความชอบทั้ง 2 อย่างของเรา คือชอบใส่ “รองเท้าแตะ” มากๆ ชอบความสบายเวลาใส่ กับอีกอย่างหนึ่งคือ ชอบเปลี่ยน “เคสโทรศัพท์” บ่อยๆ เลยบอกคุณแม่ว่า อยากได้เคสโทรศัพท์ที่เป็น “รองเท้าแตะ” แรกๆ คุณแม่ก็งงว่าจะทำได้ยังไง แต่เราก็อ้อนจนคุณแม่ยอมทำให้ โดยเอารองเท้าแตะของเราจริงๆ มาตัด/แต่ง เป็นงานแฮนด์เมด ทำด้วยมือ จนได้เคสโทรศัพท์ชิ้นเดียวในโลกแบบไม่ซ้ำใคร….สมใจเลย”
“พอเราเอาไปใช้ ก็มีคนเข้ามาถามว่าสั่งที่ไหน ยังไง บางครั้งเอารูปมาโพสต์ลงในไอจีส่วนตัวก็มีคนมาสั่งออเดอร์ พอเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นก็เลยลองให้คุณพ่อติดต่อโรงงานที่เรามี Contact อยู่แล้ว โชคดีที่โรงงานเค้ายินดีทำให้ ความพิเศษ จู๊สว่ามันไม่ได้อยู่ที่ Design อย่างเดียว แต่มันสามารถตั้งวางได้ ใช้สะดวก วัสดุเราทนทาน ทำให้มีออเดอร์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง”
ครั้งแรกที่สั่งทำคือจำนวน 200 ชิ้น ได้รับการตอบรับดี แต่ก็ยังขายไม่หมดในทีเดียว เราก็เริ่มเอามาโพสต์ขายใน Facebook กับ Instagram เพื่อกระจายสินค้า จากนั้นก็เริ่มบูมขึ้นมา มีคนแชร์ไปตามเพจต่างๆ จน AD Facebook ไปถึงประเทศลาว คนที่ลาวเค้าก็โทรมาติดต่อขอรับเราสินค้าไปขาย คนไทยที่อยู่ในประเทศเกาหลีเค้าเห็นสินค้าก็ติดต่อมา จนตอนนี้เรากลายเป็นผู้ผลิต แล้วก็มีตัวแทนจำหน่ายแบบที่เราไม่ต้องขายเอง
Key Success ของจู๊ส คือ ถ้าเรามีโอกาส ต้องรีบคว้าไว้ก่อน เมื่อได้ทำแล้วก็ต้องทำให้ต่อเนื่องจึงจะสำเร็จ…. “…..สำหรับแผนการตลาดของ JUDE Case ตอนนี้ถ้าในระยะใกล้ๆ นี้เรามีแผนจะทำรองเท้าแตะที่เป็นดีไซน์แบบอื่น ส่วนในระยะยาวเราอาจจะทำเคสมือถือในรูปแบบที่แปลกๆ ไม่เหมือนใคร (ขออุบไว้ก่อน) อย่าลืมติดตามกันค่ะ”
และนี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างของ เด็กรุ่นใหม่ไม่ง้องานประจำ ที่ไม่กลัวการเริ่มต้น แต่กลัวที่จะไม่มีโอกาสให้ลองทำ เมื่อทำจนสำเร็จก็คิดต่อยอดไปเรื่อยๆ แบบไม่ให้หลุดมือ เป็นอีกหนึ่ง SME ตัวเล็กๆ ที่ไอเดีย ความคิด และความสามารถของเธอ ไม่เล็กเลยทีเดียว….. ช่องทางติดต่อ