คิดจะขยายแฟรนไชส์ แต่ไร้มาตรฐาน ระวังสร้างชื่อเสีย แทนสร้างชื่อเสียง
ในความคิด ความฝันของคนอยากทำธุรกิจ หรือมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ไม่อยากเป็นลูกน้องใคร “แฟรนไชส์” คือทางลัดของเป้าหมายนั้น ผ่านความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของธุรกิจ (Franchisor) ที่มีโมเดลความสำเร็จอยู่แล้ว กับผู้ที่อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ (Franchisee) ที่ยอมจ่ายค่าธรรมเนียมเพื่อนำสูตรลับ ระบบบริหารจัดการ และชื่อเสียงของแบรนด์ไปใช้ โดยที่เป้าหมายสูงสุด คือลูกค้าไม่ว่าจะเดินเข้าร้านที่สาขาไหน ต้องได้รับประสบการณ์ รสชาติ และบริการที่เหมือนกับต้นฉบับ 100% [ทำไมธุรกิจแฟรนไชส์ถึงเป็นโมเดลที่น่าหลงใหล?] การเลือกขยายธุรกิจแบบแฟรนไชส์มีข้อดีหลายด้าน ในมุมของเจ้าของแบรนด์ นี่คือการ “โตแบบก้าวกระโดดโดยใช้เงินทุนคนอื่น” ช่วยให้แบรนด์กระจายตัวไปทั่วประเทศ หรือทั่วโลกได้ในเวลาอันรวดเร็ว ส่วนในมุมผู้ลงทุน มันคือการลดความเสี่ยง เพราะไม่ต้องไปลองผิดลองถูกเอง แค่เดินตามรอยเท้าของคนที่สำเร็จมาแล้วก็มีโอกาสรอดสูงกว่าการเริ่มจากศูนย์ [“มาตรฐาน” สินค้าที่มีค่าที่สุดของ Franchisor] ทำไมมาตรฐานถึงสำคัญ? ลองจินตนาการเหตุการณ์ขึ้นมาว่าถ้าคุณไปกินไก่ทอดแบรนด์หนึ่งที่กรุงเทพฯ แล้วอร่อยมาก จนติดใจ แต่พอไปกินสาขาเชียงใหม่กลับเค็มจนกินไม่ได้ สิ่งที่เสียไปไม่ใช่แค่เงินที่ต้องจ่ายไปเท่านั้น แต่มันคือ “ความเชื่อมั่น” ที่พังทลายลงของแบรนด์ ภาพลักษณ์ที่ถูกมองไม่เหมือนเดิมจากคนซื้อ ดังนั้น แฟรนไชส์ควรมีระบบที่เป็นมาตรฐานเดียวกันหมดในทุกสาขา ผ่านการจัดการในเรื่องต่อไปนี้ – […]




“ที่บอกว่าเป็นความบังเอิญ เพราะธุรกิจนี้เกิดจากความชอบทั้ง 2 อย่างของเรา คือชอบใส่ “รองเท้าแตะ” มากๆ ชอบความสบายเวลาใส่ กับอีกอย่างหนึ่งคือ ชอบเปลี่ยน “เคสโทรศัพท์” บ่อยๆ เลยบอกคุณแม่ว่า อยากได้เคสโทรศัพท์ที่เป็น “รองเท้าแตะ” แรกๆ คุณแม่ก็งงว่าจะทำได้ยังไง แต่เราก็อ้อนจนคุณแม่ยอมทำให้ โดยเอารองเท้าแตะของเราจริงๆ มาตัด/แต่ง เป็นงานแฮนด์เมด ทำด้วยมือ จนได้เคสโทรศัพท์ชิ้นเดียวในโลกแบบไม่ซ้ำใคร….สมใจเลย”
“พอเราเอาไปใช้ ก็มีคนเข้ามาถามว่าสั่งที่ไหน ยังไง บางครั้งเอารูปมาโพสต์ลงในไอจีส่วนตัวก็มีคนมาสั่งออเดอร์ พอเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นก็เลยลองให้คุณพ่อติดต่อโรงงานที่เรามี Contact อยู่แล้ว โชคดีที่โรงงานเค้ายินดีทำให้ ความพิเศษ จู๊สว่ามันไม่ได้อยู่ที่ Design อย่างเดียว แต่มันสามารถตั้งวางได้ ใช้สะดวก วัสดุเราทนทาน ทำให้มีออเดอร์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง”
ครั้งแรกที่สั่งทำคือจำนวน 200 ชิ้น ได้รับการตอบรับดี แต่ก็ยังขายไม่หมดในทีเดียว เราก็เริ่มเอามาโพสต์ขายใน Facebook กับ Instagram เพื่อกระจายสินค้า จากนั้นก็เริ่มบูมขึ้นมา มีคนแชร์ไปตามเพจต่างๆ จน AD Facebook ไปถึงประเทศลาว คนที่ลาวเค้าก็โทรมาติดต่อขอรับเราสินค้าไปขาย คนไทยที่อยู่ในประเทศเกาหลีเค้าเห็นสินค้าก็ติดต่อมา จนตอนนี้เรากลายเป็นผู้ผลิต แล้วก็มีตัวแทนจำหน่ายแบบที่เราไม่ต้องขายเอง
Key Success ของจู๊ส คือ ถ้าเรามีโอกาส ต้องรีบคว้าไว้ก่อน เมื่อได้ทำแล้วก็ต้องทำให้ต่อเนื่องจึงจะสำเร็จ…. “…..สำหรับแผนการตลาดของ JUDE Case ตอนนี้ถ้าในระยะใกล้ๆ นี้เรามีแผนจะทำรองเท้าแตะที่เป็นดีไซน์แบบอื่น ส่วนในระยะยาวเราอาจจะทำเคสมือถือในรูปแบบที่แปลกๆ ไม่เหมือนใคร (ขออุบไว้ก่อน) อย่าลืมติดตามกันค่ะ”
และนี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างของ เด็กรุ่นใหม่ไม่ง้องานประจำ ที่ไม่กลัวการเริ่มต้น แต่กลัวที่จะไม่มีโอกาสให้ลองทำ เมื่อทำจนสำเร็จก็คิดต่อยอดไปเรื่อยๆ แบบไม่ให้หลุดมือ เป็นอีกหนึ่ง SME ตัวเล็กๆ ที่ไอเดีย ความคิด และความสามารถของเธอ ไม่เล็กเลยทีเดียว….. ช่องทางติดต่อ