เครื่องมือการตลาดสำคัญกับธุรกิจแค่ไหน? เลือกอย่างไรไม่ให้ตกหลุ่มพราง
เจ้าของธุรกิจ SME หลายคนเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ พอเห็นคู่แข่งใช้เครื่องมือการตลาดตัวใหม่แล้วยอดขายพุ่ง ก็รีบซื้อมาใช้ตามบ้าง แต่ผ่านไปสามเดือนกลับไม่เห็นผลอะไรเปลี่ยนแปลง งบหมดไป ทีมงานเหนื่อยฟรี คำถามที่ตามมาคือ ปัญหาอยู่ที่เครื่องมือ หรืออยู่ที่วิธีใช้กันแน่ คำตอบคือ “ทั้งสองอย่าง” และนี่คือสิ่งที่ SME ไทยควรทำความเข้าใจให้ชัดก่อนควักเงินซื้อเครื่องมือตัวต่อไป ภาพรวมตลาดโฆษณาดิจิทัลไทยกำลังเปลี่ยนเร็ว รายงาน Thailand Digital Advertising ของ KANTAR และ DAAT ชี้ว่าผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ธุรกิจจัดสรรงบประมาณราว 30% ไว้สำหรับการสร้างแบรนด์ (Brand Building) ในระยะยาว แทนที่จะทุ่มทุกบาททุกสตางค์ไปกับแคมเปญเน้นยอดขายระยะสั้นเพียงอย่างเดียว เพราะในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน แบรนด์ที่อยู่ใน Top of Mind ของผู้บริโภคจะเป็นฝ่ายได้เปรียบเมื่อสถานการณ์กลับมาคึกคักอีกครั้ง นี่คือจุดที่เครื่องมือการตลาดเข้ามามีบทบาท มันคือ “ตัวช่วยขยายผล” ของกลยุทธ์ที่ธุรกิจวางไว้ ไม่ว่าจะเป็นการเก็บข้อมูลลูกค้า การวัดผล ROI หรือการทำ Ad Optimization ด้วย AI แต่ต้องย้ำว่าเครื่องมือทำหน้าที่ “รับใช้กลยุทธ์” […]




“ที่บอกว่าเป็นความบังเอิญ เพราะธุรกิจนี้เกิดจากความชอบทั้ง 2 อย่างของเรา คือชอบใส่ “รองเท้าแตะ” มากๆ ชอบความสบายเวลาใส่ กับอีกอย่างหนึ่งคือ ชอบเปลี่ยน “เคสโทรศัพท์” บ่อยๆ เลยบอกคุณแม่ว่า อยากได้เคสโทรศัพท์ที่เป็น “รองเท้าแตะ” แรกๆ คุณแม่ก็งงว่าจะทำได้ยังไง แต่เราก็อ้อนจนคุณแม่ยอมทำให้ โดยเอารองเท้าแตะของเราจริงๆ มาตัด/แต่ง เป็นงานแฮนด์เมด ทำด้วยมือ จนได้เคสโทรศัพท์ชิ้นเดียวในโลกแบบไม่ซ้ำใคร….สมใจเลย”
“พอเราเอาไปใช้ ก็มีคนเข้ามาถามว่าสั่งที่ไหน ยังไง บางครั้งเอารูปมาโพสต์ลงในไอจีส่วนตัวก็มีคนมาสั่งออเดอร์ พอเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นก็เลยลองให้คุณพ่อติดต่อโรงงานที่เรามี Contact อยู่แล้ว โชคดีที่โรงงานเค้ายินดีทำให้ ความพิเศษ จู๊สว่ามันไม่ได้อยู่ที่ Design อย่างเดียว แต่มันสามารถตั้งวางได้ ใช้สะดวก วัสดุเราทนทาน ทำให้มีออเดอร์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง”
ครั้งแรกที่สั่งทำคือจำนวน 200 ชิ้น ได้รับการตอบรับดี แต่ก็ยังขายไม่หมดในทีเดียว เราก็เริ่มเอามาโพสต์ขายใน Facebook กับ Instagram เพื่อกระจายสินค้า จากนั้นก็เริ่มบูมขึ้นมา มีคนแชร์ไปตามเพจต่างๆ จน AD Facebook ไปถึงประเทศลาว คนที่ลาวเค้าก็โทรมาติดต่อขอรับเราสินค้าไปขาย คนไทยที่อยู่ในประเทศเกาหลีเค้าเห็นสินค้าก็ติดต่อมา จนตอนนี้เรากลายเป็นผู้ผลิต แล้วก็มีตัวแทนจำหน่ายแบบที่เราไม่ต้องขายเอง
Key Success ของจู๊ส คือ ถ้าเรามีโอกาส ต้องรีบคว้าไว้ก่อน เมื่อได้ทำแล้วก็ต้องทำให้ต่อเนื่องจึงจะสำเร็จ…. “…..สำหรับแผนการตลาดของ JUDE Case ตอนนี้ถ้าในระยะใกล้ๆ นี้เรามีแผนจะทำรองเท้าแตะที่เป็นดีไซน์แบบอื่น ส่วนในระยะยาวเราอาจจะทำเคสมือถือในรูปแบบที่แปลกๆ ไม่เหมือนใคร (ขออุบไว้ก่อน) อย่าลืมติดตามกันค่ะ”
และนี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างของ เด็กรุ่นใหม่ไม่ง้องานประจำ ที่ไม่กลัวการเริ่มต้น แต่กลัวที่จะไม่มีโอกาสให้ลองทำ เมื่อทำจนสำเร็จก็คิดต่อยอดไปเรื่อยๆ แบบไม่ให้หลุดมือ เป็นอีกหนึ่ง SME ตัวเล็กๆ ที่ไอเดีย ความคิด และความสามารถของเธอ ไม่เล็กเลยทีเดียว….. ช่องทางติดต่อ