Gaslighting เรื่องที่คนทำงานไม่อยากเจอ แต่หลายคนอาจกำลังเผชิญอยู่โดยไม่รู้ตัว
ช่วงที่ผ่านมาคำว่า “Gaslighting” กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดีย จากกรณีข้อพิพาททางธุรกิจของคนวงการคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่เป็นข่าวดัง ซึ่งยังอยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย และมีข้อเท็จจริงที่ต้องรอการพิสูจน์จากทุกฝ่าย แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้ตัวข่าวคือคำว่า Gaslighting เองที่หลายคนอาจเคยได้ยินแต่ไม่เข้าใจความหมายจริงๆ ทั้งที่พฤติกรรมแบบนี้อาจกำลังเกิดขึ้นในที่ทำงานของใครหลายคนอยู่เงียบ ๆ โดยไม่มีใครรู้ตัว Gaslighting คือรูปแบบหนึ่งของการบงการทางจิตวิทยา ที่ผู้กระทำพยายามทำให้อีกฝ่ายเริ่มสงสัยในความทรงจำ การรับรู้ หรือแม้แต่สติสัมปชัญญะของตัวเอง จนรู้สึกว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิดหรือมีปัญหาอยู่เสมอ ทั้งที่ในความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้น ชื่อของพฤติกรรมนี้มาจากภาพยนตร์เรื่อง Gas Light ที่ตัวละครฝ่ายหนึ่งค่อย ๆ หรี่ไฟแก๊สในบ้านลงทีละน้อย แล้วปฏิเสธเมื่ออีกฝ่ายสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง จนทำให้อีกฝ่ายเริ่มไม่เชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองเห็น จุดที่ทำให้พฤติกรรมนี้อันตรายกว่าความขัดแย้งทั่วไปคือ มันไม่ใช่การโต้เถียง หรือทะเลาะกันตรง ๆ แต่เป็นกระบวนการค่อยเป็นค่อยไปที่ทำให้เหยื่อสูญเสียความมั่นใจในตัวเองทีละนิด จนบางครั้งกว่าจะรู้ตัวว่ากำลังถูกกระทำอยู่ก็ผ่านไปเป็นเวลานานแล้ว สำหรับในที่ทำงาน Gaslighting มาในรูปแบบหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การบิดเบือนข้อเท็จจริง เช่น หัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานปฏิเสธสิ่งที่เคยพูด หรือตกลงไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งที่มีหลักฐานชัดเจน แล้วยืนยันหนักแน่นว่าไม่เคยพูดแบบนั้น จนทำให้อีกฝ่ายเริ่มไม่แน่ใจในความทรงจำของตัวเอง เช่นเดียวกับการด้อยค่าความสามารถอย่างต่อเนื่อง การพูดซ้ำ ๆ ว่าผลงานหรือความคิดของอีกฝ่ายไม่ดีพอ ไม่ฉลาดพอ หรือทำงานไม่ได้เรื่อง […]




“ที่บอกว่าเป็นความบังเอิญ เพราะธุรกิจนี้เกิดจากความชอบทั้ง 2 อย่างของเรา คือชอบใส่ “รองเท้าแตะ” มากๆ ชอบความสบายเวลาใส่ กับอีกอย่างหนึ่งคือ ชอบเปลี่ยน “เคสโทรศัพท์” บ่อยๆ เลยบอกคุณแม่ว่า อยากได้เคสโทรศัพท์ที่เป็น “รองเท้าแตะ” แรกๆ คุณแม่ก็งงว่าจะทำได้ยังไง แต่เราก็อ้อนจนคุณแม่ยอมทำให้ โดยเอารองเท้าแตะของเราจริงๆ มาตัด/แต่ง เป็นงานแฮนด์เมด ทำด้วยมือ จนได้เคสโทรศัพท์ชิ้นเดียวในโลกแบบไม่ซ้ำใคร….สมใจเลย”
“พอเราเอาไปใช้ ก็มีคนเข้ามาถามว่าสั่งที่ไหน ยังไง บางครั้งเอารูปมาโพสต์ลงในไอจีส่วนตัวก็มีคนมาสั่งออเดอร์ พอเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นก็เลยลองให้คุณพ่อติดต่อโรงงานที่เรามี Contact อยู่แล้ว โชคดีที่โรงงานเค้ายินดีทำให้ ความพิเศษ จู๊สว่ามันไม่ได้อยู่ที่ Design อย่างเดียว แต่มันสามารถตั้งวางได้ ใช้สะดวก วัสดุเราทนทาน ทำให้มีออเดอร์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง”
ครั้งแรกที่สั่งทำคือจำนวน 200 ชิ้น ได้รับการตอบรับดี แต่ก็ยังขายไม่หมดในทีเดียว เราก็เริ่มเอามาโพสต์ขายใน Facebook กับ Instagram เพื่อกระจายสินค้า จากนั้นก็เริ่มบูมขึ้นมา มีคนแชร์ไปตามเพจต่างๆ จน AD Facebook ไปถึงประเทศลาว คนที่ลาวเค้าก็โทรมาติดต่อขอรับเราสินค้าไปขาย คนไทยที่อยู่ในประเทศเกาหลีเค้าเห็นสินค้าก็ติดต่อมา จนตอนนี้เรากลายเป็นผู้ผลิต แล้วก็มีตัวแทนจำหน่ายแบบที่เราไม่ต้องขายเอง
Key Success ของจู๊ส คือ ถ้าเรามีโอกาส ต้องรีบคว้าไว้ก่อน เมื่อได้ทำแล้วก็ต้องทำให้ต่อเนื่องจึงจะสำเร็จ…. “…..สำหรับแผนการตลาดของ JUDE Case ตอนนี้ถ้าในระยะใกล้ๆ นี้เรามีแผนจะทำรองเท้าแตะที่เป็นดีไซน์แบบอื่น ส่วนในระยะยาวเราอาจจะทำเคสมือถือในรูปแบบที่แปลกๆ ไม่เหมือนใคร (ขออุบไว้ก่อน) อย่าลืมติดตามกันค่ะ”
และนี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างของ เด็กรุ่นใหม่ไม่ง้องานประจำ ที่ไม่กลัวการเริ่มต้น แต่กลัวที่จะไม่มีโอกาสให้ลองทำ เมื่อทำจนสำเร็จก็คิดต่อยอดไปเรื่อยๆ แบบไม่ให้หลุดมือ เป็นอีกหนึ่ง SME ตัวเล็กๆ ที่ไอเดีย ความคิด และความสามารถของเธอ ไม่เล็กเลยทีเดียว….. ช่องทางติดต่อ