103 ปี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เบิกฤกษ์..กดปุ่มเปิดระบบ e-Accountant Plus พร้อมประกาศเจตจำนง ‘ไม่รับจดทะเบียน ไม่รับทำบัญชี ไม่สนับสนุนทุนเทา’
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้าสร้างระบบเศรษฐกิจสีขาว จับมือ 8 หน่วยงานพันธมิตรด้านบัญชี เปิดระบบงานผู้ทำบัญชี e-Accountant Plus บริหารจัดการ ค้นหา และตรวจสอบข้อมูลผู้ทำบัญชีแบบเรียลไทม์ ภาคธุรกิจสามารถตรวจสอบและจัดหาผู้ทำบัญชีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ต้องกังวลว่าจะโดนมิจฉาชีพที่แฝงตัวเป็นนักบัญชีหลอกลวง เพิ่มความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของงบการเงิน โอกาสนี้ รัฐ / เอกชน ประสานพลังร่วมประกาศเจตจำนง ‘ไม่รับจดทะเบียน ไม่รับทำบัญชี ไม่สนับสนุนทุนเทา’ ตัดต้นตอวงจรธุรกิจสีเทา ‘นอมินีบัญชีม้า’ แต่เนิ่นๆ ให้ทุเลาเบาบางลง หรือ หมดสิ้นไป มั่นใจ!! นักบัญชีและสำนักงานบัญชีไทยเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยหยุดยั้งความฉ้อฉลของมิจฉาชีพในคราบนักธุรกิจทั้งไทยและต่างชาติ สัญญา!! กรมพัฒนาธุรกิจการค้าพร้อมส่งเสริม สนับสนุน และอำนวยความสะดวกนักธุรกิจที่ประกอบกิจการด้วยความสุจริตอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน ก็พร้อมจับมือหน่วยงานพันธมิตรปราบปรามธุรกิจสีเทาให้สิ้นซาก นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “วันที่ 16 มกราคม 2569 เป็นวันคล้ายวันสถาปนากรมพัฒนาธุรกิจการค้า ครบรอบ 103 ปี ซึ่งเป็นวาระที่ดีในการเปิดระบบงานผู้ทำบัญชี หรือ e-Accountant Plus โดยระบบงานฯ […]



จุดที่แตกไม่ใช่จุดหลัก เป็นส่วนที่เรียกว่า D เขื่อนดินย่อยที่อยู่รอบเขื่อน สันเขื่อนกว้าง 8 เมตร ยาว 770 เมตร และสูง 16 เมตร สร้างขึ้นเพื่อปิดช่องเขาและทดน้ำให้มีระดับสูงขึ้น เพื่อให้น้ำสูงพอจะปั่นไฟได้ทุกฤดู สร้างขึ้นเพื่อเสริมการกั้นน้ำรอบอ่างเก็บน้ำเซน้ำน้อย
23 ก.ค. เขื่อน D เกิดการทรุดตัว ส่งผลให้สันเขื่อนเกิดรอยร้าว น้ำไหลออกไปสู่พื้นที่ท้ายน้ำ ทะลักลงลำน้ำเซเปียน ที่ห่างจากเขื่อนประมาณ 5 กิโล
“เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย” มีปริมาณความจุอยู่ที่ 5,000 ลบ.ม. แต่ปริมาณน้ำที่ไหลออกมาจากการทรุดตัวของเขื่อน D นั้นมีประมาณ 600 ลบ.ม. ซึ่งไม่ได้ไหลออกมาหมด
หลังเขื่อนพัง มีการเร่งระบายน้ำออกมาทางระบายน้ำล้น เพื่อลดระดับน้ำให้ต่ำกว่าจุดที่เขื่อนดินทรุด และชะลอความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเขื่อน D ล่าสุดน้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่เมืองสะหนามไซ ส่งผลให้คนสูญหายกว่า 100 คน มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 26 คน และอีกกว่า 6,000 ชีวิต ต้องไร้ที่อยู่อาศัย
ผู้ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่ เป็นคนในชุมชนริมแม่น้ำเซเปียนหลายหมู่บ้าน ขณะนี้ รัฐบาลลาวได้อนุมัติเงินเพื่อจัดการบรรเทาสาธารณภัยฉุกเฉิน คาดว่ายอดเงินสูงถึงหลักพันล้านกีบ พร้อมเชิญชวนประชาชนบริจาคเพื่อช่วยเหลืออีกทาง
credit images | CNN