ร้านกาแฟสุดล้ำ ใช้ AI สแกนดูบาริสต้าชงเครื่องดื่มไปกี่แก้ว ลูกค้านั่งในร้านนานกี่นาที
เมื่อ AI และระบบ Video Analytics เริ่มเข้ามา “จ้องมอง” ทั้งบาริสต้า และลูกค้าเพื่อรีดประสิทธิภาพสูงสุดในร้านกาแฟ สิ่งนี้กลับท้าทายเส้นแบ่งระหว่างความสะดวกสบายกับการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล จนน่าคิดว่าในอนาคต พื้นที่แห่งการพักผ่อนนี้จะถูกเทคโนโลยีควบคุมจนสูญเสียเสน่ห์ที่ควรจะเป็นไปหรือไม่ ทุกวันนี้เทคโนโลยี AI เข้ามามีส่วนสำคัญกับการทำธุรกิจแบบที่คาดไม่ถึง อย่างกรณีร้านกาแฟแห่งหนึ่งที่นำระบบ NeuroSpot Barista Staff Control และ Customer Monitoring Video Analytics Module มาตรวจจับการทำงานของบาริสต้าว่าวันนี้ชงเครื่องดื่มไปได้กี่แก้ว ใช้เวลาชงกี่นาที รวมถึงตรวจจับพฤติกรรมของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการว่านั่งในร้านนานเท่าไหร่ โมเดลวิเคราะห์นี้ถูกออกแบบมาในรูปแบบของวิดีโอเพื่อควบคุมพนักงานบาริสต้า และตรวจสอบลูกค้า โดยมีเป้าหมายสำคัญคือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดเวลารอ อย่างไรก็ตาม อีกมุมหนึ่งก็มีโต้แย้งขึ้นมาว่าจะเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือไม่ เพราะร้านกาแฟควรจะสร้างบรรยากาศที่มีความผ่อนคลาย มากกว่าการถูกจ้องมองของเทคโนโลยี นี่จึงเป็นคำถามตามมาว่า อนาคตของร้านกาแฟจะถูกควบคุมจากเทคโนโลยีมากจนเกินไปหรือไม่ โดยประเด็นนี้เปรียบเสมือนดาบสองคมที่ต้องรักษาสมดุลระหว่าง “ประสิทธิภาพ” กับ “อารมณ์ความรู้สึก” หากมองเชิงบวกในเชิงการตลาดและบริหาร ข้อมูลเหล่านี้คือ “Data Goldmine” ที่ช่วยเปลี่ยนการคาดเดาให้กลายเป็นตัวเลขที่แม่นยำ ระบบ Analytics ช่วยให้เจ้าของธุรกิจทำแผนผังการไหลเวียนของลูกค้า […]



โดยแอปฯ จะรับส่งและแชร์ข้อมูลที่อยู่ของผู้ใช้ให้แฮกเกอร์เพื่อใช้ในการติดตามและโจมตีได้ เพียงแค่หาจุดที่แอปฯในเครื่องเชื่อมต่อ WiFi เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีข่าวดีอยู่ เพราะแอนดรอยด์เวอร์ชั่นใหม่ (Android 9 Pie) ได้พัฒนาฟีเจอร์ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้แล้ว แต่ข่าวร้ายคือจากผลสำรวจขณะนี้ พบว่ามีอุปกรณ์แอนดรอยด์น้อยกว่า 1% ที่เลือกใช้ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ซึ่งกูเกิลเองก็ยังไม่ได้แก้ปัญหานี้ในอุปกรณ์ที่ใช้เวอร์ชั่นเก่า วิธีป้องกันเบื้องต้นที่ทำได้ จึงเป็นการงดเข้าถึง Wifi ของแอปฯต่างๆ