วช. พา “งานวิจัย” ขึ้นเชลฟ์ขาย เปิดเวที Innovative House ต่อยอดผลงานวิจัยสู่ตลาดจริง
ภายในงาน Franchise Expo Thailand 2026 มีบูธของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้นำผลิตภัณฑ์จากโครงการที่นำผลงานวิจัยมาต่อยอดเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์มาแสดง พร้อมจัดจำหน่ายให้กับผู้ที่สนใจได้เลือกซื้อ สำหรับ วช. มีภารกิจหลัก คือการให้ทุนวิจัย ดูแลเรื่องการวิจัยในภาพรวม รวมถึงการให้รางวัล และสนับสนุนนักวิจัย ตั้งแต่ระดับเยาวชนไปจนถึงนักวิจัยอาวุโส แน่นอนว่านี่เป็นหน่วยงานผู้อยู่เบื้องหลังงานวิจัยไทยตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ กิจกรรมที่นำมาจัดแสดงในบูธครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของทุนที่ วช. สนับสนุนภายใต้ชุดโครงการ Innovative House ซึ่งมีเป้าหมายชัดเจน คือการแนะแนวและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการนำนวัตกรรมที่ต่อยอดมาจากงานวิจัย ไปพัฒนาต่อจนสามารถขายได้จริงในเชิงพาณิชย์ ไม่ใช่แค่งานวิจัยที่อยู่ในห้องแล็บ โดยสินค้าที่นำมาโชว์ในบูธจึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ “พร้อมขาย” แล้วจริงๆ บางแบรนด์ขายออนไลน์ บางแบรนด์ขายเฉพาะหน้าร้าน นอกจากนี้ ยังมีการสาธิตนำผลิตภัณฑ์ไปแปรรูปเป็นเมนูอาหาร-เครื่องดื่มให้ผู้ร่วมงานเห็นวิธีใช้งานจริง โดยนำ ‘น้ำผึ้ง’ ที่ไม่ได้นำมาวางขายแบบเดิม ๆ แต่แปรรูปเป็น เครื่องดื่มสเลอปี้ให้ผู้ร่วมงานได้ชิมสดๆ หน้าบูธ เพื่อดึงดูดและสร้างประสบการณ์ให้คนในงานได้ทดลองสัมผัสสินค้าจริง และหากใครสนใจก็สามารถซื้อ หัวเชื้อ กลับไปทำเครื่องดื่มต่อเองที่บ้านได้เช่นกัน […]



นางกุลณี อิศดิศัย อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยว่า คณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ได้พิจารณาทบทวนรายการธุรกิจบริการตามบัญชีแนบท้าย 3 ของ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยได้มีมติให้ถอดธุรกิจบริการ 3 รายการธุรกิจ ได้แก่ 1.ธุรกิจบริการให้กู้ยืมเงินให้แก่บริษัทในเครือในกลุ่มในประเทศ 2.ธุรกิจบริการให้เช่าพื้นที่อาคาร พร้อมสาธารณูปโภคให้แก่บริษัทในเครือในกลุ่ม 3.ธุรกิจบริการให้คำปรึกษาแนะนำให้แก่บริษัทในเครือในกลุ่ม เฉพาะ 4 กิจกรรม คือ ด้านบริหารจัดการ ด้านการตลาด ด้านทรัพยากรบุคคล และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ออกจากบัญชีแนบท้าย เพราะไม่ได้เป็นธุรกิจที่เชื่อมโยงกับวิชาชีพโดยตรง สาเหตุที่ได้พิจารณาถอด 3 รายการธุรกิจดังกล่าวออกจากบัญชีแนบท้าย 3 เพราะเป็นธุรกิจที่ไม่กระทบต่อผู้ประกอบการคนไทย เป็นการให้บริการเฉพาะแก่บริษัทในเครือในกลุ่ม และยังเป็นการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจให้แก่คนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในการให้บริการดังกล่าว เนื่องจากตามปกติธุรกิจบริการที่อยู่ในบัญชี 3 คนต่างด้าวสามารถเข้ามาประกอบธุรกิจได้อยู่แล้ว โดยต้องขออนุญาตจากคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยการถอดออกจากบัญชี 3 ทำให้ไม่ต้องมาขออนุญาต ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอน อำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุน และดึงดูดให้มีการเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น สำหรับขั้นตอนการดำเนินการ กรมฯ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จะเสนอผลการพิจารณาให้ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบ และจากนั้นจะทำเป็นกฎกระทรวง เพื่อถอดธุรกิจบริการทั้ง 3 รายการดังกล่าวออกต่อไป ก่อนหน้านี้ คณะอนุกรรมการพิจารณาทบทวนประเภทธุรกิจบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ได้ใช้หลักการพิจารณาว่าจะถอดธุรกิจบริการใดบ้างออกจากบัญชีแนบท้าย 3 โดยยึด 3 หลักเกณฑ์ คือ เป็นธุรกิจบริการที่มีกฎหมายเฉพาะดูแลอยู่ เป็นธุรกิจที่คนไทยมีความพร้อมในการแข่งขัน และธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ข่าวอื่นๆ