เมื่อ ‘Overprice’ ไม่ใช่ความผิดพลาด แต่คือกลยุทธ์กุมหัวใจลูกค้าระดับบน
ในโลกของทุนนิยมที่การแข่งขันตัดราคากลายเป็นสงครามเลือดสาด (Red Ocean) กลับมีแบรนด์อีกกลุ่มหนึ่งที่เลือกเดินในทิศทางตรงกันข้ามด้วยการใช้กลยุทธ์ Overprice หรือที่ในเชิงวิชาการเรียกว่า Premium Pricing หรือ Prestige Pricing กลยุทธ์นี้ไม่ใช่เพียงการตั้งราคาให้สูงกว่าต้นทุนเพื่อเอากำไรสูงสุดเท่านั้น แต่คือการจงใจกำหนดราคาให้ “สูงเกินกว่ามูลค่าการใช้งานจริง” เพื่อสร้างภาพลักษณ์ความเหนือระดับ ความหายาก และสถานะทางสังคมให้กับผู้ครอบครอง โดยใช้ราคาเป็นตัวคัดกรองลูกค้าและสร้างกำแพงล้อมรอบแบรนด์ไว้ไม่ให้กลายเป็นสินค้าทั่วไปในสายตาคนหมู่มาก เหตุผลสำคัญที่แบรนด์เลือกเดิมพันกับราคาสูงลิ่วเช่นนี้ เพราะราคาทำหน้าที่เป็น “สัญญาณบอกคุณภาพ” ที่ทรงพลังที่สุด ในจิตวิทยาของผู้บริโภคมักมีความเชื่อลึก ๆ ว่า “ของแพงคือของดี” การตั้งราคาสูงจึงเป็นการยกระดับคุณค่าของแบรนด์ในใจลูกค้าทันทีโดยไม่ต้องอธิบายสรรพคุณให้ยืดเยื้อ นอกจากนี้ การตั้งราคาแพงยังช่วยสร้าง “ความรู้สึกพิเศษ” เพราะเมื่อสินค้าเข้าถึงได้ยากขึ้น มูลค่าทางอารมณ์ของผู้ซื้อก็จะพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย ราคาสูงจึงไม่ได้จ่ายเพื่อ “สินค้า” แต่จ่ายเพื่อ “ความภูมิใจ” และ “อัตลักษณ์” ที่แบรนด์นั้นๆ มอบให้ กลุ่มเป้าหมายของกลยุทธ์นี้ไม่ใช่คนทุกคนในตลาด แต่คือกลุ่ม High Net Worth Individuals หรือกลุ่มผู้บริโภคที่มองหา Veblen Goods (สินค้าที่ยิ่งราคาแพง ยิ่งมีความต้องการซื้อเพิ่มขึ้น) […]


