วิเคราะห์ความเป็นไปในการดำเนินธุรกิจลิสซิ่ง
ลักษณะทั่วไปของการประกอบธุรกิจลิสซิ่งในประเทศไทยนั้นส่วนใหญ่มักจะดำเนินกิจการทั้งด้านเช่าซื้อ สินเชื่อระยะยาว สินเชื่อแฟคเตอริ่ง และการให้เช่ารถยนต์และรถเชิงพาณิชย์ เช่น รถเครน เป็นต้น ซึ่งมีสินค้าหลักได้แก่ รถยนต์ทุกประเภทและเครื่องจักรโรงงาน รวมถึงอุปกรณ์ในการประกอบอุตสาหกรรม การประกอบธุรกิจในประเทศไทยต้องมีใบอนุญาติจากกระทรวงพาณิชย์ ส่วนการทำธุรกิจเช่าซื้อจะต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย จุดแข็งของธุรกิจลิสซิ่ง มีการจัดการบริหารที่ดีของบริษัทมีการทำงานเป็นระบบ มีขั้นตอนและแบบแผนทำให้เกิดการพัฒนา ความหลากหลายของบริการที่ทำให้ลูกค้ามีทางเลือกในการใช้บริการมากขึ้น การจัดแคมเปญต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นลูกค้ามีทางเลือกในการใช้บริการที่มากขึ้น จุดอ่อนของธุรกิจลิสซิ่ง มีการแข่งขันอย่างรุนแรง ทำให้ผลกำไรที่ควรจะได้นั้นลดลงเนื่องจากภาวะการแข่งขัน สำหรับโอกาสความต้องการใช้รถยนต์ในการดำรงชีวิตหรือประกอบธุรกิจยังมีโอกาสเติบโตได้ในอนาคต อีกทั้งกลุ่มธนาคารค่อนข้างเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ทำให้เป็นโอกาสสำหรับธุรกิจลิสซิ่ง และการเข้ามาของห้างค้าปลีกในเครือ จะทำให้มีการค้าขายกันมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อธุรกิจลิสซิ่ง ส่วนในด้านอุปสรรคนั้น การเข้ามาใหม่ของธุรกิจต้องใช้เงินทุนที่คาอนข้างสูง หากหวังที่แย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดจากผู้ประกอบการรายเดิม อีกทั้งยังมีมิจฉาชีพหากินกับธุรกิจประเภทนี้มากขึ้น ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อธุรกิจได้ แนวโน้มของธุรกิจลิสซิ่งในอนาคตมีโอกาสเติบโตไม่สูงมาก แต่ยังพอประคับประคองไปได้โดยอาศัยความสะดวก และความรวดเร็วในการขอรับสินเชื่อท่ามกลางความเข้มงวดในการอนุมิติสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ แต่จากการประเมินของทีมวิจัยพบว่าการเริ่มธุรกิจของผู้ประกอบการรายใหม่เป็นไปได้ค่อนข้างยาก เพราะปัจจัยด้านเงินทุน และกฎระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ อีกทั้งธุรกิจประเภทนี้ต้องระวังในเรื่องการแข่งขันภายนธุรกิจ และการค้างชำระหนี้ของลูกค้าที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ที่มา : center.kkmuni.go.th


