BEDOเสริมแกร่งSME,OTOPสู่โมเดิร์นเทรด
ดร.วีระพงศ์ มาลัย กรรมการและผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ(องค์การมหาชน) BEDO ได้เปิดเผยในรายการตอบโจทย์SMEว่า ความหลากหลายของชีวภาพคือสิ่งมีชีวิต ทั้งพืช สัตว์ จุลินทรีย์ แบคทีเรีย เป็นต้น บทบาทของBEDOคือการนำชีวภาพมาสร้างฐานเศรษฐกิจ และเมื่อเทียบความหนาแน่นของชีวภาพของไทย ติด1ใน10ของโลก และคนไทยเองก็มองข้ามไป ทำให้ต่างประเทศนำชีวภาพของไทยไปสู่ประเทศอื่นๆ เช่น ธุรกิจกล้วยไม้ไทยที่ตัดดอกและประเทศจีนนำดอกที่ตัดของไทยไปสกัดทำยา เป็นต้น ซึ่งทรัพยากรหนึ่งตัวสามารถทำได้หลายอย่างและสามารถเพิ่มมูลค่าได้ด้วยการแปรรูป รวมถึงทรัพยากรในประเทศเมื่อประชาชนมองเห็นว่าดี แล้วไปเก็บ แต่ไม่ได้มองย้อนหลังว่าเราสามารถเหลียวหลังไปเพื่อทำให้ทรัพยากรนั้นมีมากขึ้นเท่าตัวอย่างเช่น หยิบมา10ต้น เราก็ควรคืนมากกว่า10ต้น เป็นต้น BEDOจึงเล็งเห็นว่าควรต้องสร้างให้เกิดความยั่งยืน ภารกิจอีกอย่างหนึ่งของBEDO คือการใช้ทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น หากมองย้อนหลังกลับไปมนุษย์อยู่กับธรรมชาติ ทั้งการกิน การแต่งตัว ยารักษาโรค เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ทำให้มนุษย์มีภูมิปัญญาแต่ละท้องถิ่นเกิดขึ้นมา ทำให้BEDOนำเทคโนโลยีเพื่อขยายองค์ความรู้และต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น สาเหตุที่ทางBEDOได้เข้าร่วมโครงการติดอาวุธทางการตลาด เพื่อให้วิสาหกิจชุมชนไม่มีช่องทางจำหน่ายและไม่เข้าใจในการทดลองตลาด ให้ได้มีโอกาสในการจำหน่ายสินค้าชุมชน และยังให้คนไทยทั่วทุกภาคได้มีโอกาสดูสินค้าในโมเดิร์นเทรด และหากผู้ประกอบการชุมชนเข้าใจถึงกฎเกณฑ์มาตรฐานต่างๆของโมเดิร์นเทรด ทั้ง ดีไซน์แพกเก็ต คุณภาพของสินค้า ความแปลกใหม่ของสินค้า เป็นต้น ก็จะสามารถช่วยให้ผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการเข้าสู่โมเดิร์นเทรดได้โดยง่าย ซึ่งปัญหาที่BEDOประสบมาคือ ชุมชนที่BEDOได้ดีไซนืและออกแพกเก็ตให้ชุมชนนั้นๆ แต่เมื่อหมด ทำให้ชุมชนนั้นๆไม่กล้าที่จะสั่งแพกเก็ตใหม่เองเพราะเกรงว่าจะเสียต้นทุนเพิ่ม แต่หากมองย้อนถึงการสั่งทำแพกเก็ตใหม่ซึ่งชุมชนนั้นๆสามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าได้จากแพกเก็ต เป็นต้น รวมถึงการสร้างความแข็งแกร่งให้สินค้าชุมชนแข็งแรงซึ่งผู้นำชุมชนควรต้องมีความแข็งแกร่งด้วยเพื่อเป็นตัวผลักดันวิสาหกิจชุมชน


