Other
กสิกรไทย คาดสินเชื่อ SME ปีนี้โตต่ำเป้า 6%
กสิกรไทย รับพิษเศรษฐกิจชะลอ กดดันสินเชื่อเอสเอ็มอีโตแผ่ว คาดเติบโตต่ำกว่า 6% หลังครึ่งปีแรก ยอดสินเชื่อใหม่ไม่กระเตื้อง นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK ยอมรับ ว่าสินเชื่อเอสเอ็มอีปีนี้อาจขยายตัวไม่ถึง เป้าหมายที่วางไว้ 5-6% จากสถานการณ์ เศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว โดยเฉพาะภาค การส่งออกซึ่งถือว่าเป็นเครื่องจักรสำคัญ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยยังหดตัวต่อเนื่อง ประกอบกับหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง ผู้บริโภคชะลอการจับจ่าย ผู้ประกอบการไม่สามารถขยายกำลังการ ผลิตได้ตามที่วางเป้าหมายไว้โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ สินเชื่อเอสเอ็มอีขยายตัวประมาณ 4% สินเชื่อเอสเอ็มอีถึงแม้ 6 เดือนจะโต 4% แต่ก็ถือว่า ต่ำกว่าเป้าตอนต้นปีที่วางไว้ 8-9% ซึ่งที่ผ่านมาทำให้เราหั่น เป้าลงมาเหลือ 5-6% แล้ว ถ้าสถานการณ์ยังแย่เหมือน ครึ่งปีแรก คนก็ไม่ขยายธุรกิจ ไม่ต้องการสินเชื่อ เราก็หวั่นว่า เป้าที่วางไว้ 6% อาจไปไม่ถึงฝั่งก็เป็นไปได้ สำหรับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL) ของสินเชื่อเอสเอ็มอีขยับเพิ่มขึ้นมาจากต้นปี โดยปัจจุบันอยู่ที่ 2.92% และทำให้ธนาคารต้องปรับเป้าหมายสิ้นปีนี้อยู่ที่ 3% […]
เอสเอ็มอีไทย ลังเล-บุกเพื่อนบ้าน
เผยเอสเอ็มอี ยังลังเลลงทุนประเทศเพื่อนบ้าน ม.หอการค้าไทย เผยจาก 2 เหตุหลักกลัวถูกหลอก หรือยังหาคู่ค้าที่เหมาะสมไม่ได้ นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่าขณะนี้ธุรกิจเอสเอ็มอีไทยเข้าไปลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) มีสัดส่วนที่น้อยมาก แม้ว่าหลายรายเตรียมแผนขยายกิจการ รวมถึงการออกไปศึกษาลู่ทางการลงทุนกับหน่วยงานของรัฐตามประเทศต่างๆ หลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่กล้าที่จะเข้าไปลงทุน เพราะวิตกว่าจะถูกพาร์ตเนอร์หรือผู้ร่วมทุนในประเทศนั้นโกงหรือไม่ก็ยังไม่สามารถหาพาร์ตเนอร์ที่เอสเอ็มอีไทยถูกใจได้ สำหรับเอสเอ็มอีไทยจำนวนมากมีศักยภาพ มีทุนพร้อม และรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนเต็มที่ แต่ส่วนใหญ่ยังลังเลไม่กล้าไปลงทุนหลังจากที่ไปดูลู่ทางในประเทศเพื่อนบ้านแล้วทั้งในเมียนมา กัมพูชา ลาว เวียดนาม อินโดนีเซีย อย่างไรก็ตามธุรกิจที่ไปลงทุนในเพื่อนบ้านส่วนใหญ่ จะเป็นรายใหญ่ที่มีศักยภาพเข้าไปก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนเอสเอ็มอีที่ดำเนินการก็จะเน้นเรื่องการทดลองทำตลาดก่อน เรื่องดังกล่าวน่าเป็นห่วงเหมือนกัน เนื่องจากการไม่กล้าขยายการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน อาจทำให้เอสเอ็มอีไทยสูญเสียโอกาสทางการตลาดหลังเปิดเออีซีได้ เพราะขณะนี้ธุรกิจจากประเทศเพื่อนบ้านขยายการลงทุนในประเทศต่างๆ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเวียดนามที่เริ่มขยายฐานการผลิตในลาว กัมพูชา และเมียนมา ซึ่งในอนาคตอาจเข้ามาตีสินค้าไทยได้ นายอัทธ์กล่าวอีกว่าในส่วนของตลาดในประเทศไทยยอมรับว่าเอสเอ็มอีจากประเทศในอาเซียนยังไม่กล้าที่จะมาลงทุนในไทยมากนักเช่นกัน ยกเว้นสิงคโปร์และมาเลเซียที่เน้นบริการโรงแรม สถาบันการเงิน เนื่องจากการเข้ามาลงทุนในการผลิตสินค้าในไทยเป็นเรื่องยาก เพราะแข่งกับสินค้าไทยได้ลำบาก โดยเฉพาะเรื่องของคุณภาพ และความหลากหลาย ทั้งนี้การเข้าไปปักธงของธุรกิจในรายแรกๆ ในประเทศเพื่อนบ้านจะมีความได้เปรียบคู่แข่งอย่างมากหลังเปิดเออีซี เพราะตอนนี้มีรายใหญ่ของไทยที่ลงทุนในประเทศนั้นๆ คอยให้คำปรึกษา ขณะที่ภาครัฐและสถาบันการเงินก็ให้การสนับสนุนเต็มที่ อย่างไรก็ตามต้องการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องหาพาร์ตเนอร์ในประเทศเพื่อนบ้านที่ดีๆ จะช่วยให้เอสเอ็มอีไทยตัดสินใจง่ายขึ้น
ดีเดย์ 20 สิงหาเปิดกองทุนออมแห่งชาติ
นายกฯสั่ง 3 แบงก์รัฐ เตรียมความพร้อมรับสมัครโครงการกองทุนการออมแห่งชาติเปิดตัว 20 สิงหาคมนี้ พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการโครงการกองทุนการออมแห่งชาติ หรือ กอช. ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ติดตามและกำชับให้การดำเนินโครงการกองทุนการออมแห่งชาติ ซึ่งดำเนินการผ่าน ธนาคารรัฐ 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ หรือ ธกส. ธนาคารออมสิน และ ธนาคารกรุงไทย ให้มีความพร้อมมากที่สุด ทั้งระบบการให้บริการ การให้คำปรึกษาของเจ้าหน้าที่ และทดสอบระบบทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับโครงการ เพื่อให้มีความสมบูรณ์และพร้อมให้บริการในวันเปิดโครงการ ซึ่งในเบื้องต้นทราบว่า ธกส. ได้มีการซักซ้อมอบรมเจ้าหน้าที่และทดสอบระบบแล้ว ขณะที่ธนาคารออมสินได้ทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่แล้วและกำลังทดสอบระบบรวมทั้งทำเรื่องชี้แจงไปยังธนาคารสาขา ทั้งนี้คาดว่าวันเปิดโครงการจะเลื่อนจากกำหนดเดิมคือวันที่ 18 สิงหาคม เป็นวันที่ 20 สิงหาคม เพื่อให้มีเวลาในการประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเป้าหมายได้รับทราบอย่างทั่วถึงครอบคลุมมากที่สุด พลตรีสรรเสริญ บอกเพิ่มเติมว่า กองทุนการออมแห่งชาติ มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนที่ไม่อยู่ในระบบบำเน็จบำนาญ ซึ่งคาดว่ามีอยู่ประมาณ 30 ล้านคน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพอิสระ เช่น อาชีพเกษตรกรรม แม่ค้าหาบเร่ […]
กมธ.ถก10ส.ค.ย้ำปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง
นายกฯ ไม่หวั่นกระแสคว่ำร่างฯ เปรยให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ วานนี้ (2 ก.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่มีสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) บางส่วนเสนอให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญว่า ตนไม่มีความความคิดอะไร สปช.จะทำอะไรก็เรื่องของเขา ตนไม่ได้ไปควบคุม รัฐธรรมนูญเขียนเอาไว้ว่าอย่างไรก็ทำตามนั้น ไม่ต้องกังวล อะไรที่ดีก็ว่ากันไป ขณะที่นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ คณะทำงานที่ติดตามการแก้ไขปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญได้ประสานงานกับ สปช.ต่างจังหวัดและส่วนกลางในหลายกลุ่มมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สปช.จังหวัดได้ให้ข้อมูลว่ามีการเคลื่อนไหวจากนักการเมืองที่จะเร่งให้มีการเลือกตั้ง โดยเตรียมการประสานกับประชาชนและหัวคะแนนให้พยายามชี้ให้ประชาชนเห็นว่าการปกครองแบบนี้ ประชาชนไม่มีสิทธิ์ไม่มีเสียง และการเลือกตั้งเท่านั้นที่จะแก้ปัญหาของประชาชนได้ เพื่อปลุกเร้าให้มีการเลือกตั้ง รวมทั้งยังมีการประสานให้ สปช.ช่วยโหวตผ่านร่างรัฐธรรมนูญและเท่าที่ทราบมีสปช.หลายจังหวัดก็ได้รับการประสานจากฝ่ายการเมืองให้โหวตผ่านร่างรัฐธรรมนูญ นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า จะเสนอตั้งคำถามการทำประชามติให้มีการปฏิรูปประเทศเป็นเวลา 2 ปีก่อน แล้วจึงดำเนินการจัดการเลือกตั้งต่อที่ประชุม สปช.แน่นอน โดยวันจันทร์ที่ 3 ส.ค.นี้ จะขอให้สมาชิก สปช.ที่เคยเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าวร่วมลงลายมือชื่อเพื่อสนับสนุน แต่ไม่ใช่เป็นการล่ารายชื่อตามที่ปรากฏเป็นข่าวออกมาก่อนหน้านี้ ส่วนกรณีที่มีสมาชิก […]
ธรรมเนียมที่ควรรู้ก่อนการติดต่อธุรกิจกับชาวเมียนมา
เมียนมาได้รับอิทธิพลวัฒนาธรรมมาจาก มอญ จีน อินโด และส่วนหนึ่งจากไทยมาเป็นเวลาช้านาน เห็นได้จากภาษา ดนตรี และอาหาร โดยในปัจจุบันเมียนมาได้รับอิทธิพลจากตะวันตกมากขึ้น การแต่งตัว และความนิยม จึงเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ซึ่งจากเดิม ชาวเมียนมานิยมนุ่งโสร่ง แต่ในปัจจุบันเริ่มมีการหันมาสวมกางเกง แต่วัฒนธรรมการนุ่งโสร่งก็ไม่ได้หายไป จากประเทศ ในด้านการเจรจาธุรกิจ เมียนมาเองก็ได้รับวัฒนธรรมจากต่างประเทศส่วนหนึ่ง และผสมผสานกับวัฒนธรรมดั้งเดิม กลายเป็นมนต์เสน่ห์ที่ผู้ร่วมลงทุน ต้องทำการศึกษา ก่อนการติดต่อธุรกิจ ทั้งนี้สำหรับธรรมเนียมที่ควรรู้ก่อนการติดต่อธุรกิจกับชาวเมียนมา คือ 1. ผู้ที่เข้าไปติดต่อเจรจาธุรกิจควรแต่งตัวให้สุภาพ ควรใส่สูท สีดำ หรือสีเทา สีที่ไม่จัดจ้านจะทำให้ผู้สวมใส่ดูภูมิฐาน และน่าเชื่อถือ 2. คำทักทายของชาวเมียนมาคือ “มิงกาละบา” ซึ่งแปลว่าสวัสดี ทั้งนี้การพูดภาษาเมียนมาได้ แม้เพียงน้อยนิด ก็สามารถสร้างความประทับให้คู่ค้าชาวเมียนมาได้แล้ว 3. ไม่ควรยื่นมือไปหาสุภาพสตรีเพื่อ chake-hands เพราะชาวเมียนมาถือว่าเป็นเรื่องไม่สุภาพ หากเพื่อการทำความรู้จัก ควรใช้วิธีการโค้งตัวเล็กน้อย แทน 4. หากคุยธุรกิจ ควรเรียกชื่อเต็ม […]
รัฐปลื้มสถานการณ์น้ำในเขื่อนดีขึ้น
รองโฆษกรัฐบาลวอนทุกคนประหยัดน้ำตลอด ชี้สถานการณ์น้ำเขื่อนหลักดีขึ้น เพื่อช่วยพื้นที่ทำนา พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนหลักที่ใช้เพื่อการเกษตรการอุปโภคบริโภค และการดูแลระบบนิเวศน์ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา 22 จังหวัด ว่า สถานการณ์น้ำไหลลงเขื่อนมีแนวโน้มสดใสมาก โดยในวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมาเพียงวันเดียว มีปริมาณน้ำลงเขื่อน 51.28 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) ถือเป็นปริมาณน้ำที่น่าพอใจมากเมื่อเปรียบเทียบกับในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาที่มีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนตลอดทั้งสัปดาห์ 202.73 ล้านลบ.ม. และเมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนในช่วงต้นเดือน ก.ค. ซึ่งตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีน้ำไหลลงเขื่อนประมาณ 100 ล้านลบ.ม. หรือเฉลี่ยวันละประมาณ 7-8 ล้านลบ.ม.เท่านั้น ดังนั้นเห็นได้ว่าสถานการณ์น้ำในขณะนี้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ได้ปรับปริมาณการระบายน้ำจากเดิมที่เคยกำหนดไว้ที่วันละ 18 ล้านลบ.ม. เป็นวันละ 19 ล้าน ลบ.ม.เศษ ทำให้มีปริมาณน้ำเข้าไปดูแลพื้นที่การเพาะปลูกมากขึ้น ประกอบกับหลายพื้นที่มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาวะการขาดน้ำลดลงอย่างมาก แม้สถานการณ์น้ำในเขื่อนจะดีขึ้นมาก แต่รัฐบาลยังขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทุกครัวเรือนให้ช่วยกันประหยัดน้ำต่อไป ทั้งนี้การประหยัดน้ำเป็นสิ่งที่ควรประพฤติปฏิบัติตลอดเวลา ไม่ว่าสถานการณ์น้ำในประเทศจะเป็นเช่นไร เพราะน้ำเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่าต่อทุกคน และเราควรใช้อย่างรู้คุณค่า
Smart SME เผยพฤติกรรมการเลือกซื้อเสื้อผ้าผู้ชาย แบบไหนรุ่ง แบบไหนร่วง
เผยผลสำรวจพฤติกรรมการเลือกซื้อเสื้อผ้าผู้ชาย โดย www.smartsme.tv พบ บรรดาหนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่ มีความละเอียดอ่อนในการเลือกซื้อสินค้า ไม่น้อยไปกว่าผู้หญิง นอกจากนี้อินเทอร์เน็ตยังเป็นช่องทางการเข้าถึงข้อมูลแฟชั่น โดยนิยมศึกษาข้อมูลการแต่งตัว Facebook มากที่สุด ในเรื่องแฟชั่นหลายคนอาจมักนึกถึงสินค้าเฉพาะผู้หญิง แต่ปัจจุบันหนุ่ม ๆ เองหันมาดูแลเอาใจในการแต่งตัวอย่างเห็นได้ชัด จึงส่งผลให้แฟชั่นผู้ชายเริ่มมีแพร่หลายมากขึ้น ทั้งนี้หลายแบรนด์ดังก็ได้มีการออกแบบสินค้ามาเพื่อผู้ชายโดยเฉพาะ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีสไตล์ที่แตกต่างกันออกไป จากรายงานผลสำรวจพฤติกรรมการซื้อเสื้อผ้าชาย โดย www.smartsme.tv เป็นการสำรวจผ่านการตอบแบบสอบถามด้วยระบบออนไลน์ พบว่าจริง ๆ แล้วผู้ชายเอง ก็มีความละเอียดในเรื่องของการเลือกเสื้อผ้า ไม่ต่างจากผู้หญิงเลย ซึ่งหนุ่ม ๆ ได้แสดงความคิดเห็นมาดังนี้ – คุณสมบัติของเนื้อผ้า มีผลต่อการตัดสินใจ จากผลสำรวจซึ่งคิดเป็นพบว่าระดับ คะแนนในหัวข้อเสื้อผ้าที่ใส่แล้วไม่ร้อน ได้รับคะแนนสูงสุด อยู่ที่ 4.68 รองลงมาคือ เสื้อผ้าที่ซักแล้วไม่ต้องรีด 4.58 เสื้อผ้าที่สวมใส่แล้วไม่มีรอยยับ 4.53 และเสื้อผ้าที่ดับกลิ่นตัวได้ 4.37 นอกจากนี้สำหรับเสื้อสูท […]
ธุรกิจ Food Truck เทรนด์ใหม่ยอดฮิต โดนใจคนเมือง
ธุรกิจยอดฮิตอันดับต้นๆ ที่ใครต่อใครอยากเข้ามาเป็นผู้ประกอบการกันมากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้น ธุรกิจร้านอาหาร ที่เป็นธุรกิจในฝันของใครหลายๆ คน บางท่านอยากเปิดร้านอาหารเพราะใจรัก บางท่านมีฝีมือทำอาหารอร่อยจึงอยากเปิดร้าน หรือมีเพื่อนฝูงมาชวนร่วมหุ้นเปิดร้าน ธุรกิจร้านอาหารแม้จะได้กำไรดีแต่ก็มีรายละเอียดให้ต้องศึกษาก่อนที่จะก้าวเข้ามาเป็นเจ้าของร้านอาหารได้ สำหรับคนมีฝีมือและมีความฝัน เคยรู้สึกไหมว่า การเริ่มต้นธุรกิจร้านอาหารเล็กๆ ของตัวเองนั้นยากกว่าที่คิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเรื่องที่ทางหรือทำเลเหมาะๆ สำหรับการทำธุรกิจอาหารตอนนี้มันยากยิ่งกว่าการคิดเมนูใหม่ๆ และยากยิ่งกว่าการคิดแผนการตลาดเสียอีก บางคนเจอค่าเช่าแพงๆ เรี่ยวแรงที่ใส่ไปก็ตกเป็นค่าใช้จ่ายไปเสียหมด บางคนอาจจะโชคดีกว่าตรงที่มีพื้นที่เป็นการเริ่มต้นลงทุนที่ดี แต่แบรนด์สินค้าของตนใหม่เกินไป ยังไม่โด่งดังทำให้ธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จ ในปัจจุบันมีธุรกิจหนึ่งที่สามารถเริ่มทำได้ไม่ยาก เพียงแค่ผู้ประกอบการต้องมีความชำนาญในสิ่งที่ตนจะทำ นั่นคือ Food Truck หรือที่คุ้นหูกันในชื่อธุรกิจอร่อยติดล้อ Food Truck คือธุรกิจการปรุงอาหารบนรถ ไม่ว่าจะเป็น อาหาร ขนม หรือเครื่องดื่ม โดยมีแนวคิดที่ว่าอิสระไม่มีการผูกมัดกับการเช่าร้าน และความจำเจของการอยู่กับที่ อีกทั้งยังแสดงถึงแนวคิดของการประกอบอาหารที่ว่า สั่งตรงถึงลูกค้าอย่างทันท่วงที […]
นักลงทุนญี่ปุ่น สนใจค้าชายแดนไทย
การนิคมอุตสาหกรรมไทย เผยนักลงทุนญี่ปุ่นให้ความสนใจ ลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษไทยจำนวนมาก นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่าจากเมื่อเร็วๆ นี้ที่คณะผู้บริหาร กนอ. พร้อมด้วยกลุ่มผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมไทย ได้เดินทางไปชักชวนการลงทุนหรือโรดโชว์ ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เกี่ยวกับศักยภาพและความพร้อมการลงทุนในไทยในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่มีอยู่ทั้งหมด โดยเฉพาะพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดน ที่รัฐบาลไทยมุ่งเน้นการพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการลงทุนในอนาคต เพื่อเชื่อมโยงการค้าและการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน ในการรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) พบว่านักลงทุนญี่ปุ่นให้ความสนใจอย่างมาก กนอ.ได้ให้ข้อมูลถึงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ ซึ่งรัฐบาลปัจจุบันมุ่งหวังที่จะกระจายการลงทุนไปยังพื้นที่ต่างๆ ในภูมิภาค โดยเน้นอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานสูง โดยมองควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับ ให้เชื่อมโยงกันทั้งระบบรถไฟรางคู่ รถไฟฟ้า ซึ่งนักลงทุนญี่ปุ่นมีการสอบถามเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษฯในรายละเอียด เพราะมีความสนใจ โดยเฉพาะประเด็นแรงงานในการรองรับ ทั้งนี้นักลงทุนญี่ปุ่นที่ให้ความสนใจ มีข้อสังเกตว่าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) ระดับ 3 (เทียร์ 3) หรือผลิตป้อนให้กับชิ้นส่วนเทียร์1 ในการรวบรวมชิ้นส่วนทุกระดับส่งป้อนไปยังโรงงานในการผลิตรถยนต์โดยตรง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของค่ายรถยนต์ที่ต้องการให้บริษัทชิ้นส่วนยานยนต์เข้ามาลงทุนโดยตรง เพื่อสนับสนุนฐานการผลิต เพื่อลดต้นทุนด้านการขนส่งในไทย ซึ่งการลงทุนของกลุ่มนี้มีทิศทางที่จะเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนญี่ปุ่นยังมีการสอบถามถึงภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงบริษัทด้านการทำวิจัยและพัฒนา (R&D) กลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เพราะจะเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ที่ญี่ปุ่นเองมีการสอบถามอยู่พอสมควร รวมถึงอุตสาหกรรมการบริการที่ไทย มีเป้าหมายที่จะผลักดันการลงทุนให้มากขึ้นภายใต้ยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนใหม่
รัฐบาลไม่หวั่นเทียร์ 3 เร่งเดินหน้าต่อ
ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี เผยถึงเสียงวิจารณ์เทียร์ 3 ชี้ไทยต้องยอมรับ และเดินหน้าต่อไป นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีหลายองค์กรออกมาวิพากษ์วิจารณ์สหรัฐนำเอาเรื่องการเมืองมาพิจารณาการจัดอันดับการค้ามนุษย์ของไทยให้อยู่ในระดับเทียร์ 3 ว่าในฐานะรัฐบาลคงจะไปพูดอย่างนั้นไม่ได้ เพราะถึงอย่างไรก็เป็นสิทธิของสหรัฐ แต่คิดว่าหลายหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ระหว่างประเทศ หรือนักการเมืองสหรัฐ เองก็ตาม เขาก็ตั้งข้อสังเกตเรื่องนี้ว่า รายงานฉบับนี้น่าจะมีปัญหาในเรื่องของการประเมิน ที่ดูเหมือนว่าเป็นเครื่องมือทางการเมือง ซึ่งรัฐบาลไทยเองคงให้ความเห็นเรื่องนี้ไม่ได้ แต่รัฐบาลก็เห็นภาพที่องค์กรเหล่านี้ได้สะท้อนออกมาว่าเขาคิดอย่างไร และต้องยอมรับว่ากลายเป็นปัญหาของสหรัฐ ในฐานะผู้ประเมินด้วย ซึ่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านี้อย่างน้อยก็ทำให้ความน่าเชื่อถือของเขาในแง่ของรายงานฉบับนี้ลดลง ดังนั้นก็ขึ้นอยู่กับเขาว่าจะชี้แจงเรื่องนี้อย่างไร และอยู่ที่ว่าคนจะรับฟังหรือไม่ด้วย เพราะข้อมูลที่เขาเก็บไป เขาก็บอกแล้วว่าเป็นข้อมูลเก่าแล้วระยะเวลาหลายเดือน เขาไม่คิดว่าเราจะเพิ่มเติมข้อมูล หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลอะไรเลยหรือ เมื่อถามว่าการตัดสินให้ไทยยังอยู่ในระดับเทียร์ 3 คิดว่ามีนักการเมืองของไทยอยู่เบื้องหลังด้วยหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า ความจริงสหรัฐ มาเก็บข้อมูลในประเทศไทยจากหลายฝ่ายอยู่แล้ว ทั้งจากนักวิชาการ องค์กรภาคประชาสังคม และอาจรวมถึงตัวบุคคลด้วย เพราะการเก็บข้อมูลเขาก็ไม่มีการเปิดเผย ซึ่งเราก็ทราบดีว่าเขาได้ข้อมูลมาจากสื่อส่วนหนึ่ง จากองค์กรอิสระส่วนหนึ่งและจากที่ประเมินเองส่วนหนึ่ง คิดว่าเรื่องเหล่านี้คงเป็นประเด็นที่ต้องมาถกเถียงกันอีกมาก “ปีนี้ถือเป็นปีแรกที่ผู้ประเมินได้รับผลกระทบเยอะ ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของโลกสมัยใหม่ว่า คุณประเมินเขา เขาก็ประเมินคุณ ซึ่งอาจทำให้เขาต้องคิดปรับเปลี่ยนอะไร แต่ในที่สุดแล้วบางคนก็บอกว่าเป็นเครื่องมือทางการทูต” ด้านนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในเรื่องเดียวกันว่าความจริงทางสหรัฐจะให้เราอยู่ในอันดับที่เท่าไรก็เป็นเรื่องของเขาที่จะพิจารณาได้ […]
ทิศกับการตั้งร้านค้า
ทิศกับการตั้งร้านเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับแดดและลม ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้คุณทำธุรกิจได้สะดวกราบรื่นขึ้น วันนี้เรานำเคล็ดลับดี ๆในการเลือกทิศในการตั้งร้านค้า จากอาจารย์มาโนช ประภาษานนท์ นักโหราศาสตร์ด้านฮวงจุ้ยมาเพื่อเป็นแนวทางดี ๆให้คุณเปิดกิจการได้อย่างอุ่นใจ ตามหลักฮวงจุ้ยแล้วการเลือกทิศในการตั้งร้านนั้น ต้องพิจารณาจากทิศของธรรมชาติก่อน ทิศธรรมชาติ คือ แดดและลม ลมคือทิศเหนือและทิศใต้ เพราะฉะนั้นการเลือกร้านค้าที่ดีให้เลือก ทิศเหนือ และทิศตะวันออก ทิศที่แดดมาน้อยคือ ทิศเหนือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และทิศตะวันออก ในการทำธุรกิจส่วนใหญ่จะใช้เวลาช่วงบ่ายค่อนข้างมาก ถ้าหน้าร้านคุณอยู่ในทิศที่แดดไม่แรงเกินถือว่าดี ดังนั้นควรเลือกตั้งร้านในทิศที่แดดมาน้อย คือ ทิศเหนือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และทิศตะวันออก จะดี เมื่อร้านอยู่ในทิศที่แดดแรง คือทิศตะวันตก และตะวันตกเฉียงใต้ จะส่งผลให้ไม่มีลูกค้านั่งหน้าร้านเพราะต้องนั่งหลบแดดอยู่ด้านใน และเจ้าของส่วนใหญ่มักหาที่บังแดด ทำให้คนภายนอกมองไม่เห็นร้านข้างใน จึงไม่ดีนัก […]
ลิงค์ เน็ตเวิร์ค หนุนสร้างเครือข่ายช่วยรายย่อยโต
“วิชัย” เร่งสร้างเครือข่าย ลิงค์ เน็ตเวิร์ค หวังเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายให้แก่เอสเอ็มอีและโอทอประดับภูมิภาค พร้อมหนุนรายย่อยเติบโต นายวิชัย ทองแตง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลิงค์ เน็ตเวิร์ค (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าการเริ่มต้นของ ลิงค์ เน็ตเวิร์ค เป็นองค์กรที่เกิดขึ้นจากการรวมมือกันของนักลงทุนระดับภูมิภาค ซึ่งด้วยทุนจดทะเบียนกว่า 100 ล้านบาท โดยบริษัทถือหุ้น 25% และกลุ่มตัวแทนจำหน่ายสินค้า 27 รายร่วมกันถือหุ้นอีก 75% ในการเป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการภายในเครือข่าย ด้วยมาตรฐานระดับสากล ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 77 จังหวัด ผ่านช่องทางจำหน่ายสินค้าที่เป็นร้านค้าทั่วไปกว่า 150,000 ช่องทาง อย่างไรก็ตามการรวมตัวกันจะก่อให้เกิดพลัง และสามารถลดต้นทุนได้อย่างมหาศาล ดังนั้น การรวมตัวกันในธุรกิจการจัดจำหน่ายสินค้าในครั้งนี้ ในภาพรวมสนามการค้าไม่ได้เปลี่ยนไป แต่องค์ประกอบจะเปลี่ยนแปลง ด้วยความแข็งแกร่งที่จะเกิดขึ้นใน ทั้งในเรื่องการต่อรองราคาสินค้าในราคาที่เหมาะสม เพื่อสร้างดุลการค้า และเกิดความเป็นธรรมในธุรกิจมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นส่วนช่วยให้เอสเอ็มอีหรือผู้ประกอบการสามารถนำสินค้า เพื่อเป็นช่องทางในการกระจายสินค้าใหม่ๆ ผ่านทางลิงค์ เน็ตเวิร์ค สำหรับโครงสร้างองค์กร จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ 1. […]
รัฐปลื้มผู้ประกอบการตรึงราคาช่วย “รากหญ้า”
รัฐบาล ชื่นชมและขอบคุณผู้ประกอบการที่ช่วยตรึงราคาสินค้าช่วยประชาชน จำนวน 205 รายการ พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงแนวทางการตรึงราคาสินค้าเพื่อลดค่าครองชีพให้แก่พี่น้องประชาชนว่า กระทรวงพานิชย์ได้ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการให้ตรึงราคาสินค้า 205 รายการซึ่งจำเป็นต้องการอุปโภคบริโภคของพี่น้องประชาชน ทั้งหมวดอาหาร และ ของใช้ ไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน 2558 รวมทั้งขอความร่วมมือฟู้ดคอร์ตให้มีรายการอาหาร อาหารจานเดียวปรุงสำเร็จในราคาไม่เกิน 25 บาท ไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายน 2558เพื่อไม่สร้างภาระต่อค่าใช้จ่ายของประชาชนโดยส่วนรวม และเชื่อว่าอัตราราคาพลังงานเชื้อเพลิงที่ทรงตัวในระดับต่ำช่วยให้ต้นทุนของผู้ประกอบการไม่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณผู้ประกอบการทุกรายที่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลและเห็นประโยชน์ความจำเป็นในภาพรวมของประเทศที่ยังต้องฝ่าฟันภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำทั่วโลก อย่างไรก็ตามหากมีสินค้ารายการใดที่ผู้ประกอบการคิดว่าจำเป็นต้องขอปรับราคาทางกระทรวงพาณิชย์จะเชิญมาเจรจาเป็นรายๆไป สำหรับรายงานสินค้าควบคุม 205 รายการ อาทิ ข้าวสารบรรจุถุง ไก่สด ไข่ไก่ เนื้อโค สุกรชำแหละ นมผง นมสด น้ำตาล เกลือ น้ำมันพืช ปูนซีเมนต์ กระเบื้อง สังกะสี เหล็กเส้น เป็นต้น
หนี้ครัวเรือนในประเทศโคม่า
กระทรวงอุตสาหกรรมแนะรัฐเร่งแก้หนี้ครัวเรือนในประเทศ ขณะนี้ภาคเอกชน ยังไม่มีความเชื่อมั่นในการลงทุนใหม่ นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่าสิ่งที่น่ากังวลคือ ระดับหนี้ครัวเรือนที่บีบรัดและปัจจุบันสูงขึ้นมากและใกล้ระดับ 80% แล้ว จากนโยบายกระตุ้นกำลังซื้ออย่างหนักในหลายรัฐบาลที่ผ่านมา โดยเฉพาะนโยบายรถยนต์คันแรกเป็นปัจจัยหลัก ทำให้คนไทยระดับกลางถึงล่างชะลอการใช้จ่าย ไม่ได้เพราะเศรษฐกิจไม่ดีจึงชะลอการใช้จ่าย เพราะหากดูภาพรวมการใช้จ่ายของคนระดับบนที่มีกำลังซื้อมากจะพบว่ายังมีการใช้จ่ายปกติตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ ท่องเที่ยวต่างประเทศก็มีจำนวนมาก ต้องยอมรับว่ามาตรการที่จะกระตุ้นกำลังซื้อของชนชั้นกลางถึงล่างที่เห็นผลเร็วที่สุด คือ การลดราคาสินค้าของโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ เพราะการขายสินค้าได้กำไรน้อยย่อมดีกว่าการขายสินค้าไม่ได้ แต่ก็เป็นมาตรการที่ไม่ยั่งยืนนัก หากจะดำเนินการจริงก็ต้องบูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรม พาณิชย์ เกษตร และคลัง ล่าสุดที่ประชุมนัดแรกของคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน โดยมีนายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน แต่การประชุมยังไม่มีมาตรการใหม่ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ มีเพียงการวางกรอบทำงานที่จะเร่งรัดเงินค้างท่อทั้งในระบบงบประมาณ และนอกงบประมาณ เพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ตามคาด นายสมหมาย กล่าวว่าขณะนี้ภาครัฐยังเหลือเม็ดเงินที่จะไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอีกประมาณ 5 แสนล้านบาท คาดภายใน 2 เดือนนับจากนี้ไป จะมีการเร่งรัดผ่านคณะกรรมการชุดนี้ ให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจประมาณ 3.5 แสนล้านบาท ทั้งนี้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเม็ดเงินภาครัฐจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยมีอัตราการเติบโตได้ราว 3% ขณะนี้ภาคเอกชน […]
SME รายใหญ่อยู่ได้ รายเล็กแค่ประคองตัว
แหล่งข่าวจากธนาคารพาณิชย์ เผยการปล่อยสินเชื่อเน้นปล่อย เพื่อประคองลูกค้าเก่าในพอร์ต ไม่ให้กลายเป็นหนี้เสีย แหล่งข่าวจากธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง กล่าวว่าประเด็นการปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีรายใหม่นั้น การแข่งขันในตลาดลดความตึงเครียดไปจากก่อนหน้า เพราะส่วนใหญ่เน้นปล่อยสินเชื่อเพื่อประคองลูกค้าเก่าในพอร์ตของตัวเองไม่ให้กลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) หรือไม่ให้ธุรกิจของลูกหนี้ล้มมากกว่า โดยเป็นการช่วยเพื่อให้ลูกหนี้สามารถประคองในระดับหนึ่งเท่านั้น ขณะที่ผู้ประกอบการที่มียอดขายตั้งแต่ 50-100 ล้านบาทเริ่มทยอยปรับลดคนเพื่อประคองค่าใช้จ่ายให้สอดรับกับกระแสเงินสดที่มี เนื่องจากกำลังซื้อในตลาดเหือดหายเพราะไม่สามารถขายสินค้าออก ทุกแบงก์เวลานี้ต่างมีปัญหาจากพอร์ตสินเชื่อเอสเอ็มอี อย่างไรก็ดีการที่จะให้แบงก์ทุกแห่งเข้ามาช่วยประคองลูกหนี้นั้น ไม่ใช่เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ โดยแนวทางแก้ไขมองว่าเอสเอ็มอียังมีความจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนวงเงินสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ โดยเฉพาะควรจะได้รับการผ่อนกฎกติกาหรือนโยบายจากทางการ เพราะเวลานี้ทั้งดีมานด์และซัพพลายลด ผู้ประกอบการรายใหญ่แข็งแรงดีไม่ต้องการเงินกู้ แต่รายเล็กที่ต้องการสินเชื่อมีสถานะแค่ประคองตัวทำให้ไม่มีใครอยากขยายสินเชื่อ ขณะที่คนกู้ใหม่ก็ยาก เพราะแบงก์ก็ลำบากใจที่จะเสี่ยง ส่วนหนึ่งเพราะติดเงื่อนไขและยังต้องทำตามกติกาของนโยบาย แต่การจะไปอัดเงินเพิ่มทั้งๆที่รู้ว่าลูกค้ามีปัญหาก็กลัวจะสร้างความเสียหายในภายหลัง แม้จะมีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.)แต่แทบจะช่วยอะไรไม่ได้เพราะบสย.ทำได้แค่ช่วยรายเก่า ส่วนรายใหม่ไม่ต้องพูดถึง แหล่งข่าวยังกล่าวต่อว่า ทุกธนาคารส่งรายงานการให้ความช่วยเหลือกลับไปธปท.แล้ว(สิ้นเดือนมิ.ย. 58) โดยแนวทางช่วยเหลือส่วนใหญ่เป็นลักษณะขยายระยะเวลาชำระหนี้-ปรับหนี้ระยะสั้นเป็นหนี้ระยะยาว, ลดหนี้เงินต้น-ลดอัตราดอกเบี้ย, ให้กู้เพิ่ม ทั้งนี้ธปท.กำหนดให้แยกประเภทสินเชื่อหรือธุรกิจที่ธนาคารให้ความช่วยเหลือด้วย เช่นเป็นสินเชื่อธุรกิจ หรือสินเชื่อส่วนบุคคล แต่กรณีการให้กู้เพิ่มนั้นยังมีข้อจำกัดจากเงื่อนไขและกฎเกณฑ์ทั้งในแง่ของทางการและหน่วยงานต้นสังกัดด้วย
รัฐบาล เปิดสอบตำแหน่งผู้ช่วยครูทั่วประเทศ 8,000 อัตราเดือนกันยายนนี้
พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าการสอบบรรจุตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐจำนวน 8,000 อัตรา ว่า เป็นการแก้ปัญหาขาดแคลนครู โดยครูผู้ช่วยจะได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการระดับ 3 เมื่อทำงานครบ 2 ปี มีสิทธิ์เลื่อนวิทยฐานะเป็นตำแหน่งครูต่อไป โดยเปิดสมัครช่วงเดือนกันยายน สอบช่วงเดือนตุลาคม และจะประกาศผลสอบให้ทันบรรจุภาคเรียนที่สองของปีการศึกษานี้ ทั้งนี้ การสอบบรรจุที่ผ่านมา มีเรื่องร้องเรียน ตลอดจนปัญหาหลายประการ ทำให้ไม่สามารถบรรจุครูได้ครบตามอัตราที่ขาดแคลน อาทิ หลักเกณฑ์เดิม แม้จะสอบวันเดียวกัน แต่เปิดให้สมัครสอบหลายพื้นที่ ทำให้เกิดการรับจ้างเข้าสอบแทน ทำให้คนเดียวมีชื่อสอบติดหลายแห่ง รัฐบาลจึงทบทวนการเปิดสอบที่ผ่านมา และมอบหมายให้ กระทรวงศึกษาธิการ โดยคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสอบบรรจุใหม่ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ใหม่กำหนดให้ คณะอนุกรรมการข้าราชการครูแลบุคลากรทางการศึกษาประจำเขตพื้นที่การศึกษา (อ.ก.ค.ศ.)ดำเนินการสอบแข่งขัน โดยให้รวมกลุ่มในพื้นที่เขตตรวจราชการ […]
คลัง จี้รัฐวิสาหกิจเบิกจ่ายงบล่าช้า
สคร. เผย คลังเรียกรัฐวิสาหกิจหารือ ติงเบิกจ่ายงบล่าช้า มอบนโยบายดูแลงบให้คุ้มค่ากับการลงทุน นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงาน คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง ได้เชิญผู้แทนกระทรวงการคลังที่เป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจ 50-60 ราย ที่มอบนโยบายในการดูแลเรื่องดังกล่าว ให้คำนึงถึงบทบาทตัวแทนของรัฐที่กระทรวงการคลังเข้าถือหุ้นอยู่เกือบทุกแห่ง ให้การดำเนินงานเป็นไปตามนโยบาย รวมถึงให้มีดูแลงบลงทุนให้มีความคุ้มค่ากับการลงทุน โดยหลังจากนี้ จะหารือกับสำนักงานคณะกรรมการ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ในฐานะที่ดูแลเรื่องการลงทุนของ รัฐวิสาหกิจ และสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ในเรื่องของการกู้เงิน เพื่อกำหนดเป็นมาตรการตั้งแต่ต้นปี 2559 โดยจะคุมเข้มในส่วนของงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจไม่ให้มีการปรับลด หากไม่สามารถเบิกจ่ายได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งต้องมีความรัดกุมในการตั้งเป้าหมายการลงทุนมากขึ้น ทั้งนี้ นายสมหมาย ได้มีความเป็นห่วงรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินตามปีงบประมาณทั้ง 11 แห่ง เนื่องจากผลการเบิกจ่าย ณ สิ้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา มีการเบิกจ่ายเพียง 6.3 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 30% ของวงเงิน 2.7 แสนล้านบาท ส่วนรัฐวิสาหกิจอีก 35 […]
นายกฯ ห่วงกระแสแบนสินค้าสหรัฐ เซ่นเทียร์3
รองโฆษก เผยนายกฯกังวลกระแสในโซเชียลมีเดียปลุกระดมแบนสินค้า สหรัฐฯ ยันไทยไม่กระทบ แนะอีกฝ่ายอธิบายประเด็นร้อนให้ชาวโลกรับรู้ข้อเท็จจริง วันนี้ (29 ก.ค.) พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสเครือข่ายประชาชนรณรงค์ผ่านโซเชียลมีเดียไม่ซื้อ ไม่บริโภคสินค้าของสหรัฐอเมริกา เพื่อตอบโต้กรณีที่สหรัฐอเมริกาคงสถานะการค้ามนุษย์ในประเทศไว้ที่ระดับ 3 หรือ Tier 3 ซึ่งค้านความรู้สึกของประชาคมโลกและคนไทย ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความเป็นห่วงต่อกรณีดังกล่าว โดยนายกฯ เข้าใจความรู้สึกของประชาชนที่อาจจะรู้สึกว่าประเทศไทยไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่ อยากให้คนไทยตระหนักว่า เป็นสิทธิ์ของผู้ประเมินที่จะสรุปผลอย่างไร ตามที่เขาเห็นสมควร ขณะที่เราย่อมทราบตัวเองดีที่สุดว่าเราทำงานก้าวหน้าไปเพียงใด และตั้งใจจริงเพียงใด รวมทั้งมีหลักฐานเชิงประจักษ์ยืนยันการทำงาน ซึ่งนั่นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ที่เราทุกคนควรภาคภูมิใจ อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังไม่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนจากรายงานการประเมินดังกล่าว ขณะที่ประเทศที่เป็นผู้ออกรายงานการประเมินต่างหากที่จะต้องอธิบายความกับสังคมโลกต่อไปจนสิ้นสงสัย ทั้งนี้ การแสดงออกบางรูปแบบอาจถูกนำไปสร้างเป็นเงื่อนไขกลับมากดดันประเทศไทยในอนาคต และท่านนายกยังเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่เป็นผู้มีจิตใจดีที่พร้อมเข้าใจให้อภัย และไม่ชวนใครทะเลาะ ไม่ว่ากรณีใดๆ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ อยากขอให้ประชาชนได้ใช้พลังในเชิงสร้างสรรค์เพื่อประเทศ เช่น การเป็นหูเป็นตาแจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อพบเห็นการกระทำผิด ไม่ว่ากรณีใดเพื่อช่วยกันกำจัดคนไม่ดีให้หมดไปจากแผ่นดินไทย รวมทั้งร่วมใจกันท่องเที่ยวภายในประเทศ เพื่อกระจายรายได้ไปยังพื้นที่ และที่สำคัญที่สุดในขณะนี้ คือ การร่วมใจกันประหยัดน้ำในทุกภาคส่วนและครัวเรือน […]
ประชาชนแห่เดินทางกลับต่างจังหวัดคึกคัก
ประชาชนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงวันหยุดยาว ส่งผลให้เส้นทางหลายสายติดขัด ขณะที่ช่วงเช้าประชาชนแห่ทำบุญตักบาตรเข้าวัดกันเนื่องแน่น ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมามีประชาชนเริ่มเดินทางกลับภูมิลำเนา ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลวันเข้าพรรษา ซึ่งมีวันหยุดติดต่อกันถึง 4 วัน ทำให้ถนนสายเอเชียสายบางปะอิน อยุธยาขึ้นเหนือมีรถหนาแน่น รวมถึงฝนตกหนักหลายพื้นที่ ทำให้การเดินทางค่อนข้างช้า ส่วนบรรยากาศการเดินทางตั้งแต่ช่วงเช้า ประชาชนต่างจังหวัดที่เข้ามาทำงานกรุงเทพมหานครทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา ทำให้เส้นทางเดินทางมุ่งสู่ต่างจังหวัดหลายเส้นทางติดขัด ซึ่งสภาพการจราจรบนถนนกาญจนาภิเษก มุ่งหน้าบางปะอิน ในช่วงเช้าที่ผ่านมาเคลื่อนตัวได้ช้า ท้ายสะสมเป็นระยะทางยาวกว่า 15 กิโลเมตร บวกกับสภาพอากาที่คลึ้มฟ้าคลึ้มฝนมีฝนตกบ้างเล็กน้อย สำหรับบรรยากาศการทำบุญตักบาตรเนื่องในวันอาสาฬหบูชา ช่วงเช้ามีพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมทำบุญตามวัดต่างๆ ซึ่งบรรยากาศในแต่ละวัดเป็นไปอย่างคึกคัก ส่วนประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำหนดให้งดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในวันที่ 30-31 ก.ค. ซึ่งตรงกับวันวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ได้กำชับและขอความร่วมมือผู้ประกอบการ สถานบริการ ให้งดจำหน่ายตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 30 ก.ค. จนถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 31 ก.ค. รวม 48 ชั่วโมง โดยให้ตำรวจท้องที่เข้มงวดในการจับกุมหากพบว่ามีผู้ฝ่าฝืน รวมทั้งเพิ่มความเข้มงวดตั้งด่านกวดขันตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์เพื่อความปลอดภัยด้วย เนื่องจากตรงกับช่วงวันหยุดยาว ด้าน […]
ปิดการจราจร 2 ส.ค. เวลา 06.00-12.00น. ซ้อมใหญ่เส้นทาง Bike For Mom
ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.จร) ประชาสัมพันธ์ ปิดการจราจรซ้อมใหญ่กิจกรรม Bike For Mom วันที่ 2 ส.ค. 58 ตั้งแต่เวลา 06.00 – 12.00น. ทั้งนี้ การปิดการจราจรจะแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ เวลา 06.00 – 09.00น. ปิดการจราจรรอบลานพระราชวังดุสิต (ลานพระรูป ร.5) ได้แก่ ถนนอู่ทองใน ถนนศรีอยุธยา ถนนราชดำเนินนอก และ เวลา 08.00 – 12.00น. ปิดการจราจรในเส้นทางปั่นจักรยาน ดังนี้ 1. ถนนศรีอยุธยา ตั้งแต่ แยกวัดเบญจมบพิตร […]
รฟม.แจ้งเบี่ยงจราจร ถ.เพชรเกษม ขาเข้า 1-31ส.ค.ช่วงกลางคืน
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แจ้งว่าผู้รับจ้างงานวางราง โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย ช่วงหลักสอง-บางแค จะดำเนินงานยกเครื่องจักรและอุปกรณ์ติดตั้งรางรถไฟฟ้า จึงมีความจำเป็นต้องเบี่ยงจราจร ถ.เพชรเกษม (ขาเข้า) บริเวณแยกต่างระดับเพชรเกษม ตัดกับ ถ.กาญจนาภิเษก (หน้าห้างฯ เดอะมอลล์ บางแค) ตั้งแต่วันที่ 1-31 สิงหาคม 2558 เวลา 23:00 – 05:00 น.
วิธีการบริหารทรัพยากรบุคคล&คำแนะนำดีๆในการเริ่มต้นธุรกิจ
คุณกวีพันธ์ เอี่ยมสกุลรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เค อี แลนด์ จำกัด ได้พูดถึงการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลและคำแนะนำสำหรับผู้ที่เริ่มทำธุรกิจว่า โดยทางบริษัทเองมีนโยบายในการทำงาน คือ ความใกล้ชิดกับพนักงานในทุกระดับชั้น โดยเน้นการทำงานแบบครอบครัว โดยการทำธุรกิจย่อมมีความท้าทายที่เกิดขึ้น โดยความท้าทายในการบริหารจัดการทรัพยากร คือ การหล่อหลอมพนักงานให้มีความคิดไปในทิศทางเดียวกัน โดยส่วนมากพนักงานจะไม่ค่อยแสดงความคิดเห็นของตัวเอง จึงต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงทัศนคติในการทำงานให้มีความกล้าที่จะแสดงออกมากยิ่งขึ้น ซึ่งทางบริษัทเอง มีเป้าหมายในการพัฒนาบุคลากรในอีก 5 ปีข้างหน้า คือ 1. เน้นการทำงานแบบครอบครัว 2. มีความกล้าในการนำเสนอความคิด 3. การทำงานเป็นทีม 4. มีศักยภาพในการทำงาน ซึ่งพนักงานประจำจำนวนไม่น้อย เมื่อทำงานไปนานๆ มักเกิดความเบื่อหน่ายในงานที่ทำ และมักจะออกไปทำธุรกิจอิสระหรือธุรกิจส่วนตัว ซึ่งทางคุณกวีพันธ์เองได้ให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่จะเริ่มทำธุรกิจว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการทำธุรกิจ คือ ความชอบและความเข้าใจในการทำธุรกิจ ทั้งยังต้องมีความเข้าใจตลาดและผู้บริโภค โดยต้องดูความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก
ครม.เห็นชอบการประชุมการค้าไทย-ปากีสถาน
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบท่าทีไทยต่อการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า ไทย-ปากีสถาน ครั้งที่ 3 กรอบความตกลงไทย-ปากีสถานและไทย-ตุรกี พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายคูราม เดสกีร์ ข่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ปากีสถาน มีกำหนดเป็นประธานร่วมในการประชุม JTC ไทย-ปากีสถาน ครั้งที่ 3 ในระหว่างวันที่ 12-13 สิงหาคม 2558 ณ กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ซึ่งในการประชุมนี้ รัฐมนตรีการค้าของทั้งสองประเทศจะประกาศเริ่มการเจรจา FTA ไทย-ปากีสถาน และจะหารือแนวทางความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุน ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการค้าระหว่างกันซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ตั้งไว้ให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 2,000ล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2561 และจะพิจารณาความร่วมมือในสาขาที่แต่ละฝ่ายมีศักยภาพที่จะสามารถดำเนินการเพื่อประโยชน์ร่วมกัน เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ อาหาร เกษตรและประมง ยานยนต์และชิ้นส่วน และสิ่งทอ เป็นต้น โดยปากีสถานเป็นแหล่งทรัพยากรด้านอัญมณีและประมงที่สำคัญสำหรับไทย ในขณะที่ยานยนต์และชิ้นส่วนซึ่งเป็นสินค้าส่งออกของไทยไปยังปากีสถานมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราสูงอย่างต่อเนื่อง […]


